คงไม่ผิดนักหากจะบอกว่า เป็ด เชิญยิ้ม และ โน้ต เชิญยิ้ม คือหนึ่งในตำนานดาวตลก ดาราตลก ที่ทำให้วงการตลกมีทุกวันนี้ได้ แต่ท่ามกลางความเป็นตำนานนั้น โน้ตและเป็ด ในฐานะผู้บุกเบิก "เชิญยิ้ม" กลับเจอข้อครหา ทั้งตลกมาเฟีย ทั้งอมเงินค่าตัวเด็ก วันนี้ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้นั่งคุยกับทั้งคู่ที่ขอเปิดใจทุกเรื่องราว
ความรุ่งเรืองของคณะเชิญยิ้ม โด่งดังมากๆ แต่กลายเป็นโดนมองว่าตลกมาเฟีย อมเงินเด็ก?
โน้ต: ไม่ใช่หรอกครับ
เป็ด : คืออยากจะบอกว่ากติกาของเชิญยิ้มเนี่ยมันถูกกำหนดมาด้วยการวางกรอบ เราไม่ใช่คณะตลก อย่างพี่เด๋อเค้าก็เอาดู๋ดี๋มารวมตัวกันเล่น เทพ โพธิ์งาม ก็เหมือนกันหรือคณะอื่นๆ เค้าก็แค่มารวมตัวกัน ไม่ได้เป็นครอบครัว
แต่เชิญยิ้มมันถูกกำหนดด้วยกฎกติกา มีกรอบอยู่ในตัวเอง คือเป็นสถาบัน เป็นองค์กร เป็นครอบครัวที่ยิ่งใหญ่
ถ้าคุณมาอยู่ในครอบครัวเราคุณต้องทำตามกฎกติกาที่เราวางไว้ ต้องเล่นแบบนี้ ต้องเล่นไม่หยาบ ต้องเล่นให้กระชับ มันจะมีกฎกติกาอยู่ในตัว และการสร้างกฎกติกาอยู่ในครอบครัวเชิญยิ้ม ฉะนั้นภาพเชิญยิ้มจะเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงในสังคมคาเฟ่ทั้งหมด
ในยุคนั้นที่เชิญยิ้มแข็งแรงมากเจาะทุกกลุ่มติดหมด พอทุกกลุ่มติดหมดมันก็เป็นตัวซัพพอร์ตการันตีให้กับคาเฟ่ทุกคาเฟ่ พอคณะไหนใช้นามสกุลเชิญยิ้มไม่ต้องออดิชั่น เพราะตลกสมัยก่อนต้องออดิชั่นถ้าเล่นไม่ดีก็ไม่มีวันได้ขึ้น
...
พอเป็นนามสกุลเชิญยิ้ม เจ้าของก็รับโทรมาหาเป็ด บอกว่าคณะนี้เชิญยิ้มใช่รึเปล่า ถ้าเราบอกว่าใช่ครับ เลือกวันลงได้เลย พอการันตีตรงนี้ ในทุกสังคมในทุกคณะตลก มันก็เกิดการเหลื่อมล้ำว่า เอ๊ะ ทำไมกูไม่ได้ ทำไมเชิญยิ้มได้ ก็เลยเกิดคำว่ามาเฟียเกิดขึ้น
แต่จริงๆ ที่เราทำคือการสร้างค่า เราสร้างค่า Value ที่เกิดขึ้นกับคุณภาพของงาน ผมอยู่ด้วยกันมา ยี่สิบสามสิบปี ไม่เคยทะเลาะเรื่องเงินแม้แต่สลึงเดียว
แต่สิ่งหนึ่งพอมาถึงรุ่นหลังๆ มาเนี่ย มันไม่ได้เกิดจากความรักความผูกพัน รุ่นหลังโน้ตชอบบอกมันมีเชิญยิ้มเซินเจิ้นนี่เยอะแยะหมดเลย ติดการพนันบ้าง เมาบ้าง อะไรบ้าง เนี่ยพอมันมาเริ่มติดการพนัน พอมันไม่ได้ปั๊บมันก็หาว่าหัวหน้าอย่างนู้นอย่างนี้ มันคนละเรื่องกัน
โน้ต : คือการเป็นตลกของเชิญยิ้มมันจะต่างกับนามสกุลอื่น เพราะพวกเราที่เป็นเชิญยิ้มมันเล่นตลกด้วยจิตวิญญาณ ดังนั้นเราจะไม่มาเล่นแบบฉาบฉวย มีบางคนเข้ามาหาผม ผมขอเล่นตลกด้วยนะครับ ผมอยากได้บ้านสักหลัง รถสักคัน แล้วผมก็เลิก
อ้าวเอ็งไม่มีอุดมการณ์แล้วเอ็งจะอยู่กับเราไม่ได้ เราไม่ให้อยู่ เนี่ยแหละที่มาของคำว่าเชิญยิ้มมาเฟียเพราะอะไร
และถ้าใครมารังแกพวกเรา พวกเราจะไม่ยอม คราวนี้มันจะลามไปถึง พอไปรังแกคณะอื่น โดนเอารัดเอาเปรียบก็ดี โดนรังแกจากนักเลงอันธพาล เราก็ไม่ยอม เราจะยื่นมือเข้าไปช่วยแล้วเราจะเคลียร์ได้แทบทุกเรื่อง
เป็ด : อย่างบางคาเฟ่ดังๆ เนี่ย ทำคณะอื่นเดือดร้อน เราไม่เข้าไปเล่นที่คาเฟ่นั้นได้เลย เราไม่เข้าเพราะการเอารัดเอาเปรียบ เราไม่ชอบ
โน้ต : ผมไม่เข้าเล่นเลยนะ เราไม่ใช่เป็นมาเฟีย แต่ถ้าพวกคุณเอาเปรียบเรา เราก็ไม่เข้าเล่น เมื่อเข้าเล่นแล้วคุณต้องดูแลผลประโยชน์ นอกจากพวกเชิญยิ้มแล้ว ทั้งน้องและพี่ของผมทั้งหลายที่เค้าไม่มีปากมีเสียง คุณก็ต้องดูแลเท่าเทียมกัน
เมื่อโดนเจ้าของร้านเอาเปรียบแล้วเราไม่ยอม เค้าก็เริ่มว่าไอ้นี่มาเฟีย เมื่อไม่ยอม ใครเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเคลียร์ก็เชิญยิ้มอีก แล้วที่ไปเคลียร์ไม่ได้ไปนักเลงนะ มาเรียกเราเป็นมาเฟียแต่อยากให้รู้ว่าเป็นมาเฟียเนี่ย แทบจะคลานเข่าตั้งแต่บันไดบ้านไปหาเขาเลย ไปกราบเค้าให้ช่วยเคลียร์ ที่ทำเนี่ยถามว่าเราได้อะไร เราไม่ได้เลยนะ
เป็ด : เหรียญมันมีสองด้าน แต่ผมจะบอกว่าเราทำงานอย่างมีคุณธรรม เราทำงานแบบมืออาชีพวันนี้คณะเชิญยิ้ม 39 ปี คุณดูซิ มีใครมาทำแบบที่เราทำมั้ย เชิญยิ้มมี Branding ที่แข็งแรง มีระเบียบวินัย มีทุกอย่างคอนโทรล เล่นตลกกระชับ ทุกคนก็เดินเข้ามาหาผม
เอาง่ายๆ ตลกสมัยก่อนที่เสียชีวิตไปแล้วเนี่ย เดินตีนดำมาหาผม ไม่ใส่รองเท้าเลย ในชีวิตนี้ขอในชีวิตสักครั้งได้มั้ย ขออยู่กับพี่เป็ด เชิญยิ้ม อยากอยู่กับพี่มากในชีวิตนี้ฝันไว้ เท่าไหร่ก็ได้ ขอให้ผมได้อยู่กับพี่ ยกมือไหว้ท่วมหัวทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งใครต่อใคร คือทำผ่านกับเราหมด แต่ถึงเวลามันไม่ใช่ คนที่รู้จริงมีผม โน้ต สีหนุ่ม เท่านั้นที่รู้จริง เพราะเราเป็นคนสร้างเชิญยิ้ม
ถ้าเราไม่อยากให้ใครมาทำลาย Branding ของคำว่าเชิญยิ้มที่เกิดขึ้น ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่บ้านเรายิ่งใหญ่ขึ้น ยิ่งโตขึ้น น้ำเติมยิ่งล้นแก้ว พอล้นแก้วปั๊บ มันก็ควบคุมไม่ได้ มันก็เละ มันก็สกปรก โสโครก ไอ้สิ่งเหล่านั้นที่เราบอกว่ามันไม่ใช่เชิญยิ้มจริง มันเป็นเชิญยิ้มเซินเจิ้น
...
โน้ต : บางคนที่มาหาพวกผมน่ะ จะเปรียบเหมือนน้ำล้นแก้ว น้ำล้นแก้วแล้วมันแก้ไขอะไรไม่ได้ กับคนน้ำครึ่งแก้ว เราเติมได้ เหมือนคนมันเก่ง มันเลอเลิศเลย แล้วก็มันสอนไม่ได้แนะนำไม่ได้ เนี่ยรุ่นแรกๆ ทั้งพี่ทั้งเพื่อนผมที่ตาย เขาตายให้พวกเราเชิญยิ้มอยู่นะ เค้าตายเพื่อพวกเรานะ
เป็ด : รุ่นหลังสบายมากครับ ใครใช้เชิญยิ้มนี่เดินสบายมากครับเพราะความลำบากที่เราสร้างขึ้นมา แต่กว่าที่จะมีวันนี้ได้คือบุคคลข้างหลังที่เป็นแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้เรา
เจ็บปวดมั้ย กับข่าวลือร้ายๆ ที่เข้ามาเยอะ?
เป็ด : คือมุมมองผม ทุกอย่างความจริงมันจะปรากฏ วันที่จุ๋มจิ๋มเสียชีวิตผมเป็นนายกสมาคมผมหารายได้ 3 หมื่นบาทเพื่อเป็นการศึกษาให้ลูก กติกาของผมคือต้องการให้ลูกเค้าบรรลุนิติภาวะ 20 ปี ผมต้องหาเงินให้ลูกเค้า
ผมทำได้ 3 ล้าน และผมฝากกินดอกเบี้ยทุกเดือนเป็นทุนการศึกษาลูกภรรยาเค้า มีคนพยายามที่จะมาเอาเงินจากตรงนี้ ไปบอกทุกคนว่าผมเอาเงินคุณจุ๋มจิ๋ม 3 ล้านจนผู้ใหญ่ในวงการมองผมแบบนั้น บอกเป็ดคืนเงินไป ผมบอกไม่คืน ผมทนมาจน 10 กว่าปี พอลูกเค้าบรรลุนิติภาวะลูก 2 คน เซ็นสัญญา 2 คนเนี่ยลูกต้องได้เท่ากัน ผมช่วยชีวิตเด็กไว้ได้
...
แล้วผมรู้พฤติกรรมหลายๆ คนเป็นยังไง เพราะมีคนมาพูดกับผม ผมถึงได้เบรกเงินก้อนนี้ไว้แล้วผมต่อสู้มาจนหยดสุดท้าย จนไปประกาศโรงแรมมีผู้ใหญ่ที่เป็นนักการเมืองไปเป็นพยานเลยว่า วันนี้จะมอบเงิน 3 ล้านบาทให้ครอบครัวคุณจุ๋มจิ๋ม เข็มเล็ก
ถ้าผมให้ก่อนหน้านั้นเด็กจะมีชีวิตอยู่มั้ย จะมีการศึกษามั้ย เมื่อเด็กเรียนจบแล้วมันแบ่งกัน พี่ล้านห้า น้องล้านห้า น้องที่เป็นลูกคนละแม่ก็สามารถเอาเงินไปใช้ได้ถูกมั้ย ผมเป็นคนมีความคิด ผมเป็นคนที่มีคุณธรรม
คือสิ่งหนึ่งในมุมมองของทุกคนเหรียญมันมี 2ด้าน คุณจะเลือกดูด้านไหนเค้าคนอื่นพูดใส่แล้วคุณต้องไปเชื่อตามเค้ารึเปล่า คุณต้องพิสูจน์กับตัวผม คือสิ่งเหล่านี้มันก็เกิดสุภาษิตว่า ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด คุณลองสัมผัสตัวจริงสิ
โน้ต : สิ่งที่น่ากลัวของการเป็นมนุษย์คือคำว่าเขาเล่าว่า จริงๆ ผมอยากจะพูดว่าคนที่พูดรู้จักเราดีรึยัง แต่ถ้าคนที่เค้ารู้จักพวกผมดีพอเค้าจะไม่คิดแบบที่คุณเอาไปลือ.