ที่สุดของที่สุดของดารา ไม่ใช่การได้รางวัลโน่น นั่น นี่เยอะแยะ ไม่ใช่การได้เล่นละคร หรือเล่นหนังดังทะลุร้อยล้าน ไม่ใช่การมีแฟนคลับแยะด้วย

บอกตรงๆ ชัดๆ ที่สุดของที่สุดของดาราดัง คือการได้เป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ดัง ได้โกยเงินล้านมากกว่า ทำงานไม่นาน แค่ไม่กี่ชั่วโมง แค่ไม่กี่วัน ก็รับเงินทะลุหลักสิบล้าน ไปใช้หล่อๆ สวยๆ กันแล้ว

เพราะชื่อเสียงเป็นของชั่วคราว เป็นแค่มายา ดังได้ก็ดับได้เหมือนกัน เงินสิของจริง รวยจริงคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ วัดกันไปเลยว่าใครเจ๋งใครฮอตของแท้ ต้องดูที่งานพรีเซ็นเตอร์ ว่าใครกันแน่? ที่กวาดเงินล้านได้เยอะแยะกว่ากัน

...

กลยุทธ์เอาเงินฟาด ให้ดาราดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ หวังกระตุ้นยอดขายไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องเก่านานชาติ ที่ต่างใช้กันทั่วโลกเกือบทุกแบรนด์ เพราะพลังดารา ยังดึงดูดผู้บริโภคได้จำนวนหนึ่ง

ถึงแม้จะไม่ทรงอิทธิพลเหมือนเก่าก่อนแล้ว เพราะผู้บริโภคต่างรู้ทัน รู้กันเต็มอกแล้วว่า พรีเซ็นเตอร์ดาราก็แค่อวดอ้างสรรพคุณให้สินค้าขายได้ มีดาราน้อยมากๆ ที่จะลองจริงใช้เองจริงๆ 

ตัวแปรสำคัญที่ดาราจะได้งานพรีเซ็นเตอร์

ไม่ใช่ใครก็ได้ ที่จะได้เป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์ฮอต แต่ต้องผ่านการคิดพิจารณานานอยู่ กว่าจะตกลงเอาดาราใครคนไหน มาเป็นพรีเซ็นเตอร์

1. ภาพลักษณ์ ด่านแรกคือภาพลักษณ์ของตัวดาราเอง ต้องไม่เสื่อมเสีย ไม่ทำตัวน่ารังเกียจ ได้รับความนิยมอย่างสูง มาสักระยะหนึ่งก่อน มีฐานแฟนคลับที่คอยสนับสนุนเยอะ แน่นอนว่า จะต้องดังจากผลงานละครและหนังเป็นหลัก

2. ยอดติดตามทางโซเชียลมีเดีย เป็นอีกตัวแปรสำคัญมากๆ ที่หลายแบรนด์ดังต่างพิจารณาร่วมด้วย เพราะถึงจะเป็นนางเอกพระเอกแถวหน้า แต่ถ้ามียอดคนติดตามน้อย ก็หมดสิทธิ์จะได้เป็นพรีเซ็นเตอร์นะ

3. กระแสในสื่อ อีกตัวแปรสำคัญมาก คือกระแสในสื่อ ทั้งสื่อหลักและสื่อโซเชียลมีเดีย ต้องชื่นชอบช่วยเชียร์ดาราคนนั้นๆ ด้วย ถ้าสื่อแบนดาราดังคนนั้น หรือในโลกโซเชียลมีดราม่าถล่มจนโดนสังคมแบน ถึงแม้ยอดฟอลโลว์จะเยอะ จะเล่นดีตีบทแตก มีฐานแฟนคลับเฉพาะตัวอยู่เยอะ แต่ก็อาจหมดสิทธิ์ได้ฟาดเงินล้าน จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ได้ ดั่งเช่น 

สัญญาพรีเซ็นเตอร์

สัญญากับดารา ในการจ้างมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ส่วนใหญ่จะจ้างกันเป็นปี ก็มีบ้างจ้างแค่ 3-6 เดือน เพราะดาราบางคนดังแล้วก็ดับ หมดความนิยมไว หรือแพ้ภัยตัวกระแสหมดความดังหดหาย ก็มีให้เห็นกันอยู่

แต่ถ้ายังดังแรงต่อ มีกระแสต่อเนื่องยาวไปๆ ก็เรียกมาเซ็นสัญญากันใหม่ต่อไปอีก หรือบางรายก็มีการเซ็นยาวๆ ไปหลายปีเลย 2-3 ปี แต่ก็มีไม่มากนัก

สัญญาจะรวมหมด ทั้งโปรโมตทางสื่อต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย ไอจี ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ฯลฯ จะโพสต์ให้ลงกี่ครั้ง หรือโปรโมตทางสื่อสิ่งพิมพ์ ทีวี โปสเตอร์ บิลบอร์ดต่างๆ หรือจะออกอีเวนต์ตามห้างใหญ่ รวมเดินสายพบสื่อมวลชนด้วยหรือไม่ ก็ตามแล้วแต่จะตกลงกันไป ฯลฯ

ทนายทั้งสองฝ่าย เป็นตัวแปรสัญญามากๆ ในการร่างสัญญา ต้องละเอียดต้องชัดเจน ลงลึกไปหมด เพราะดาราบางคน ก็อ้างว่าไม่มีในสัญญา จะไม่ทำการโปรโมตสินค้าให้ ในขณะที่บริษัท อาจจะจ้องหาผลประโยชน์ ใช้งานดาราเยอะเกินสัญญาก็มีอยู่ด้วย จึงต้องรอบคอบทั้งสองฝ่าย จะได้ทำงานกันด้วยความสบายใจ 

10 ดาราพรีเซ็นเตอร์รวยเละ

10 ดาราดังที่รวยเละ ค่าตัวต่อพรีเซ็นเตอร์อย่างต่ำเกิน 10 ล้าน ขอย้ำให้อิจฉาตาร้อน เกิน 10 ล้านบาท กวาดการเป็นพรีเซ็นเตอร์หลายแบรนด์ฮอต มายาวนานหลายปีแล้ว มีเงินรวมรายได้ทะลุหลักร้อยล้านบาท ไปแล้วหล่อๆ สวยๆ จะมีใครบ้าง ต้องรีบไปอ่านกันเลย

...

1. แบมแบม กันต์พิมุกต์

2. ณเดชน์ คูกิมิยะ

3. มาริโอ้ เมาเร่อ 

4. บอย ปกรณ์

5. เจมส์ จิรายุ

6. ญาญ่า อุรัสยา

7. ชมพู่ อารยา

8. ใหม่ ดาวิกา

9. เบลล่า ราณี

10. อั้ม พัชราภา

 

...

...