ข่าว
100 year

อีฟ พุทธิดา เผยอาการ ต้อย เศรษฐา หลังป่วยมะเร็งปอด (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์6 ก.พ. 2563 16:00 น.
SHARE

อีฟ พุทธิดา ลูกสาวคนเดียวของนักแสดงอาวุโส ต้อย เศรษฐา ได้ออกมาเผยถึงอาการป่วยโรคมะเร็งปอดของคุณพ่อ ที่งานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ ก้าวข้ามมะเร็ง ณ ลาน Eden 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ขออนุญาตถามอาการคุณพ่อ?
“ตอนนี้คุณพ่อก็ดีขึ้นนะคะ คุณหมอก็บอกว่าตัวก้อนเนื้อเล็กลงดูไปในทิศทางที่ดี คุณพ่อก็ดูสดใสดี หนักบ้างก็จะหลังให้คีโมช่วงวันที่ 3-7 หลังการให้คีโมจะหนักนิดนึง”

ระยะการรักษาประมาณเท่าไหร่แล้ว?
“ทั้งหมดก็ประมาณ 9 เดือนนะ”

คุณพ่อตกใจเหมือนกันตอนทราบว่าเป็นมะเร็ง?
“มันต้องตกใจอยู่แล้วแหละอยู่ดีๆ มีคนมาบอกว่าเราเป็นอย่างนี้มีใครไม่ตกใจบ้าง และเป็นในระยะไหน แต่ว่าเราก็พอเข้าใจมากขึ้น ก็จะรู้ว่าตำแหน่งที่คุณพ่อเป็นมันหายาก คือหมายความว่าเราจะไม่รู้เลยจนกว่าจะมีอาการ เพราะลำพังเราตรวจสุขภาพทั่วไปไม่ซีทีสแกนมันจะไม่เห็น

มามีอาการก็คุณพ่อไอเป็นเลือดแล้วพอไปหาหมอ คุณหมอก็ให้มา 3-4 ชอยส์ อาจจะเป็นวัณโรค และชอยส์สุดท้ายคือ อาจจะเป็นมะเร็ง ตอนนั้นเรายังหัวเราะกันอยู่เลยว่าไม่ใช่หรอกคุณพ่อไม่ได้สูบบุหรี่ ไม่ได้สูบนี่หมายความว่าตั้งแต่อีฟเกิดนะคะ คือเค้าเคยสูบแต่ก็ไม่ได้สูบมากมาย สูบช่วงวัยรุ่น และตั้งแต่อีฟเกิดคุณพ่อก็ไม่ได้ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ฉะนั้นจริงๆ แล้วก็ไม่น่าเป็น เราก็คิดว่าไม่ใช่แน่ๆ”

ความห่วงจึงมากขึ้นเพราะเราเจอในอายุมากด้วย?
“ใช่ค่ะ ถูกต้องเพราะเดิมทีเราก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มากนัก ถ้าพูดกันจริงๆ นะคะ เพราะว่าเราไม่ได้คิดว่าจะมีคนในครอบครัวเป็น หรือว่าจะมีใครเป็น เพราะว่าโดยกรรมพันธุ์ก็ไม่ได้มีใครเป็น เราก็เลยคิดว่าไม่น่ามี

แต่พอมาถึงตรงนี่แล้วเราก็รู้ว่าปัจจัยมันอาจจะไม่ได้เกิดจากอะไรเลยก็ได้ คือมันเป็นความผิดปกติของเซลล์ได้ พอมีความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโรคก็รู้ว่ามันอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด แต่สุดท้ายมันก็คือโรคภัยไข้เจ็บที่ ณ วันนี้มีนวัตกรรมการแพทย์ให้หายได้ด้วยและอาจจะผ่อนหนักให้เป็นเบาก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยด้วย”

9 เดือนที่ผ่านมาจากการรักษาเนี่ยสุขภาพจากเต็ม 100 ตอนนี้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?
“อีฟต้องอธิบายให้ฟังอย่างนี้ ถ้าอีฟตอบเป็นเปอร์เซ็นต์จะลำบาก เพียงแต่ว่าคุณพ่อน้ำหนักลงไปแรกๆ ให้คีโม หลายคนอาจจะทานอาหารไม่ค่อยได้ ก็ลงไป 10 กว่าโล ตอนนี้ก็ดีดขึ้นมาประมาณ 5-6 โล

ก็ถือว่าตัวเค้าเองเข้าใจแล้วว่าต้องปรับตัวกับโรคยังไงถึงไม่อยากกินก็ต้องกิน เพราะว่าการให้คีโมเค้าเรียกเคมีบำบัด มันทำให้ไม่เจริญอาหารแต่เราจำเป็นต้องกินอาหารเพราะต้องเอาตรงเนี่ยไปช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรงเพราะยาค่อนข้างแรง”

มีอาการแพ้มั้ย?
“ต้องบอกว่ายาสมัยใหม่มันค่อนข้างดีมาก แล้วผลข้างเคียงน้อยคุณพ่อ ผมไม่ร่วงทั้งๆ ที่คุณพ่อเป็นคนผมน้อยอยู่แล้ว หลายๆ คนเจอพ่อบอกว่า ทำไมผมไม่เห็นร่วงเลย แต่อีฟก็เข้าใจว่าคนแต่ละคนอาจจะแพ้ไม่เหมือนกันอย่างของคุณพ่อจะเป็นลักษณะที่ทานได้น้อยมากกว่า”

ต้องใช้เวลารักษานานเท่าไหร่ ถึงจะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ?
“จริงๆ เค้าก็ใช้ชีวิตปกตินะเพียงแต่ว่าใช้ชีวิตดีขึ้น เมื่อกี้ที่เค้าพูดบนเวทีเรื่องจริงนะคนเป็นมะเร็งเหมือนคนเป็นโรคถูกดัดนิสัย คือถ้าเราบอกว่าเป็นหวัด เราก็ยังเฉยๆ คือจริงๆ คนเป็นหวัดก็ควรจะใส่แมสก์ ล้างมือ กินร้อน จริงๆ มันก็เป็นเรื่องที่เราควรทำไม่ว่าเราจะเป็นโรคอะไรก็ตาม

แต่ว่าพอบอกว่าเป็นมะเร็ง มันเป็นโรคถึงตาย ถามว่าโรคอื่นตายได้เปล่าก็ตายได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอีฟว่ามันเป็นเรื่องของการเอาใจใส่มากกว่าถ้าพูดกันจริงๆ อีฟว่าคุณพ่อเค้าก็ใช้ชีวิตปกติแต่ว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องของกิน อากาศ คุณภาพชีวิตมากขึ้น”

สภาพจิตใจของคุณพ่อเป็นยังไงบ้าง?
“ดีค่ะ ดีมากตอนนี้เค้าเข้าใจแล้ว คือผ่านจุดที่ยากไปแล้ว ตอนแรกๆ จะเข้าใจยากนิดนึงเพราะเราไม่รู้ มันก็เหมือนตอนที่คุณแม่ป่วยเพราะว่าตอนนั้นคนในครอบครัวก็ไม่เคยเจอเหมือนกันว่าจะมีเส้นเลือดในสมองแตก เราผ่านตรงนั้นมาแล้วแล้ว อีฟก็พูดเลยว่าถ้าแม่ผ่านได้พ่อก็ต้องผ่านได้

และที่สำคัญแม่เป็นตัวอย่างที่ดีเพราะโรคที่แม่เป็นก็ไม่ได้ก้าวข้ามง่ายๆ เหมือนกันเพราะฉะนั้นคุณแม่ผ่านมาแล้ว เค้าก็มีวิธีให้กำลังใจคู่ชีวิต คุณพ่อก็ดูแลตอนที่คุณแม่จะต้องก้าวผ่านสิ่งนั้นเหมือนกัน ตอนนี้คุณแม่ก็เป็นนางพยาบาลค่ะ ไม่ได้ใส่ชุดขาวแค่นั้นเอง อยู่บ้านจัดยาต้องเป็นคอร์สๆ ก่อนอาหาร หลังอาหาร เค้าจะรู้กันอยู่ 2 คน อีฟไม่ได้ยุ่งเท่าไหร่เพราะว่าเดี๋ยวไปหยิบแล้วเดี๋ยวผิดคุณแม่เค้าจะเป็นคนจัดการ”

ยาดีนี่มีเป็นหลานด้วย?
“ถูกค่ะ ยาเม็ดใหญ่มากถึงจะกลืนไม่ลงแต่ก็หอมกันทุกวันนะคะ เป็นออกซิเจนบริสุทธิ์ที่สุดแล้วในบ้าน อย่างที่บอกนะคะ จริงๆ แล้วมันต้องมีเป้าหมาย ทั้งผู้ป่วยทั้งคนในบ้านต้องเข้าใจไปในจุดเดียวกัน เราต้องเข้าใจก่อนว่าโรคนี้สามารถหายได้หรือผ่อนหนักเป็นเบาได้

คือพอรู้ว่าเป็น อีฟบอกกับพ่อเลยว่า อีฟมองไปในทิศทางที่ดีเลยว่าหายได้ แล้วจากวันนั้นจนวันนี้พ่อก็ทำให้อีฟเชื่อว่าพ่อจะหาย เพราะว่าอย่างน้อยที่สุดเลยนะวันนี้อีฟไม่ได้มองว่าพ่อทรมานกับโรค คนเป็นจะเข้าใจเพราะมันทรมานในการรักษาในระดับ
นึง นอกจากว่าคนที่เค้าเป็นในตำแหน่งที่เจ็บปวดอันนี้อีฟไม่แน่ใจ

แต่ของคุณพ่อ วันนี้คุณพ่อไม่ได้เจ็บไม่ได้ทรมานอะไร อาจจะมีอย่างที่อีฟบอกเหนื่อยล้าบ้างจากที่ให้ยาแต่เค้าก็ยังใช้ชีวิตปกติ เพราะฉะนั้นอีฟว่ามันเป็นการหาจุดกึ่งกลางสมดุลในการใช้ชีวิตที่ดีและก็ต้องเป็นกรใช้ชีวิตที่ดีในแบบที่เราต้องการด้วยคือเราต้องมีความสุขทุกวินาทีที่เราทำได้

คิดบวกมองสิ่งที่ผ่านมาว่าเราโชคดีแค่ไหนแล้วที่มาถึงตรงนี้ ละโชคดีแค่ไหนที่มาถึงตรงนี้แล้วมีโอกาสอีกมีโอกาสที่จะหาย มีโอกาสที่จะดีขึ้นด้วยได้ก้าวข้ามผ่านสิ่งที่เรียกว่าเป็นชาเลนจ์ที่ใหญ่มากของชีวิตอีฟมองว่ามันสำคัญ”

ที่ผ่านมาอาต้อยก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้บ่อย?
“อีฟว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่อยากพูด แต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างคุณพ่อคือเค้าไม่อยากพบปะคนเยอะเพราะของเค้าเสี่ยงที่จะรับเชื้อง่าย คือต้องเข้าใจว่าของคุณพ่อเป็นที่ปอดมันเปราะบาง หนักการให้ยา ภูมิคุ้มกันจะน้อยเวลาอยู่ในที่คนหมู่มากอย่างนี้ค่ะมันก็เสี่ยงที่จะรับเชื้อเพราะฉะนั้นเนี่ยมันจำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงหรืออะไรหลายๆ อย่าง”

ผลต่อจิตใจ?
“ตอนแรกๆ เค้าก็ไม่อยากพูดถึง คือเค้าไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร นึกออกมั้ย เพระว่าเค้าไม่ได้อยู่ในภาวะที่น่าเห็นใจขนาดนั้น การให้กำลังใจมันก็เป็นเรื่องนึงนะคะ บางคนก็อยากมาแต่ไม่รู้จะมาแบบไหนด้วย ต้องทำยังไง แล้วคุณพ่อจะเป็นยังไง ต่างคนต่างไม่รู้

แต่ ณ วันนี้ก็เห็นไปเยี่ยมกันทั้งวัน แล้วคุณพ่อก็ไม่เหงา มีคนโทรหา ถามไถ่ให้กำลังใจกันตลอดเวลารวมไปถึงคนที่เราไม่เคยพบกันมาก่อน บางทีพ่อออกไปทานข้าวกับอีฟก็มีคนเดินมาบอกเป็นกำลังใจให้นะคะ บอกผมเป็นแฟนเพลง สวดมนต์ให้ด้วยครับ มันเป็นอะไรที่น่ารักมากเลย คือเราก็รู้สึกว่าทั้งปวงแล้วเนี่ยมันทำให้คุณพ่อเค้าอบอุ่นและเชื่อว่ายาก้อนใหญ่มากๆ เม็ดใหญ่มากๆ ของผู้ป่วยมะเร็งคือเรื่องของจิตใจ”

การที่เจอโรคมะเร็งชีวิตมันจะเฟล เราข้ามผ่านไปได้ยังไง?
“อีฟว่ามันมีหลายอย่างในชีวิตในยุคของเรามันมีหลายอย่างมากเลยนอกจากโรคมะเร็งที่ให้เรารู้สึกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ความไม่แน่ไม่นอนมีเยอะมากมีโรคสารพัดเลยที่เรารู้สึกว่าโรคนี้ตายได้ด้วยหรอ ไข้เลือดออก หวัดใหญ่ มันมากกว่าที่เราคิดคือเรารู้สึกว่าการที่การแพทย์พัฒนาการไป โรคพวกนี้มันก็พัฒนาการตาม

คือเค้าก็พยายามสู้กับมันถ้าเรารู้ตรงนี้เราต้องสู้กับมันด้วย คนไม่เป็นก็ต้องป้องกันตัวเองในทุกๆ เรื่อง การกินการนอนไม่มีใครกินแทนเราได้ ไม่มีใครขับถ่ายแทนเราได้ เรารักตัวเองแค่ไหน เรารักคนรอบข้างแค่ไหน ต้องทำเองถึงเราป่วยเราอยากอยู่กับคนรอบข้างเรามั้ย อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก็ต้อดูแลตัวเอง”

ต้องสร้างกำลังใจให้กับตัวเองมากขึ้นมั้ย?
“มันอยู่ที่ผู้ป่วยนะ ถ้าผู้ป่วยอยากหายคนดูแลจะเบาขึ้น อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าผู้ป่วยไม่มีกำลังใจคนรอบข้างจะเหนื่อย อย่างครอบครัวอีฟ อีฟโชคดี อีฟก็อยากให้คนอื่นรู้สึกแบบเดียวกันว่าถึงป่วยก็มองไปข้างหน้า สร้างกำลังใจนะคะ เป็นกำลังใจให้กันไปมา คือถ้าผู้ป่วยมีกำลังใจคนรอบข้างก็มีกำลังใจ เราจำเป็นต้องส่งมอบกำลังใจให้กันและกันตลอดเวลา”

คุณแม่ดาวน์ลงบ้างมั้ย?
“เหมือนที่อีฟบอก แม่เป็นแรงผลักที่ดี เพราะเค้าผ่านเรื่องร้ายๆ มาแล้วคือเค้าเชื่อว่าตัวเค้ายังผ่านได้พ่อก็ต้องผ่านได้ถ้าพูดถึงสิ่งที่มองไม่เห็นอะ เราก็ทำบุญมาเยอะอะไรที่จะเกิดขึ้นเราก็ทำให้ดีที่สุดแล้ว”

อีฟยังกังวลอยู่มั้ย?
“อีฟไม่อยากกังวลอะไร คืออีฟไม่อยากให้พ่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่กังวล แต่เราก็จะเอาใจใส่ บางอย่างเราไม่กังวลเราก็ดุเค้าไปเลย เช่น กินได้เหรออันนี้ไม่ควรกินมั้ยพ่อ เราก็จะคุยกัน”

อาหารการกินต้องปรับไปตามผู้ป่วย?
“ก็ประมาณนึงค่ะ ต้องเลือกสิ่งที่สะอาดที่สุด ปราศจากสารเคมีที่สุด จริงๆ อีฟว่ามันเป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำไม่ใช่แค่ผู้ป่วยเรื่องพวกนี้เป็นคุณภาพชีวิตเราต้องเอาใจใส่สิ่งเหล่านี้ให้มากขึ้น”

มองแพทย์ทางเลือกไว้บ้างมั้ย?
“อีฟไม่ปิดกั้นอะไร แต่สุดท้ายต้องอยู่ที่ผู้ป่วย มีคนที่มอบความปรารถนาดีกับครอบครัวอีฟ ใครเจออะไรช่องทางไหนก็มาแต่สุดท้ายแล้วเราต้องให้ผู้ป่วยเลือกเพราะว่าการรักษาชนิดใดก็ตามต้องใช้เวลาในการรักษาซึ่งผู้ป่วยจะทำได้นานพอมั้ย”

ตอนนี้ยังไม่มีวิธีแพทย์ทางเลือก?
“ไม่มีอะไรมากนัก ไม่ได้มีอะไรชัดเจน คุณพ่อเค้าก็เปิดรับ คือรับฟังซะส่วนใหญ่เราก็ไปในเรื่องของจิตใจมากกว่า คือนอกจากแพทย์ปัจจุบัน ซึ่งโรคนี้ไม่ถูกกับความเครียด บางที่ถ้าเครียดมากไปผู้ป่วยก็จะรู้สึกว่าถ้าลำบากขนาดนี้หลับก็ได้นะ เราเองเรายังรู้สึกเลยเราเลยรู้สึกว่าเค้าต้องมีความสุขกับชีวิต”

คุณอาเค้าดูหมดความมั่นใจมั้ย เค้าผอมลง?
“ไม่มีค่ะ ไม่มีคือถามว่านะวันนี้ที่ทุกคนรู้แล้วเข้าใจแล้วทุกคนก็จะเข้าหาเค้าด้วยความรู้สึกที่เค้าใจมากขึ้น ไม่มีใครที่เข้ามาทักอะไรที่เค้ารู้สึกไม่ดี ตอนนี้คุณพ่อเค้าก็ดูอ้วนขึ้นแล้วด้วย ตอนที่ดูผอมลงไปอีก ล่าสุดเพราะท้องเสียไม่เชื่อลูกดื้อไปนิดนึง”

แล้วงานร้องเพลงของคุณพ่อยังไง?
“ไม่แน่นะปีนี้อาจจะมีคอนเสิร์ตถ้าทุกอย่างไปในทิศทางที่ดีก็อาจจะเห็นคุณพ่อออกงานมากขึ้น”

เค้าบ่นคิดถึงอยู่ตลอดเหมือนกัน?
“เค้าไม่เคยไม่คิดถึง”

หยุดไป 9 เดือน?
“เอ่อ.. ก็เท่ากับว่าปีที่แล้วไม่มีงานปกติคุณพ่อจะมีคอนเสิร์ตทุกปีใช่มั้ยคะ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีฟ พุทธธิดาต้อย เศรษฐาต้อย เศรษฐา ป่วยต้อย เศรษฐา ป่วยมะเร็งปอดมะเร็งปอดดาราป่วยข่าวบันเทิงดารา

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้