ห่างหายจากวงการบันเทิงไปเป็นนักไตรกีฬาอย่างเต็มตัว สำหรับ โย ยศวดี อดีตนางแบบชื่อดังของเมืองไทย ที่ล่าสุด มานั่งเปิดใจพูดคุยเรื่องราวชีวิตของตัวเองในรายการ ตัวแม่มาแล้ว ทางช่องไทยรัฐทีวี ช่อง 32 โดยสาวโยเปิดใจเล่าถึงเรื่องความรักให้ฟังว่า
รู้สึกมั้ยว่าชีวิตตัวเองไม่เหมาะกับการมีความรัก?
“มีได้ แต่เป็นคนรักตัวเองมาก เราต้องการคนที่เข้าใจในความเป็นเรา”
เพราะเป็นคนนิสัยแรงๆ เลยทำให้เฉียดประตูวิวาห์มาถึง 2 ครั้ง?
“จริงๆ อายุ 40 แล้วนะ ถ้านับตอนนั้นก็น่าจะได้แต่งงานไปแล้ว ครั้งแรกเป็นแฟนชาวต่างชาติ ตอนนั้นอายุประมาณ 22-23 คบนานมาก 6-7 ปี เมื่อเข้าปีที่ 6 เค้าอยากกลับบ้านที่อเมริกา และเค้าอยากแต่งงาน แต่เราเพิ่งอายุ 25-26 เอง ทำงานเป็นนายแบบนางแบบมาด้วยกัน เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศด้วยกันทั่วโลกละ เขาบอกพอมั้ย กลับบ้านไปใช้ชีวิตแบบแม่บ้าน มีลูก
ฟังตอนแรกก็ตกใจชีวิตเรามันเพิ่งเริ่ม เราอยากมีเวลาอีกนิดนึงปีสองปี แต่พอหลังจากพูดไปแบบนั้นเค้าก็ขาดการติดต่อไป เราก็เริ่มสนุกกับการเที่ยวแบบชีวิตโสดกับเพื่อน เราก็เลยปฏิเสธไปเลย แล้วก็ขอเลิกกัน”
เสียดายมั้ย?
“มาทุกวันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกัน เห็นในอินสตาแกรมนะคะ เขาก็แต่งงานมีลูกเรียบร้อย”
...
คนที่ 2 เป็นยังไง?
“คนที่ 2 คือคนล่าสุด ที่คบมาตอนอายุ 30 นิดๆ เป็นคนไทยค่ะ คบมา 7 ปี เขาอายุมากกว่านิดๆ มีชีวิตเรียบง่าย แฟนทำงานเป็นราชการ มีบริษัทเป็นของตัวเองด้วย เราก็เลยไม่ค่อยมีชีวิตที่หวือหวามาก พอมาถึง 7 ปีทุกคนก็บอกว่ามันคือทางตัน จริงๆ มันต้องมีอะไรต่อนิดนึง
ถามว่าอยากแต่งงานมั้ย จริงๆ ก็อยากแต่งพอมานั่งพูดว่า เอ๊ะ ถ้าฉันจะเป็นภรรยาของคนสักคนนึงต้องทำยังไงดี ฉันต้องเปลี่ยนตัวเองมากน้อยแค่ไหน และมาจังหวะที่เราเริ่มเป็นนักกีฬาและเราเริ่มสนุกกับการแข่งขันเยอะมาก พอ 2 ปีผ่านไป ไม่มีภาพชีวิตคู่อยู่ในหัวเลยว่าเราจะเป็นแม่บ้าน เราจะมีลูก เราจะพร้อมมีสามี เราก็เลยมาคุยกันว่าในช่วง 2 ปีหลังทำไมเราไม่มองเหมือนกันเลย ก็เลยตัดสินใจว่าพัก และจากพักก็กลายเป็นเลิกกัน”
ก็ยังเป็นเพื่อนกัน?
“ยังเป็นเพื่อนกันค่ะ เพราะเป็นเพื่อนกันมาก่อน 10 ปีเลยค่ะ จนมาเป็นแฟนกันก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ได้เลิกกันแล้วต้องไม่มองหน้ากัน ทุกวันนี้ก็ยังคุยกันตลอด ก็ยังถามแบบมีแฟนใหม่รึยัง เราคุยกันตรงๆ มาก บอกว่าถ้ามีแฟนใหม่แล้วก็บอกนะ เราจะได้ห่างสเตปการคุยกันไม่งั้นแฟนใหม่จะไม่เข้าใจ เอาจริงๆ เรายังคุยกันเยอะมากสำหรับคนที่เลิกกันแล้ว”
แล้วอนาคตคิดอยากจะแต่งงานมั้ย?
“จริงๆ ก็อยากนะ เพราะ 40 แล้ว แต่คิดว่าถ้าแต่งแล้วจะทำยังไงดีจะมีลูกทันรึเปล่าก็ไม่รู้ จริงๆ ตอนนี้ก็มีคนที่คุยด้วยนะคะ มีคนที่เพิ่งเริ่มจะคุยได้ไม่กี่เดือน แต่ว่าก็เป็นลูกครึ่งเป็นชาวต่างชาติด้วย พอคนนี้มาก็ยังมองเรื่องมีลูก เรื่องการแต่งงาน เราก็ 40 แล้ว หรือจริงๆ มันอาจจะถึงเวลาที่เราจะต้องคิดเรื่องแต่งงาน เลยวางแพลนว่า ถ้าคนนี้เราคุยแล้วยังมีความสุขแบบนี้ ปีหน้าอาจแต่งนะ และถ้าแต่งปุ๊บก็จะมีลูกเลย”
ถือว่าเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง แต่หลายๆ ครั้งเคยคิดจะฆ่าตัวตาย ตอนนั้นอายุเท่าไร?
“คนเราก็ต้องมีอกหักเนอะ หลังจากแฟนชาวต่างชาติก็คบคนไทยที่เคยเป็นข่าวเพราะความรัก 3 ปีเป็นอะไรที่ไม่ชัดเจนและคลุมเครือมาตลอด และเราเป็นคนชัดเจนไม่โกหก ซึ่งมันเป็นความรักที่อึดอัด
เวลาพูดอะไรไปเหมือนเราพูดผิดและเราก็เป็นคนผิดตลอด สังคมก็ตราหน้าให้เราเป็นคนผิดตลอด รู้สึกว่ากดดัน ไม่เคยมีความสุขเลยทะเลาะกันตลอด ถึงขั้นเราไม่รู้ตัวเราว่าเป็นโรคซึมเศร้า คือรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่หิว ไม่อยากทำอะไรเลย
เลยไปปรึกษาคุณหมอเอายามากินให้เรานอนได้ ต้องกินยาอย่างจริงจัง ต้องกินยาที่ทำให้เราหิวอาหารสามารถทานได้แล้วก็พูดคุยสื่อสารกับคนรอบข้างได้เพราะช่วงนั้นคือชีวิตไม่คุยกับใครเลย อยู่แต่ในห้องอย่างเดียว พอพี่สาวกับคุณแม่กลับมาอยู่ด้วยกันเขาก็ดูแลเรา กลัวเราทำร้ายตัวเอง ทำอะไรก็ต้องคอยอยู่ในสายตาเขา”
แล้วทำยังไงถึงหลุดมาจากตรงนั้นได้?
“ครอบครัวค่ะ แม่นั่งร้องไห้ข้างเตียงตลอดเลยเพราะมีช่วงที่ถึงขั้นเข้าไปแอดมิตที่โรงพยาบาลด้วย คุณแม่ก็มาให้กำลังใจว่าเริ่มต้นใหม่นะ เรากลับมาอยู่บ้านแล้วก็เริ่มต้นใหม่ ใครไม่รักเราแต่เราก็มีครอบครัวนะ ครอบครัวรักเราเสมอ”
...