ข่าว
100 year

"ณเดชน์" ลุ้นละคร ความผิดพลาดสอนประสบการณ์ สุขในหัวใจตอนนี้ ได้ทำเต็มที่กับคนรัก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ต.ค. 2562 07:15 น.
SHARE

 

กำลังเพิ่มความเข้มข้น! ทั้งเนื้อเรื่องที่เริ่มพัวพันสนุกรวมทั้งกระแสคอยลุ้นไปกับละครรีเมกซีรีส์ฮอตเกาหลี “ลิขิตรักข้ามดวงดาว” ทางช่อง 3 ที่กระแสดีฮือฮาในโลกโซเชียลแต่ต้องลุ้นตัวเลขเรตติ้ง หนีไม่พ้นส่วนหนึ่งถูกมองว่าสาเหตุมาจากข่าวคราวความรักของสาว “แมท–ภีรนีย์ คงไทย” นางเอกและอีกหลายปัจจัย พระเอกของเรื่อง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ผู้รับบท อชิระ มนุษย์ต่างดาวสุดหล่อ เผยว่าได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้วและเปิดใจถึงกระแสต่างๆ

บท “อชิระ” พระเอกคนนี้มาจากเกาหลีพอมาในเวอร์ชันไทย เราตีความยังไง? “ผมไม่ได้ดูเวอร์ชันเกาหลีนะ ผมกลัวดูแล้วไปติดเค้า ผมเอาแค่คำว่า “นิ่ง” ของเค้ามา ถ้าจะรีเมกซ้ำกับเค้าหมดเราก็ต้องมาเครียดว่าทำยังไงจะได้เท่าเค้า เลยทำแบบที่ตัวเองคิด คิดอชิระขึ้นมาเป็นของตัวเอง” มนุษย์ต่างดาวคนนี้สื่อสารทางแววตาเป็นส่วนใหญ่ เคยเล่นบทนิ่งขนาดนี้มั้ย? “ไม่เคยครับ ตอนเล่นอึดอัดมาก จะเริ่มสนุกตอนที่ได้ปฏิสัมพันธ์กับอรุณและฟ้ารดา แต่พออยู่ในสังคมเค้าจะนิ่ง บางทีนางเอกพูดตลกกวนประสาทผมก็ใส่ความสนุกใส่รีแอ็กเข้าไป ตัวตนอชิระอยากมีสังคม แต่มาอยู่บนโลกมีสังคมไม่ได้ รักก็ไม่สมหวัง ความเข้มข้นหลังจากนี้ยิ่งน่าสนุก เมฆ จะรู้ว่าคนที่มีของคือฟ้ารดา ส่วนเรื่องของผมคือเรื่องหัวใจ ที่ขัดแย้งกับตัวเองว่าอีก 3 เดือนเราก็ต้องกลับไปแล้วจะเปิดเผยความจริงดีไหมว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่เราช่วยไว้”

อะไรคือที่สุดของเรื่องนี้ สำหรับณเดชน์? “ผมว่าที่สุดสำหรับผมคงเป็นความเชื่อว่าเราคือมนุษย์ต่างดาว เค้าคือสิ่งมีชีวิตที่มาจากที่อื่นแล้วมีคนรักไม่อยากกลับไป ความรู้สึกขาดพลัดพราก มันเป็นสิ่งที่เรายากที่จะเข้าใจถึง ต้องทำการบ้านเยอะ ทำความเข้าใจเยอะ” พอเป็นชื่อ “ณเดชน์” เล่นละครปุ๊บ คนก็รอดูและเกิดความคาดหวัง? “รอดูและรอด่า (ยิ้ม) มันเป็นเรื่องที่เราถูกคนคาดหวังไปแล้ว เรารับรู้และทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ละครทุกเรื่องถ้าถ่ายจบไปแล้วเราแก้ไขอะไรไม่ได้ ปิดกล้องแล้วเราก็เอาตัวละครทิ้งไปและยังต้องทำอะไรอีกเยอะในวันต่อไป คนดูจะเป็นคนตัดสิน ไม่ว่าจะเสียงชื่นชมหรืออะไรมันก็เป็นสิ่งที่ผลักดัน”

กระแสช่วงนี้ต้องใจหรือรับมือยังไง ทั้งกระแสเรตติ้งละครและเรื่องการวิจารณ์นางเอก? “ผมคิดอย่างเดียวคือคนเราไม่ว่าจะผิดพลาดอะไรสิ่งที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจ เพราะฉะนั้นผมก็เป็นกำลังใจให้นักแสดงคู่ของผม แต่ผมก็เข้าใจความรู้สึกของคนดู ปัญหาเป็นประสบการณ์ที่ดีของชีวิต มันทำให้เราเรียนรู้ว่าเราควรพัฒนาตรงไหน ไม่ใช่เฉพาะกับใคร ตัวผมเองก็ด้วย ถามว่าเราลุ้นให้ตัวเลขขึ้นมั้ย ลึกๆเราก็อยากให้ขึ้น เพราะมันเป็นกำลังใจไม่ใช่แค่นักแสดงแต่เป็นทีมงานทุกคนก็เฝ้ารอ อยากให้คนดูได้เห็นเบื้องหลังว่ามันมีความพยายามและความตั้งใจขนาดไหนให้ผลงานออกมาได้ดีขนาดนี้ ถ้าไม่พูดถึงตัวเลขกระแสของเราก็ดีมาก เราก็ยังประสบความสำเร็จ ผมเชื่อว่าคนที่ชื่นชอบและดูจะได้รับความสุขจากละครเรื่องนี้” อีกด้านเราก็ได้เห็นแฟนคลับช่วยลุ้นช่วยแชร์เพราะรู้ว่าเราต้องการกำลังใจตอนนี้? “ผมว่าแฟนคลับของผมเองเปิดใจรอดูโดยไม่มีข้อแม้ นั่นถึงเรียกว่าแฟนคลับครับ”

ทุกวันนี้ความสุขของการเป็นนักแสดงของณเดชน์คืออะไร? “มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เมื่อก่อนมีความสุขตอนที่ได้ไปทำงาน เริ่มมีเงินเก็บ ได้ทำสิ่งแปลกๆใหม่ๆไม่งั้นเราก็คงอยู่ที่ขอนแก่นตลอด พอมาอายุ 20 กว่า เข้ามหาวิทยาลัยเริ่มถ่ายละครเยอะทำงานเยอะขึ้น สิ่งที่ไม่น่าเบื่อคือ ตัวละครที่ได้รับทำให้เรารู้สึกมีอะไรท้าทายตลอด พอเราทำงาน เรามีเงิน มีความสุขที่อยากได้อะไรก็ซื้อให้คนที่บ้านให้คนในครอบครัว ตอนนี้มาถึงจุดหนึ่งความสุขก็เปลี่ยนไปอีก ความสุขตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเราได้อยู่กับคนที่เรารัก อยู่กับครอบครัวพาครอบครัวไปเที่ยว อยู่กับน้องญาญ่า พาเค้าไปเที่ยว ทำโน่นทำนี่ด้วยกัน ตอนนี้สิ่งที่ต้องการอาจจะไม่ใช่เงิน ต้องการเวลามากกว่า”

เป็น “ณเดชน์” นี่มันยากมั้ย? “ก่อนหน้านี้อาจจะยาก แต่ตอนนี้ผมรู้สึกโตขึ้นและได้ทำอะไรแบบที่เป็นตัวเองมากขึ้น มันทำให้เรารู้สึกสบายตัว ผ่อนคลายมากขึ้น” เป็นซุปตาร์แต่ชอบใช้ชีวิตธรรมดาขึ้นรถไฟฟ้า เราบาลานซ์ชีวิตยังไง? “กรุงเทพฯรถติด คนบนนั้นเค้าไม่สนใจ เราก็ไม่ได้คิดอะไร บางทีเล่นกีฬาเสร็จก็ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน ก็ทำเหมือนคนอื่น แต่เพียงว่าเราเป็นนักแสดงเท่านั้นเอง คนก็คงไม่คิดว่าทำไมณเดชน์โสโครก ขาสั้นรองเท้าแตะ ถือถุงมะขามเทศ (หัวเราะ) ผมอาจจะดูเป็นณเดชน์ใส่สูทผมตั้งร้องเพลงบนเวที แสดงละคร จริงๆเวลาหันหลังลงจากเวทีผมก็เป็นเด็กหนุ่มอายุ 27 คนหนึ่ง ที่มีความสุขความทุกข์เหมือนๆกัน มันก็คือคนธรรมดา เวลาผมเดินทางไปไหนก็เลยใช้ชีวิตปกติ เงินที่มีทุกวันนี้ก็เลี้ยงครอบครัว ดูแลญาติพี่น้องที่ขอนแก่น ผมไม่ได้ต้องการใช้ชีวิตสุรุ่ยสุร่าย”

มองถึงวันที่อะไรไม่แน่นอนในเส้นทางนี้ยังไง? “ผมชอบคิดตลอดนะว่าวันนึงผมจะอยู่ในจุดที่ไม่ใช่แบบนี้ ทุกคนจะไม่ได้มองผมว่าเป็นณเดชน์อีกต่อไป อาจจะเป็นแค่พระเอกเก่าคนหนึ่ง เป็นพ่อพระเอก มันต้องมีจุดๆนั้น ไม่ว่าจะเป็นความชื่นชอบศรัทธามันก็มีวันค่อยๆลด เพราะธรรมะด้วยมั้งเราเลยรู้สึกพร้อมที่จะสูญเสีย ไม่ยึดติด” ความรักช่วงนี้กับ ญาญ่า–อุรัสยา ก็ใช้ชีวิตง่ายๆไปเดินสยามเหมือนคนจีบกันใหม่ๆ? “ก็พยายามใช้ชีวิตอย่างที่วัยรุ่นเค้าใช้ ปกติคนไม่ค่อยเห็นผมจีบกันหรอกเพราะไม่ค่อยได้ไปไหน แต่จริงๆจีบกันตลอด (ยิ้ม) แต่ก่อนมันก็มีความกังวลว่าการออกไปข้างนอกจะไม่มีความเป็นส่วนตัวแต่พอตอนนี้มันอยู่ในจุดที่คิดว่ามันเป็นความคิดที่เราเองมองให้เป็นอย่างนั้น มันไม่ค่อยจะถูกเท่าไหร่ กลับคิดว่าที่ผ่านมาตลอดที่เรารู้จักกัน มันมีช่วงเวลาที่เรารู้สึกสูญเสียเวลา ไม่ค่อยมีประโยชน์ เราควรมีความสุขด้วยกันมากกว่านี้ เราควรได้ให้อะไรกันมากกว่านี้”

แล้วเกิดอะไรขึ้นถึงเปลี่ยน? “เราเปลี่ยนตัวเองเราทำความเข้าใจกันตกลงกันใหม่ พอได้ใช้ชีวิตแบบนี้มันมีความสุข มันคือทุกอย่างของชีวิต ตอนนี้เหมือนเราเปิดความรู้สึกได้เต็มๆ มันฟรีฟอร์ม ประมาณ 2 ปี ที่เราเริ่มคิดแบบนี้จริงๆ”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ณเดชน์ คูกิมิยะแมท ภีรนีย์ลิขิตรักข้ามดวงดาวช่อง 3กระแสดีเรตติ้งมนุษย์ต่างดาวดารา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้