อยู่ในวัยกำลังน่ารักเลยทีเดียวสำหรับ น้องมีก้า-น้องมีญ่า ลูกแฝดของ ป๊อก ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ กับ มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า ที่ล่าสุดคุณพ่อคุณแม่ได้อุ้มมาออกงานอีเวนต์เป็นครั้งแรก ให้พี่ๆ นักข่าวและแฟนๆ ได้ยลโฉมความน่ารักของน้องแฝดแบบใกล้ชิด ล่าสุด ป๊อกและมาร์กี้ได้พา มีก้า มีญ่า มางานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ MamyPoko Super Premium Organic ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า

โกยทรัพย์ตั้งแต่เด็กเลยสำหรับ น้องมีก้า และ น้องมีญ่า?

มาร์กี้ "ก็เป็นของเขานี่แหละ เป็นเงินเก็บของเขา เก็บไว้เป็นอนาคตของลูกทั้งหมดเลย"

แสดงว่ารายรับจากงานนี้เราให้ลูกหมดเลย?

มาร์กี้ "ไม่ (หัวเราะ) ก็แบ่งสรรปันส่วนกันค่ะ เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่ทำงาน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีอะไรที่ทำให้แฮปปี้บ้าง ส่วนของลูกเราก็เก็บให้ลูกค่ะ"

แบบนี้ก็หมายความว่าเราเปิดบัญชีให้เขาสองคนแล้ว?

ป๊อก "ยังเปิดบัญชีไม่ได้ครับ เพราะว่าเขายังเด็ก แต่ผมจะใช้วิธีจดเอาไว้แทน อย่างเช่นวันนี้ลูกทำได้ประมาณนี้ วันนั้นทำได้ประมาณนั้น ก็คือจะจดไว้ในส่วนของเขา"

...

มาร์กี้ "แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องจดไม่ต้องอะไรหรอก แค่พอถึงวันที่เขาโตและเขาเปิดยูทูบ เขาก็สามารถทวงตังค์เราได้แล้ว เด็กสมัยนี้เขารู้เขาเก่ง"

ปกติแล้วมีงานติดต่อครอบครัวเราเยอะขนาดไหน?

มาร์กี้ "มีเรื่อยๆ ค่ะ แต่ถามว่าเราเลือกรับยังไง เอ่อ...ส่วนมากถ้าผลิตภัณฑ์มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเด็ก เราก็จะไม่รับค่ะ เพราะเรารู้สึกว่าการทำงานมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ยิ่งเขาเป็นเด็กด้วย แถมยังมีสองคนอีก เอาตรงๆ แค่เลี้ยงอยู่บ้านปกติก็ยากแล้วนะคะที่จะทำให้เขาแฮปปี้ไปพร้อมๆ กัน หรือยิ้มไปพร้อมๆ กัน"

งานชิ้นแรกเห็นแววเขาไหม?

มาร์กี้ "ได้ตามเด็กปกติ เด็กก็มีทั้งยิ้ม ทั้งร้อง เขาก็เหมือนเด็กธรรมดา"

งานแรกประสบความสำเร็จ เพราะว่าเขาไม่ร้องเลย?

ป๊อก "ด้วยความที่เราเตรียมตัวมาค่อนข้างดี แต่ลูกสาวผมเพิ่งหลับก่อนขึ้นเวทีแค่ 5 นาที ผมก็กลัวว่าพอออกมาแล้วเขาจะตื่นคน แต่ก็โอเค"

มาร์กี้ "แต่เขาเจอคนเยอะตั้งแต่เด็ก อย่างเพื่อนเรามาบ้านเราที มาเป็น 10 คน เขาค่อนข้างชินกับคนเยอะ แต่ถ้าแสงมากๆ เหมือนจ้อง คือเขาอยู่ในช่วงพิจารณา วันนี้เป็นงานอีเวนต์ที่เงียบมาก ตกใจมากไม่มีเสียงกรี๊ด มีการปรบมือแบบเบาๆ จริงๆ เสียงดังได้ ทุกคนให้ความร่วมมือมาก ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ"

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เป็นอย่างไรบ้างกับการเลี้ยงลูก?

ป๊อก "มีความสุขมาก น้องๆ มาเติมเต็มชีวิตเรา เราเป็นพ่อแม่ไปแล้ว มีความสุขมากๆ ครับ"

มาร์กี้ "ไปไหนเราก็ไปด้วยกัน ชีวิตเราก็เหมือนเดิม ไปไหนเราก็ไปกัน แค่ว่าจากสองคนเป็น 4 คน"

ได้ยินว่าไปถ่ายรายการมา แล้วต้องห่างกันหลายวัน?

มาร์กี้ "9 วันค่ะ"

ป๊อก "มันน่าจะเป็นทริปสุดท้ายที่เราห่างกันขนาดนั้น"

มาร์กี้ "คุณพ่อบอกว่าไม่เอาอีกแล้ว ถ้าเกิน 3 วันจะเอาลูกไปด้วย ก็บอกเขาว่าเอาไปนะ เขาก็บอกว่าเอาไป เราก็บอกว่าถ้างั้นช่วยเลี้ยงนะ เขาบอกโอเค"

ต้องวิดีโอคอลกันทุกวันไหม?

ป๊อก "ทุกวันเช้าเย็น เวลามันไม่เหมือนกันด้วย ก็เอาตอนที่เขาเพิ่งตื่นนอน"

...

ตอนที่คิดถึงลูกมากๆ เป็นยังไงบ้างเล่าให้ฟังหน่อย?

ป๊อก "ผมจะพยายามหาอะไรทำให้ได้มากที่สุดให้จดจ่อกับอย่างอื่น จะได้ไม่คิดเยอะแต่อย่างที่บอกว่าทั้งเช้าทั้งเย็นก็วิดีโอคอล ได้เจอได้เห็นอัปเดต ถามว่าห่วงไหมก็ไม่ห่วง เพราะอย่างน้อยมีทั้งบ้านกี้และบ้านผมมาคอยช่วยดูแลอยู่แล้ว ที่เรารู้สึกคือเราคิดถึงของเราเอง และผมกลัวว่ากลับมาเค้าจะไม่เหมือนเดิมกับผม"

กลัวลูกลืมเหรอ?

ป๊อก "เหมือนว่าเราอยู่กันมาสนิทสนมกันมาขนาดนี้แล้ว กลัวนับหนึ่ง แต่กลับมาเขาก็จำได้เลยก็โอเคหายห่วง แต่อย่างที่บอกเราก็คุยกับกี้ว่าขอให้เป็นอันสุดท้ายที่ห่างกันนานๆ"

คุณปู่เป็นยังไงบ้าง?

ป๊อก "คุณปู่มีความสุขมาก คุณปู่อยากให้ไปนานๆ บอกว่าไม่ต้องรีบกลับ คุณปู่ได้อภิสิทธิ์นอนด้วยกันที่บ้าน"

มาร์กี้ "เพราะไปฝากไว้บ้านคุณปู่เพราะกลับมาก็ถามว่าทริปหน้าจะไปเมื่อไหร่ (ยิ้ม)"

กลับมาพอเห็นลูกน้ำตาซึมไหม?

ป๊อก "ผมไม่ได้น้ำตาไหล แต่ผมก็มีเวลาของผม ผมชอบฟัดลูก ผิวเด็กนิ่มหอม"

...

เรียกว่าเราหลงลูก?

ป๊อก "เราว่าเราติดกันและกันดีกว่า"

แม่ล่ะคิดถึงไหมเพราะลูกกินนมแม่ตลอด?

มาร์กี้ "แม่ไม่อยู่เราก็ปั๊มเอา ปั๊มแล้วแช่ฟรีซ แล้วหิ้วกลับมา เรื่องความคิดถึงมันก็คิดถึง แต่มันก็แค่ช่วงเวลาหนึ่งเราก็ต้องแข็งใจ เพราะเราก็ต้องไปทำงาน มันก็เป็นแค่ช่วงหนึ่ง ซึ่งพอกลับมาต้องไปทำงาน คือตอนกลับจากอเมริกาวันรุ่งขึ้น กี้ต้องไปโปรโมตเพลง ต้องเอาลูกไปด้วย หิ้วลูกไปตึกช่อง 3 ไปแกรมมี่"

...

ป๊อก "ไปด้วยเลย เพราะไม่อย่างนั้นอีกวันนึงเราก็จะไม่ได้เจอกันเลย เพราะตอนกลับมาเขาก็หลับแล้วเลยเอาไปเถอะ"

มาร์กี้ "อย่างวันเข้าออฟฟิศก็เอาลูกๆ ไปด้วย ที่ออฟฟิศเราก็มีที่มุมนอน เปลี่ยนผ้าอ้อม ที่ทุกอย่างที่เป็นบ้านหลังที่สอง"

ตอนนี้แฮปปี้ลงตัวแล้วใช่ไหม?

ป๊อก "แฮปปี้ครับ มีความสุขมาก"

เอาอีกสักคนมั้ย?

มาร์กี้ "2 คนกำลังดีค่ะ"

ป๊อก "ผมก็ตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ เพราะว่าคุณแม่เขาเป็นคนที่เหน็ดเหนื่อยกว่าผม อยู่กันมา 8-9 เดือนในท้อง เป็นอะไรที่ไม่สามารถแบกรับตรงนั้นแทนเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องให้เขาตัดสินใจว่าเขาอยากหรือไม่อยากมี"

มีฟีลอยากแต่งตัวลูกสาวไหม?

มาร์กี้ "ตอนนี้เรามีลูกสาวคน มีลูกชายคน รู้สึกว่ากำลังโอเคแล้ว ถามว่ามีฟีลนั้นไหมก็มี แต่เราก็ต้องใช้สติและคิดนิดนึง ว่าไลฟ์สไตล์เราเป็นคนแบบไหน เราไม่ชอบอยู่บ้าน เรารู้ตัวเองชอบพบปะเพื่อนฝูง ชอบเที่ยวเมืองนอก เรารู้ว่าเราเป็นลุยๆ คนแบบนี้ แล้วมือสองมือจะอุ้มลูกยังไง ไม่ไหวหรอก"

เรียกว่าปิดอู่ถาวรไหม?

มาร์กี้ "ไม่เราก็ดูไปก่อน อนาคตค่อยว่ากัน คือ เราก็ต้องเลี้ยงให้เขาดีเท่าๆ กัน เป็นเด็กดีของสังคม ถ้าเกิดว่ามีเยอะแล้วเลี้ยงเขาไม่ดี ใส่ใจไม่คงที่ เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เราต้องดูที่กำลังตัวเอง และดูเขาสองคนก่อนว่าเป็นยังไง"

ป๊อก "ใจจริงผมอยากมีแน่นอนอยู่แล้ว เพราะชอบเด็ก อย่างที่บอกเราก็เกรงใจเขาที่ต้องแบกตรงนี้ ถ้าเราเป็นคนแบกก็เอาเลยมาเลย (ยิ้ม) แต่ถ้าให้พูดตรงๆ มีคำนึงที่กี้เขาบอกมาว่า ถ้าเรามีลูก ต้องเลี้ยงให้ได้คุณภาพที่ดี ให้เขาเป็นคนดีกับสังคม ซึ่งเราเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ผมเลยรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เมคเซ้นส์มาก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่อนาคต"

ปู่ย่าตายายบอกไหมว่าอยากให้มีเพิ่ม?

มาร์กี้ "เขากำลังสนุกกับสองคนนี้อยู่ และช่วยเลี้ยง ไม่ใช่ว่าปูย่าตายายจะไม่เหนื่อยนะ พาลูกไปหาทีนึง แม่กี้บอกว่าไม่ต้องไปออกกำลังกายเลย แค่อุ้มหลานสองคนก็เหนื่อยแล้ว เขาชอบพาหลานไปสอน คุณปู่ก็แข็งแรงขึ้น เวลามีน้อง ปกติถ้าอุ้มเด็กต้องนั่ง เพราะมีปัญหาเรื่องเข่า แต่ตอนนี้อุ้มได้เหมือนมีกำลังใจด้วยค่ะ".