หลังจากที่ประกาศเลิกรากับแฟนนางเอก แพทริเซีย กู๊ด จนเป็นข่าวโด่งดังไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดไฮโซหนุ่มโสด พีช พชร จิราธิวัฒน์ ก็ได้ออกงานอีกครั้ง ที่งานฉลอง Grand Opening Fire Tiger by Seoulcial Club สาขาใหม่ เมกา บางนา ชั้น 2 (โซน Foodwalk) เมกา บางนา พร้อมกับเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวลือที่ว่ามีข้อความแชตของอดีตแฟนสาวที่คุยกับคนอื่นและรูปเตรียมเอามาปล่อย ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า

พอโสดแล้วออร่าจับ งานเยอะ?
“เหรอฮะ  ปกตินะ ผมก็ใช้ชีวิตปกติแหละ ยังทำทุกอย่างเหมือนเดิม คือผมไม่รู้ว่ามันเกี่ยวว่าเราโสดไหม เพราะว่าผมก็ทำตามปกติตัวเอง ตอนนี้ก็เริ่มกลับมาออกกำลังกายได้แล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ็บไปนาน พอออกกำลังกายได้ ก็คงดีขึ้นมั้ง ถามว่ามีคนทักเยอะเรื่องที่ว่าออร่าพุ่ง ก็ไม่นะ เพราะว่าผมก็ไม่ค่อยได้คุยกับใคร ที่อยู่ๆ จะพูดว่าช่วงนี้เธอดูออร่าเยอะขึ้นนะ มันไม่น่าใช่ หรือแม่พี่สาวก็คงไม่พูด”

แต่ดูเหมือนฐานแฟนคลับเราเพิ่มมากขึ้นเพราะกระแสความโสดของเรา?
“ส่วนตัวผมเองไม่ได้อยากที่จะให้มันถูกเกาะมาจากการที่มันเป็นเรื่องของข่าว อยากให้เราซัพพอร์ตกันจากผลงานมากกว่า แต่ถ้าทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอบคุณนะ ขอบคุณมาก มากๆ จริงๆ”

...

ยอดคนติดตามเราเยอะขึ้นมั้ย?
“ก็ขึ้นนะ อาจจะเป็นไปได้จากที่ว่าคนมาให้กำลังใจเรา แต่มันก็บอกไม่ได้แน่ชัดว่ามากจากไหน อย่างวันนี้มีคนมาให้กำลังใจเราเยอะ ผมไม่ค่อยชินเลย ผมเขินมาก แตกต่างจากก่อนหน้านี้ (เลิกกับแฟนแต่มีแฟนคลับมากขึ้น) คือ ณ จุดๆ นี้ ผมเขินมาก ทำตัวไม่ถูกว่าเอามือไว้ไหนดี”

ในทวิตเตอร์เห็นมีแฟนๆ มาเต๊าะเราเยอะมากเลย?
“ผมก็เล่นๆ อยู่แล้ว ก็มีแบบนี้อยู่เรื่อยๆ หลังๆ เยอะขึ้น แต่สนุกดีเหมือนกัน อ่านแล้วก็มัน ผมว่ามันสนุก พอผมตอบไปเขาก็จะแก้วิธีการไปเรื่อยๆ ให้เราตอบ ผมอ่านแล้วรู้สึกสนุกมาก”

แบบนี้กำลังใจดีขึ้นมั้ย?
“ดีครับ สิ่งที่ผมรู้สึกมากที่สุดคือ ผมอยากกลับไปทำภาพยนตร์ หรือผมอยากกลับไปเล่นละคร ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้มันออกมาแล้วคุ้มกับที่เขาพิมพ์มาให้กำลังใจเรา และเขาตามมา นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกนะ”

เหมือนช่วงนี้เรามาเล่นโซเชียลเยอะขึ้นด้วย เหงาเหรอ?
“ก็เล่นอยู่แล้วนะ (ยิ้ม) อาจเพราะช่วงนี้ว่างด้วยส่วนหนึ่ง ภาระรับผิดชอบน้อยลง ก็มีเวลาเล่น”

มีหลายคนอยากเป็นสะใภ้เซ็นทรัล จะต้องเป็นสเปกแบบไหน?
“ไม่มีเลยครับ ตอบโดนผมก็โอเค ขอให้พิมพ์มาให้ถูก (ยิ้ม)”

ช่วงนี้ทำงานทุกวันเลย?
“มีเรื่อยๆ อาจจะไม่ทุกวัน มีวันหยุดบ้าง ไปทำนั่นทำนี่บ้าง เพื่อมีโปรเจกต์ต่อไปที่จะต้องทำ จะได้มีเวลาเตรียมตัวบ้าง ถามว่าทำงานทุกวันแบบนี้มีช่วงเหงาไหม ก็มาบ้างเป็นปกติ ตอนกลางคืนจะมาบ่อยที่สุด นึกออกไหม เราอยู่คนเดียว นั่งอยู่เฉยๆ แต่พอได้ทำนั่นทำนี่ได้เจอคน มีปฏิสัมพันธ์ มันก็ลืมได้บ้าง ได้คุยกับคนก็แฮปปี้ดี”

เหงาตอนกลางคืนอารมณ์ไม่ดิ่งลงไปเลยเหรอ?
“ไม่หรอก แค่ผมได้คุยกับคนก็โอเคแล้ว ถือว่ามีเพื่อนคุย สนุกสนาน ได้คุยกับคนมันก็ดี มันก็ช่วยได้ขณะหนึ่ง เพราะตอนพิมพ์ตอบเราก็ต้องคิดว่าจะตอบเขายังไงดีนะ ก็สนุกดี”

จะพักใจนานมั้ย?
“ไม่รู้ ของแบบนี้ตอบไม่ได้ มันไม่ใช่ว่าฉันจะพักเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์นะ มันไม่ใช่ ของแบบนี้มันจะมามันก็มาเอง มันไม่มาก็คือไม่มา”

มีคนมาจีบเราเยอะมั้ย อย่างในโซเชียล?
“ก็มีเรื่อยๆ สนุกดี มีทุกวัน ผมตอบทุกวัน พอเขาพิมพ์มาแบบนี้ก็ต้องสู้หน่อย”

อย่างคนอื่นเขามีปัญหาเรื่องความรักจะพึ่งธรรมะ พึ่งพระเจ้า แต่เราเพิ่งโซเชียลเหรอ?
“ผมว่า มันก็แล้วแต่สไตล์ของคน เราแค่รู้สึกว่าการแก้ปัญหาสุดท้ายมันอยู่ที่เราแฮปปี้ ซึ่งอันนี้ผมทำแล้ว ผมรู้สึกว่ามันก็แฮปปี้ดี เราได้คุยกับคนที่แบบว่าปกติเราอาจจะไม่ได้คุยกันเลย มันก็เป็นการสร้างความสัมพันธ์อีกแบบหนึ่งที่ดี”

...

เพื่อนๆ ดูแฮปปี้เนอะที่พอเราโสด?
“เดี๋ยวนี้ทักมาทุกวัน มีแต่เพื่อนบอกว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง เสร็จแล้วจะไปไหนบ้าง ตลอดเวลา เพื่อนๆ ก็ห่วงค่อนข้างเยอะ (เขากลัวเราฟุ้งซ่านเหรอ) ใช่คำว่าฟุ้งซ่านได้ไหม (คิด) หรือใช้คำว่าซึมเศร้าไหม คือไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่าสุดท้ายคนมันเศร้าอยู่ดี เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องเศร้า”

ไม่ใช่คนที่รีบหาคนมาดามใจเพื่อจะได้ไม่เหงา?
“ผมรู้สึกว่ามันคือการกระทำที่ไม่ถูกต้อง มันไม่แฟร์กับคนอื่นด้วย (ยังไม่รีบเร่งหาใช่มั้ย) ไม่ อยู่แบบนี้ก็โอเคนะ ถามว่ากลัวไหม ไม่กลัวนะ แต่มันแบบ มันยังเร็วมาก นึกออกไหม มันเพิ่งผ่านมาแป๊บเดียวเองมันเร็วไป”

อย่างแพลนเรื่องเรียนต่อยังไปเหมือนเดิมใช่มั้ย?
“ยังไป ผมไม่ได้ฝากชีวิตผมไว้ที่เขา ขนาดที่ว่าผมจะพังทุกอย่างในชีวิตผมเพื่อเขา นึกออกไหม เรามีแพลนที่เราอยากทำตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ด้วยตัวคนเดียวด้วย ก็ทำต่อไป ยังเดินหน้าทำต่อ ถามว่าต้องปรับเปลี่ยนไหม ก็ไม่ต้องปรับ เพราะว่าตอนแรกก็ไม่ได้เตรียมไว้อยู่แล้วว่าจะไปเรียนที่เดียวกันหรือว่ายังไง ผมอยากที่จะเลือกอะไรที่ตัวเองต้องทำ คือผมอยากไปอยู่แล้ว แค่รู้สึกว่าสุดท้ายแล้วผมก็เคยผ่านมาแล้วกับความรักหลายครั้ง ผมก็คิดว่าครั้งนี้ผมก็ผ่านได้ แพลนเรียนต่อที่คิดไว้ก็น่าจะปีหน้า ขอดูคะแนนเราก่อน”

...

ขอถามเรื่องที่ดีเจเจมส์ออกมาซัพพอร์ตเราโดยการขึ้นข้อความว่า #ไม่สนิทอย่าติดหมี แล้วเราไปขอให้เขาลบ?
“ไม่รู้ซิ ผมรู้สึกว่าเราไม่ควรไปพาดพิงคนอื่น เรื่องแบบนี้มันไม่จำเป็น คือผมแค่รู้สึกว่าเราอย่าไปเป็นเหยื่อในการทำร้ายคนอื่น ทำไมคนเราต้องไปทำลายกัน คนเราเกิดมาเจอกันยากแล้ว อย่าไปทำร้ายกันเลย”

ยังปกป้องเขา?
“ผมรู้สึกว่ามันคือสิ่งที่ควรจะต้องทำ ผมไม่ได้มองว่าปกป้องนะ แต่ในแง่มนุษยชนเราควรปกป้องกันเอง ไม่ใช่ทำร้ายกันเอง คนผิดเราให้โอกาสเขาได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ ถามว่าได้บอกคนรอบข้างไหม ไม่ได้บอก ไม่รู้ว่าจะต้องบอกยังไงบ้าง คือส่วนใหญ่เขาจะมีพิมพ์มาหาเรามากกว่า ไม่ได้ไปลงในสื่อต่างๆ คือการให้กำลังใจกันเอง โอเค แต่อย่าไปทำร้ายคนอื่น”

อย่างครอบครัวเราแสดงออกชัดเจนในการอยู่ข้างเราด้วยการอันฟอลโลว์เขาเลย?
“ผมว่าเขาแค่รู้สึกไปกับเราแหละ ว่าเรื่องที่ผ่านมามันลำบากกับเราจริงๆ เขาเห็นในช่วงเวลาเดือนกว่าที่เราค่อนข้างลำบากที่เราหาทางออก คือแม่กับพี่สาวก็ไม่ได้บอกว่าจะเลิกติดตามเขา เขาก็ทำตามเราแหละ (ยิ้มเจื่อนๆ) ทำตามกันไป”

ล่าสุดมีเพจๆ หนึ่งออกมาแฉประมาณว่าเราถือไพ่เหนือกว่า เก็บแชตที่ฝ่ายหญิงคุยกับผู้ชายคนอื่น และเก็บรูปไว้แล้วเตรียมปล่อยมา?
“เก็บไว้ทำไม ผมก็ไม่ได้อยากได้อะไรแบบนี้อยู่ในมือถือผม เอ่อ...มันก็ไม่มีประโยชน์ ทำไปแล้วผมได้อะไรกับชีวิต ถามว่าทำไปแล้วได้ความสะใจ แล้วสุดท้ายมันยั่งยืนไหมล่ะ ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายผมเดินหน้าต่อ เราพยายามลืมเรื่องเขา เพื่อเราจะได้เดินหน้าต่อไปได้ง่ายที่สุด

ถ้าเราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เราจะจมปักอยู่ที่เดิม จะไปไหนไม่ได้ในชีวิต เพราะฉะนั้นช่างมัน ผมแค่คิดว่าใครทำอะไรก็ได้รับผมแบบนั้น ผมไม่ได้อยากเกี่ยวเลย แค่รู้สึกว่าตั้งแต่วันนั้นที่พูดผมก็ไม่ได้อยากเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วด้วย เพราะมันไม่ใช่เรื่องของผมเลย หลังจากนี้จะไปไหนกับใครก็ไม่ใช่เรื่องของผม ไม่อยากรู้”

...

เบื่อไหมที่ยังต้องตอบคำถามเรื่องของเขาอยู่?
“ถามว่าชินไหมดีกว่า ชินนะ เพราะว่ามันเป็นอาชีพเรา ที่เราแลกความเป็นส่วนตัวในคอนเนกชั่นของการทำงาน ซึ่งเราต้องยอมรับให้ได้ว่า คุณทำงานสิ่งนี้ คุณจะต้องรับสิ่งนี้ให้ได้ มันเป็นเรื่องปกติครับ”