ในปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ทั่วโลกต้องเผชิญและรับมือกับมันมานานแล้ว แต่ดูเหมือนว่าคนบนโลกส่วนใหญ่จะยังไม่ได้ตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมจริงๆ สักเท่าไร บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ชวนพระเอก-นักร้องหนุ่มอบอุ่น ก้อง สหรัถ สังคปรีชา แบรนด์แอมบาสเดอร์แคมเปญ “คุณคือตาวิเศษ” มาแชร์เคล็ดลับดีๆ ในการรักษาสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน ที่สามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากที่บ้านตัวเอง เพื่อสร้างจิตสำนึกและความรู้ความเข้าใจเรื่องการแยกขยะ ลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use plastics) อย่างถูกต้อง เพื่อลดปัญหาขยะล้นเมืองด้วย

ในชีวิตประจำวันของเรา เรามีส่วนในการรักษาสิ่งแวดล้อมยังไงบ้าง?
“จากใกล้ตัวเราที่สุด เวลาผมอาบน้ำสระผม ระหว่างสระผม แปรงฟัน ถูสบู่ ก็จะปิดน้ำ อย่างน้อยก็ช่วยประหยัดน้ำไปได้เยอะครับ ที่บ้านผมก็จะแยกขยะที่เป็นเศษอาหารจะทิ้งลงในเครื่องทำปุ๋ย มันก็จะกลายเป็นปุ๋ยเอาไปใส่ต้นไม้ได้

ขยะที่เป็นกระดาษ ผมก็จะกางมันออกแล้วทำให้มันแบนๆ รวบรวมไว้เยอะๆ เอาไปให้พ่อค้าที่รับซื้อกระดาษ ขวดพลาสติก ขวดแก้ว ก็จะแยกหมด และเอาไปให้กับคนที่รับซื้อครับ คือให้เขาไปเลย มันก็ไม่เป็นขยะกับบ้านเรา เขาก็นำสิ่งเหล่านี้ไปขายตามร้านรับซื้อของเก่า เขาก็มีรายได้ ขยะก็หมดจากบ้าน ได้ทำบุญช่วยเหลือคนมารับซื้อของต่างๆ ช่วยลดขยะโลกใบนี้ ได้หลายต่อครับ”

เท่าที่ฟังดูเป็นคนค่อนข้างมีระเบียบมาก?
“จริงๆ ไม่ได้ถือเป็นคนที่มีระเบียบอะไรมากนะครับ เมื่อก่อนก็ไม่ค่อยนึกถึงเรื่องเหล่านี้เท่าไร ก็จะใช้ชีวิตแบบสบายๆ ง่ายๆ อะไรก็โยนลงถังขยะมั่วซั่วไปหมด แต่เดี๋ยวนี้พอเราเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างมันเริ่มแย่ลง ขยะเต็มทะเล ขยะที่ทิ้งลงทะเลกลายเป็นไมโครพลาสติก ปลาก็กินพลาสติก เราก็กินปลาอีกทีนึง ความที่เราไม่ได้ใส่ใจโลกใบนี้ ทุกอย่างก็เริ่มเป็นวงจรกลับมาหาเราแล้ว สิ่งที่มันเป็นพิษต่อร่างกายเรามันเริ่มย้อนกลับมาหาเรา เพราะเราไม่ได้คิดถึงการอยู่บนโลกใบนี้อย่างจริงจัง เราอยู่แบบง่ายๆ แบบมักง่าย อยากทิ้งอะไรก็ทิ้ง

...

แต่วันนี้มันส่งผลกระทบมาถึงเราแล้ว สิ่งที่เราทิ้งไว้กับโลก สิ่งที่เรากำลังทำลายเขา มันกลับมาหาตัวเรา มันเลยเกิดจิตสำนึกว่าต้องเอาจริงเอาจังตรงนี้หน่อย เลยรู้สึกว่าการที่เราแยกขยะ ปิดน้ำเมื่อไม่ใช้ มันเริ่มเป็นสามัญสำนึกที่ต้องเอาจริงกับมันแล้ว เพราะมันมาถึงตัวเราแล้วไง ต่อไปมันก็ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

ตอนนี้เด็ก 10 ขวบ อีก 20 ปีข้างหน้าเขาจะอายุ 30 โลกใบนี้จะเป็นยังไงก็ยังนึกภาพไม่ออก เพราะตอนนี้ได้ยินแต่เรื่องแย่ๆ ทุกอย่างเลวร้ายลง ถ้าเรายังนิ่งดูดาย ไม่สนใจ มันก็จะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ รุ่นเราอีก 20-30 ปีก็จะจากโลกนี้ไป แต่รุ่นที่อยู่ต่อจะเป็นยังไง เราก็ต้องคิดถึงตรงนี้ด้วยครับ เราเลยรู้สึกว่าต้องเอาจริงกับตรงนี้แล้ว เลยดูเหมือนว่าเป็นคนมีระเบียบจังเลย แต่จริงๆ มันเป็นภาคบังคับแล้วละ”

อยากฝากฝังอะไรถึงคนรุ่นใหม่ในการรักษาสิ่งแวดล้อมยังไงบ้าง?
“ผมอยากให้ทุกคนตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม มันไม่ใช่เรื่องไกลตัวแล้ว สมัยก่อนอาจจะเป็นเรื่องที่โอ๊ย ไม่ได้เดือดร้อนฉันหรอก แต่ตอนนี้มันเดือดร้อนแล้ว มันถึงตัวคุณแล้ว ทุกวันนี้เรากินปลาในทะเล เท่ากับเรากินไมโครพลาสติกด้วย สมัยก่อนย้อนไปตอนผมยังเด็กๆ นานๆ ทีผมจะได้ยินเรื่องคนเป็นมะเร็ง

แต่เดี๋ยวนี้ผมได้ยินเรื่องคนเป็นมะเร็งรอบตัวผมไปหมด มันหนักขึ้นทุกวัน สภาพแวดล้อมมันแย่งกันกินแย่งกันอยู่ ประชากรบนโลกใบนี้มีมากขึ้น คนผลิตอาหารมีการเร่งสี เร่งโต ฮอร์โมน ทั้งพืชผักผลไม้หรือสัตว์ก็ต้องป้อนประชากรให้มันทัน มีเรื่องเคมีที่เร่งให้มันเร็วขึ้น เพราะวิธีการธรรมชาติป้อนมนุษย์ไม่ทัน มันเลยเกิดสิ่งต่างๆ ขึ้นมา มนุษย์ก็เลยป่วยเป็นโรคมะเร็ง เป็นโรคประหลาดเยอะแยะไปหมด

ถามว่าผมมองคนรุ่นใหม่ยังไงบ้าง ผมว่าคนรุ่นใหม่ก็มีทั้งสองทาง คือมีทั้งคนที่ตระหนักรู้ถึงความเสื่อมลงของโลกใบนี้ หลายคนคิดเรื่องการแยกขยะ ใช้ชีวิตความเป็นอยู่ยังไงถึงช่วยโลกใบนี้ได้บ้าง และมีอีกกลุ่มที่ไม่ได้สนใจ ดำเนินชีวิตตามที่สะดวก ใครจะเป็นยังไงฉันไม่เกี่ยว มันก็คงเป็นเรื่องที่เราต้องรณรงค์ มาพูดถึงเพื่อให้คนที่ไม่ได้สนใจมาตื่นรู้ซะบ้างครับ”.