เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ สำหรับ กานต์ วิภากร ที่ได้มาเปิดใจถึงชีวิตครอบครัวของตนเองกับร็อกเกอร์ชื่อดัง เสก โลโซ ครั้งแรก พร้อมเผยสาเหตุของการหย่า ในรายการ Club Friday Show ทางช่อง GMM25 โดย กานต์ เล่าว่า 

"มีอยู่เช้าวันหนึ่งเสกกลับมา ตอน 6 โมงเช้า แล้วขึ้นมาบนห้อง ตอนนั้นอยู่กัน 2 คน เค้าก็มาบอกว่า นี่นะ ฉันไปเผลอรักผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อนี้ ในใจกานต์ก็แบบเลิกมั้ยๆ เราก็พยายามไม่เดือด ก็จะฟังให้จบ เราก็นั่งฟัง อ๋อ เหรอ แล้วยังไง

เค้าก็นั่งเล่าๆ เล่าจบเราก็กรี๊ดเลย เพราะถ้าทะเลาะก่อนก็ฟังไม่จบ ไม่รู้เรื่อง พอไม่ทะเลาะเราก็ได้ฟังเค้าเล่า ไปเจอกันได้ยังไง เจอกันที่ไหน ก็คือคุยกันเหมือนไม่โกรธ ไม่อะไร เพื่อให้เค้าเล่าให้หมด พอเล่าจบเราก็ร้องไห้โฮเลย เราก็โวยวายทะเลาะเลย แล้วก็เค้าก็บอกว่า ฉันรักเธอที่สุดอยู่แล้ว

พอเล่าเสร็จ เค้าก็กินยานอนหลับ เราก็ไปแย่งยานอนหลับมาไม่ให้เค้านอน ให้ลุกมาคุยให้รู้เรื่องก่อน เพราะกานต์ร้องไห้หนักมาก ตาบวมหน้าบวม ในที่สุดเค้าก็แอบกิน พอกินได้ก็หลับหนีไปเลย

จุดประสงค์ที่ เสก เค้าเล่าก็คือเสกเป็นนิสัยหนึ่ง เหมือนกับเป็นคนไม่โกหกอะ กานต์เลยเชื่อใจไง อย่างที่สองคือ โกหกเนียนจนไม่รู้อะไรเลย คือเค้าเจ้าชู้มาตลอด แต่เราไม่รู้อะไรเลย

...

มีวันหนึ่งแฟนคลับมาเล่าให้ฟังว่า มีผู้หญิงนะ แต่เราก็บอกว่าไม่มีหรอก เค้าก็บอกว่า พี่กานต์มาดู MV เพลงนี้นะครับ พี่ก็ดูว่าใครเป็นคนกำกับ ปกติเสกเค้าจะไม่สนใจ MV ทางค่ายให้ไปถ่ายก็ไปถ่าย คือเป็นชื่อ เสก กำกับ แล้วตัวตนเองนั้นเป็นคนไม่ดูเครดิต ตอนที่ MV นี้ถ่าย ตนเองก็ไปด้วยเพราะชอบเพลงนี้

แล้วพอ MV เสร็จออกมาเราก็เลยร้องอ๋อเลย ก็คือว่าตัว เสก อะ เค้าเป็นเหมือนรุ่นใหญ่คนหนึ่ง ทุกคนต้องยกมือไหว้หมด ไม่มีใครกล้าเข้าหา แล้วนางเอก MV คนนี้เค้าก็ไม่ยกมือไหว้ เราก็สงสัยว่าทำไมเด็กคนนี้แปลกๆ เราก็ไม่ได้สนใจ หรือคิดอะไร แต่พอมันมาเฉลย เราก็อ๋อเลย เพราะนางเอก MV คนนั้นเป็นเพื่อนกับคนที่เสกชอบ ที่มาสารภาพกับเรา

ที่ตอนนั้นต้องเคลียร์ให้รู้เรื่อง คือเข้าใจมั้ยว่า ผู้หญิงอะ ต้องเคลียร์ให้รู้เรื่อง เราก็เลยร้องไห้โฮ ร้องไห้แบบไม่เป็นผู้เป็นคน แล้วตอนนั้นฝนก็ตกหนักมาก เราก็ไม่รู้จะทำยังไง

ก็เลยหนีออกจากบ้านไป 1 สัปดาห์ ไปอยู่โรงแรมคนเดียว แล้วมีเช้าวันหนึ่งเรากำลังจะหลับ เสกก็โทรเข้ามา เค้าบอกให้ดูเฟซบุ๊ก เราก็เข้าไปดูเห็นเค้ามาง้อ ใช้เพลง ลึกสุดใจ ใน MV เพลงนั้นเป็นคลิปที่เค้าแอบถ่ายเรา ซึ่งหน้าเราโทรมมาก เพราะเราเครียดเรื่องหย่า”

หย่าจริงๆ หรือแค่ประชด?
“หย่าจริงๆ ก็คือ 7 วันที่หายไปทำใจ เราตัดสินใจแล้วว่าต้องหย่า แล้วเชื่อมั้ยว่า ระหว่างที่กานต์หายไป 7 วันนั้น เค้าก็ประกาศหาบนเวทีคอนเสิร์ตว่าใครเห็นเมียผมบ้าง”

แล้วเราจัดการยังไง ลูกๆ อยู่ยังไง?
“เค้าอยู่ที่บ้าน คือถ้าเราอยู่เราต้องทะเลาะ เลยต้องออกจากบ้านไปก่อน ไปคิดว่าจะเอายังไงกันแน่ มันก็ช็อกอะค่ะ อยู่ดีๆ รักกันมา 20 ปี แล้วมาบอกว่าไปรักอีกคน นอกกายอะมันมีอยู่แล้ว แต่กานต์ไม่รู้เรื่องเลย อันนี้มาบอกว่า นอกใจ คนอื่นเราไม่รู้ แต่สำหรับเรามันร้ายแรงไง”

สุดท้ายแล้วเสกยอมหย่าให้มั้ย?
“ก็ผลัดไปเรื่อยๆ ประมาณ 8 เดือน เราขอหย่าตั้งแต่ต้นปี 2554 ได้หย่ากันตอนเดือนสิงหาคม 2554”

การดูแลลูกหลังจากหย่า?
“ก็อยู่ด้วยกัน บ้านเดียวกัน นอนเตียงเดียวกันเหมือนเดิม เรานอนตื่นขึ้นมาก็เห็นเค้านอนข้างๆ ที่ยังอยู่ด้วยกัน ยังไม่ย้ายออกไปเพราะมันยังทำอะไรไม่ได้ไงคะ เรายังตั้งตัวไม่ได้ว่าจะอย่างไร เพราะลูกยังไง ลูก 3 คนก็ยังอยู่ที่นั่น เพราะลูกไม่รู้ว่าเราไปจดทะเบียนหย่า”

...

หย่าแล้วยังอยู่ด้วยกัน ไม่รู้สึกทรมานใจเหรอ?
“ไม่ ถ้าหย่าไปแล้วมันก็โล่งใจไงคะ แต่ตอนที่ทรมานใจคือตอนเกือบจะหย่าประมาณ 7 เดือน เพราะมันยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ แต่เสกทำเนียน ไม่สนใจเรื่องนี้”

แล้วความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่บอกว่าชอบเป็นยังไงบ้าง?
“เราไม่เห็นเลย”

แล้วเราไม่พยายามรักษาความสัมพันธ์หรือแก้ปัญหา?
“เค้าง้อเราทุกอย่างค่ะ วันที่เรากลับไปหลังจากหายไป 7 วัน เค้าก็ถามว่าไปเที่ยวมาเป็นยังไงบ้าง แต่เราไม่ตอบ ไม่พูดค่ะ จุดที่ทำให้เราคิดหย่าก็คือวันที่เค้ามาบอกว่า เค้ารักคนอื่นแล้ว

อันนั้นเป็นต้นเหตุของการหย่ารอบแรก เวลาทะเลาะกันก็มีการลงไม้ลงมือกันบ่อย แต่ทะเลาะกันต่อหน้าลูกไม่บ่อย เรานิสัยเดียวกันเลย อารมณ์ร้อนทั้งคู่ เหมือนกันเด๊ะ แต่ในระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เค้าจะยอมกานต์กว่าที่กานต์จะยอมเค้า พอหายเค้าก็จะมาง้อเรา”

เค้าทำร้ายร่างกายเราเราทนได้ แต่พอเค้านอกใจเรา เราทนไม่ได้?
“ใช่ค่ะ ทำร้ายร่างกายเราทนได้ พอเค้ามาขอโทษก็หายโกรธ”

...

ทำร้ายร่างกายหนักถึงขั้นไหน?
“แม่กานต์ต้องพาไปโรงพยาบาลบ่อยค่ะ แขนหักก็มี ต้องไปเข้าเฝือก หน้าเยินพัง”

พอหลังจากหย่ายังมีเหตุการณ์แบบนี้อีกมั้ย?
“ไม่นะ เท่าที่จำได้ เพราะว่าไม่มีสิทธิ์แล้ว”

ทำไมถึงมีหย่าครั้งที่ 2 มีช่วงที่เราหวนกลับไปจดทะเบียนสมรสกันอีกครั้งหนึ่ง?
“อยู่โรงแรมประมาณเดือนหนึ่ง แล้วมาอยู่บ้านน้อง ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ทะเลาะกันหนักมาก แล้วกานต์ก็ปล่อยภาพนั้น ภาพที่เสพยา ซึ่งเราก็จำไม่ได้ว่าเราทะเลาะอะไร เพราะมันนานมากแล้ว ตั้งแต่ปี 54 แต่ว่าเค้าหลอนมาก คือจะตายอยู่แล้ว ทั้งพกปืน ขับรถมั่วซั่วไปหมด

เค้ายังพูดกับกานต์เลยว่า การที่เราปล่อยภาพนั้น ทำให้เค้าไม่ตาย ให้เค้าได้บำบัด เราเข้าไปเค้าก็ไม่เป็นคนแล้ว เค้าหลอนมาก ยอมรับว่าเค้าเสพยาหนักมา 8 ปี ซึ่งเราไม่รู้เลยว่า ปีนั้นคือเสพยา มารู้จริงๆ ตอนปี 54”

คิดมั้ยว่า การปล่อยภาพของเรา เป็นการทำลายชื่อเสียงเค้า?
“ไม่คิดอะไรเลย แล้วเราก็นอน แล้วทีนี้ก็มีนักข่าวโทรมาเต็มไปหมด หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวทุกฉบับ แต่เราก็ไม่กลัว ไม่เคยกลัวเสกเลย”

...

ลูกๆ กลัวมั้ยว่าความสัมพันธ์จะสั่นคลอน?
“ลูกๆ ไม่โอเคเพราะว่าพ่อเสพยา น้องเสือก็อธิบายให้น้องฟังเรื่องใช้ยาเสพติด น้องก็ถามว่ามันคืออะไร เค้าก็พยายามอธิบาย เราก็แทบร้องไห้”

แล้วกลับมาจดทะเบียนสมรสรอบสอง?
“คือตอนที่เค้าบำบัด กานต์กับลูกโดนญาติเค้ากีดกันไม่ให้เจอเสก เวลากานต์จะไปเยี่ยม ก็ต้องมีลูกไปด้วยเพราะเป็นลูกเสก ญาติเค้าเป็นเจ้าของไข้ ทุกครั้งจะมีสื่อตามไป ดีที่มีสื่อก็จะได้เข้าด้วย

เสกเค้าไม่รู้เลยว่า กานต์กับลูกโดนสั่งห้ามเยี่ยม พอวันหนึ่งเค้ารู้เค้าก็ไปโวยว่าใครมาห้ามไม่ให้ลูกเมียผมเยี่ยม เค้าก็ไปจัดการกับทางญาติและโรงพยาบาล ให้ลูกเมียเยี่ยมตามปกติ พอวันสุดท้ายที่เค้าจะออกจากโรงพยาบาล เค้าก็เลือกกานต์กับลูก และจดทะเบียนสมรสอีกทีวันที่ 7 สิงหาคม”

“ที่เราจดทะเบียนกันเพราะว่าเราคืนดีกันแล้ว และอยากดูแลเค้าด้วย เพราะว่าไม่อยากให้ลูกเป็นลูกนอกสมรส และเราอยากรักษาทรัพย์สินให้เสกกับลูก”

วันที่กลับไปจดทะเบียนสมรสอีกครั้ง ยังรักอยู่มั้ย?
“เรื่องรักมันตัดไปแล้ว มันจะเป็นความผูกพัน ซึ่งหนึ่งมีลูก สองตั้งแต่เกิดมาเนี่ยอยู่กับเค้านานที่สุด 20 ปี ความผูกพันมันเหมือนความรักนะ เพราะว่าเราก็ไม่ได้มีใคร เค้าก็ไม่ได้มีใคร และเพื่อครอบครัวสมบูรณ์”

ตอนที่กลับมา เค้ายังไปเสพยาอยู่อีกมั้ย?
“ตอนแรกๆ ไม่ค่ะ เพราะว่าต้องมีการติดตามผล ตรวจตลอดทุกเดือน เค้าก็ทรมานนะว่าเล่นดนตรีไม่ดี แต่ตอนที่จะหย่ารอบสอง อาการเดิมออกมาเป๊ะ เราก็ไม่มั่นใจว่าเกิดจากเสพยาอีกรึเปล่า

เค้าหลอน อารมณ์รุนแรง ก้าวร้าว การใช้เงินเริ่มเลอะเทอะแล้ว นี่เป็นอาการของเป็นไบโพลาร์แล้วนะ อยู่ดีๆ ก็รับคนมาทำงานเต็มบ้านเลย เราก็เริ่มไม่โอเค ก็ทะเลาะกันอีก เลยหย่า”

ทำไมถึงต้องหย่าครั้งที่ 2?
“ก็มันแตกแยกออกมาแล้ว เพราะเค้าใช้เงินลงทุนไปกับอะไรหลายอย่าง ถ้าไม่หย่าเงินกานต์ก็สูญ เป็นการหย่าเพื่อป้องกันทรัพย์สินสูญ จากการเป็นไบโพลาร์ ตอนนั้นเราแยกออกมาอยู่ข้างนอกแล้ว อยู่ได้เดือนนึง เราก็กลับไปบ้านไปขนลูกขนของออกมา สงสารลูกมากเลย ลูกก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ย้ายออกไปอยู่โรงแรม แล้วก็รีบหาเช่าคอนโดให้ลูก”

“กับคนรักใหม่ของเสก เราก็คิดว่าเค้าดี ช่วงนั้นเราก็ไม่ได้สนใจหรือใส่ใจอะไร แล้วเค้าก็ตั้งใจมาขอร้องให้ช่วยพาเสกไปรักษาจากไบโพลาร์ ที่ไลฟ์มาราธอน เราก็คิดว่า มันเป็นคนที่คิดดี ก็เลยยอมรับ เลยประกาศไปว่าเป็นคนในครอบครัวเราได้ คุยกันทุกคืน ตอนหลังเค้าก็มาหึงกานต์ ชวนเสกทะเลาะตลอด จนแบบว่า เห้ย ไม่ใช่แล้ว ก็เลยไม่คุยกัน”

แต่กับลูกๆ น้องเสือ เค้าเห็นปัญหามาตลอด?
“น้องเสือเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดตั้งแต่เกิด ไปทัวร์คอนเสิร์ต คนมากรี๊ดกร๊าดเค้าก็เก็บกด นี่พ่อของฉันนะ พอมาเจอปัญหาแบบนี้ เค้าก็เอาตัวเองออกจากปัญหาพวกนี้ให้ได้ โดยการไปเรียนต่อที่อเมริกาคนเดียว ถือกระเป๋าบินไปเลย ออกจากปัญหา”

“และเราก็ไม่ค่อยคุยกับลูกเรื่องพวกนี้ มันเหมือนเป็นการซ้ำเติม แล้วก็เหมือนย้ำ ไม่พูดเลย เราไม่พูดเลย”

ทำไมถึงต้องทะเลาะผ่านโซเชียล?
“พูดตรงๆ นะคะ มันติดต่อกันไม่ได้ ถ้าเค้าติดต่อมาเราก็ไม่รับ และเราติดต่อไปเค้าก็ไม่รับ บล็อกกันหมด ก็ต้องผ่านสื่อ ที่เราอยู่ได้ เล่นโซเชียลได้เพราะไม่อ่านคอมเมนต์เลย นอกจากคอมเมนต์ดีๆ ในเพจข่าว กานต์ไม่อ่านเลย เพราะที่เราโพสต์ไปเพื่อสื่อสารถึงตัวเสก ไม่ได้อยากให้คนอื่นอ่านเลย”

เป็นห่วงลูกบ้างมั้ย กับตรงนี้?
“ไม่ค่ะ กานต์ถือว่ากานต์มีบุญตรงนี้นะ เพราะลูกเค้าจัดการตัวเค้าเองได้ ให้แยกออกจากเรื่องของพ่อแม่ได้อย่างดี เค้าตัดปัญหาได้ ไม่ได้เป็นเด็กมีปัญหา”.