หายหน้าไปนาน สำหรับ อ่ำ อัมรินทร์ นิติพล ที่ช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ เจ้าตัวเคยเผยว่าเจอมรสุมชีวิตที่หนักหน่วงมากๆ ทั้งเรื่องสุขภาพ ชีวิตครอบครัว และเรื่องงาน ทำเอาเจ้าตัวชีวิตเสียหลักไปอยู่หลายปี ล่าสุด เมื่อได้เจออ่ำที่งานแถลงข่าว GREEN CONCERT # 22 THE LOST ROCK SONGS ณ บริเวณ LOBBY อาคารแกรมมี่ เลยไม่พลาดที่จะอัปเดตชีวิตของอดีตนักร้องชื่อดัง ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า
กลับมาทำงาน?
"กลับมาครับ กลับมาๆ เริ่มกลับมาสู่ระบบเดิมครับ ตอนนี้คือไม่ไปลงทุนอะไร เราก็รับจ้าง เอาตัวไปแลกกับงาน ร้องเพลง รับละคร"
ชีวิตของเราที่ผ่านมามันค่อนข้างจะมีวิกฤติ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
"เลยไปแล้วครับผม สบายแล้วครับ กว่าจะผ่านได้เหนื่อยมาก เพราะก่อนหน้าที่จะบวชก็ทุลักทุเลมากๆ แต่พอได้บวชแล้วสึกมามันก็เหมือนเรามีสติ มีสมาธิมากกว่าเดิม และทำให้เราเข้าใจชีวิตว่าเราควรเดินหน้าต่อไปยังไงดี"
ยังมีหนี้สินที่ต้องจ่ายอยู่อีกไหม?
"มีครับ แต่ทุกวันนี้ก็ทยอยจ่ายอยู่เรื่อยๆ เจ้าหนี้เขาเข้าใจผมดี ถามว่าหนี้เยอะไหม เอ่อ...ก็เยอะครับ แต่ไม่เยอะมาก สบายมากครับ จริงๆ ผมมองว่าการดูแลร่างกายให้แข็งแรงแบบนี้เป็นเรื่องยากกว่าอีก
คืออะไรที่เขาช่วยเรามาแล้ว เราก็ต้องสำนึกในบุญคุณของคนที่ช่วยเราด้วย รวมถึงเราเองก็ต้องพยายามหาทุกวิธีทางคืนสิ่งต่างๆ กลับไปให้เขาให้ได้ อันนี้ผมพูดถึงเจ้าหนี้นะครับ เจ้าหนี้ผมน่ารักทุกคน"
...
แสดงว่าเราเองก็พยายามประหยัดมากขึ้น?
"ใช่ครับ จริงๆ เมื่อก่อนผมนี่มีเงินในกระเป๋าเยอะมาก แต่เดี๋ยวนี้ขอโทษนะครับ ขนาดแค่จะขึ้นทางด่วนผมยังคิดเลย คือถ้าไม่รีบจริงๆ เราก็ไม่ขึ้นดีกว่า เอาเงินไปกินอาหารอร่อยๆ ดีกว่า ก็ใช้ชีวิตเคี่ยวขึ้น"
ย้อนกลับมาที่เรื่องสุขภาพ เราบอกว่าไม่ค่อยแข็งแรง พอจะบอกได้ไหมว่าป่วยเป็นอะไร?
"ตอนนี้เหมือนคนปกติแล้วครับ แต่ก็ยังมีโรครูมาตอยด์ หรือ โรคกระดูกอักเสบ ที่ต้องรักษาอยู่เรื่อยๆ แต่ตอนนี้ผมกลับมารักษาด้วยตัวเองแล้วนะครับ คือไม่ใช้ยาปฏิชีวนะแล้ว
เอ่อ...ด้วยความที่ผมเป็นคนเชื่อที่เรื่องกฎแห่งกรรมมากๆ ผมเลยคิดว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมาของผม มันคือช่วงที่ผมต้องชดใช้กรรมแบบแสนสาหัส และสุดท้ายผมก็สามารถผ่านมันมาได้ด้วยดี
ตอนนี้ผมก็เลยอยากจะชดใช้กรรมของผมด้วยการบริจาคเลือดกับสภากาชาด ทุกๆ 3 เดือน ก็เลยทำให้การรักษาโรครูมาตอยด์ของผมหยุดไป ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะแล้ว เพราถ้าหากใช้ยาผมจะไม่สามารถบริจาคเลือดได้
นอกจากนั้นแล้วทุกวันนี้ผมก็ยังหันมาออกกำลังกาย และก็พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้พอดี บริหารจิตเราให้นิ่ง เท่านี้ก็อยู่ได้แล้วครับ
ชีวิตผมเมื่อก่อนนี้มันแย่มากครับ เหมือนเปรต ทำอะไรไม่ได้เลย แขนขาไม่สามารถขยับได้ มือบวมข้อบวม แต่ว่าผอม ผิดกับตอนนี้เลยครับที่แข็งแรงขึ้นมาก"
เราบอกว่าช่วงนี้แข็งแรงขึ้น แต่จริงๆ แล้วอาการป่วยยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตอยู่ไหม?
"ไม่มีผลในการใช้ชีวิตครับ แต่มีผลกลับตัวผมเองในช่วงเช้าๆ มากกว่า เพราะเวลาตื่นมือมันจะตึงมากๆ กว่าจะกำมือได้ต้องเวลาพอสมควรเลย ดังนั้นทุกวันนี้วิธีที่ผมใช้ในการดูแลตัวเองก็คือ ตื่นเช้าขึ้นมาซักผ้า ออกไปเล่นฟิตเนสแถวหมู่บ้าน และจากนั้นก็ออกไปใช้ชีวิตของตัวเองตามปกติ"
แสดงว่าตอนนี้ไม่ได้มีใครเข้ามาช่วยดูแล?
"ผมอยู่คนเดียวได้ครับ"
แล้วความรักล่ะ มีคนเข้ามาดูแลบ้างหรือยัง?
"ผมมีครับ มีไปเรื่อยเลย มีเพื่อน (หัวเราะ) แต่ถ้าจะมีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตก็เรียนเชิญนะครับ แต่ผมไม่ปกติเท่านั้นเอง"
แสดงว่าตอนนี้เรายังไม่มีใคร?
"มันเป็นเรื่องที่ยากมากครับ สำหรับใครที่จะเข้ามาและต้องรับความรู้สึกของผมให้ได้ มันยากมากจริงๆ ที่ใครคนนั้นจะเข้าใจ ซึ่งถ้าหากเขาเข้าใจได้มันก็ดี คุณคิดดูนะครับ ผมมีความรักให้กับลูกสาวผมมาก และเขาคนนั้นจะรู้สึกยังไงหากผมยังติดต่อกับคุณจอยอยู่ หรือส่งข้อความหากันต่อหน้าเขา เขาจะรู้สึกยังไง คือถ้าเขารับได้ผมก็ยินดี เพราะผมเองก็ไม่ได้ปิดกั้น และก็ยังมองหาอยู่ด้วย"
ถามถึงลูกสาวน้องแอลลี่?
"น้องแอลลี่สบายดีครับผม ตอนนี้ยังเรียนอยู่และใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่นเป็นนางสาวแล้ว อายุ 15 แล้ว 15 เต็มเมื่อ 18 มีนาคมที่ผ่านมา"
...
พ่อหวงไหม?
"สบายใจครับ พอเป็นสาวเราก็สบายใจมากขึ้น เพราะเห็นลูกสาวเรามีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ โดยแม่จอยให้การดูแล อบรม และซัพพอร์ตทุกอย่าง ที่เขาอยากจะทำในสิ่งที่เขาฝัน"
ได้เจอบ่อยไหม?
"ก็เจอครับ ผมอะไม่ว่างเอง ผมเองมีโอกาสได้กลับมาทำงานละคร แล้วก็มาทำงานเพลง ทำคอนเสิร์ต มีกิจกรรมของตัวเองที่ทำอยู่เลยไม่ว่าง ลูกเองก็เรียน แต่เราคิดถึงกัน ก็เจอกันตามเฟซบุ๊กบ้าง อินสตาแกรมบ้าง หรือไม่ก็เล่นไลน์ โทรศัพท์หา วิดีโอคอล ไม่ได้รู้สึกว่าห่างกันเลย ยังรู้ว่าคิดถึงกันอยู่"
มีแววเป็นสายแฟชั่น?
"ใช่ๆ เขาเป็นคนรักสวยรักงามมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แต่งตัวจัดเหมือนแม่เขา แต่สำหรับผมเขาจะเป็นอะไรก็ได้ที่เขาอยากเป็น เพราะเขาอยู่ในกรอบ ในเขตที่พี่จอยดูแลอยู่แล้ว ไม่เกินไป ไม่น้อยไป ไม่กดดันเขาเกินไป เอาที่เขาสบาย เขาจะออกมาเป็นแบบที่เห็น"
มีคนบอกเขาเป็นญาญ่า2?
"คงคล้ายๆ กัน เขาเองก็มีความบังเอิญหลายๆ อย่าง ด้วยโครงหน้าเขาเป็นคนที่โครงหน้าเรียวอยู่แล้ว หน้าเขาคล้ายๆ ผม แอลลี่ก็เกิดวันเดียวกับญาญ่าด้วย เราก็เลยรู้สึกมากไปหน่อยว่ามีอาการคล้าย แต่ว่าเขาคล้ายหลายๆ คนเลยครับ"
เรามีโอกาสสอนลูกอย่างไรบ้าง?
"ตอนเด็กๆ เขาพูดได้ จำความได้ เราอยู่ด้วยกันเราก็อบรมลูก จนคิดว่าเขาเองก็น่าจะซึมซับความเป็นตัวเราที่เราอยากจะให้ซึมซับไป ในส่วนที่ดีๆ นะครับ ให้เขาไปมากในส่วนของการอบรมสั่งสอนในสิ่งที่ดีและไม่ดี"
ในการตัดสินใจเรื่องในชีวิต เขามาปรึกษาพี่อ่ำไหม?
"พี่จอยจะโทรศัพท์มาคุยว่าเขามีเรื่องไม่สบายใจ ลำบากใจ หรือต้องตัดสินใจอะไร หรือจะให้เราช่วยสนับสนุนในสิ่งที่เขาจะทำ พี่จอยจะติดต่อมาหาเรา ให้เราให้กำลังใจ ให้คำแนะนำเขาไป สำหรับผม ผมรู้สึกว่าเราเหมือนเดิมนะครับ เดี๋ยวนี้ก็เจอกันมากกว่า"
...
น้องคงเริ่มมีความรักแล้ว?
"เขาน่าจะมีมาตั้งนานแล้วแหละ เราเองก็ชอบเพื่อนมาตั้งแต่อยู่ ป.4 เราเองไม่ห่วงนะ ไปตามธรรมชาติเลย เราคิดว่าแม่เขาก็อบรมสั่งสอนให้อยู่ในกรอบ แอลลี่เองก็ระวังตัวเอง ผมเองไม่ได้ห่วงอะไรเขาเป็นพิเศษ ตอนนี่หน้าที่หลักๆ ของผมคือ ไม่ไปทำความเดือดร้อนให้เขาเท่านั้นเอง ให้การสนับสนุนเขา เราก็ทำเท่าที่ทำได้อยู่ บางทีตังเรายังไม่ออก ก็พี่จอยออกไปก่อนนะ ยืมพี่จอยด้วย เขาใจดี"