นักร้องสาวชื่อดัง เป็กกี้ ศรีธัญญา เล่าชีวิตวัยเด็กที่ต้องสูญเสียคุณแม่ไปตั้งแต่ยังเล็กๆ เป็นภาพความทรงจำที่เลวร้ายแบบหมดเปลือกในรายการ คลับฟรายเดย์โชว์ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่เจ้าตัวก็ยังร้องไห้มีน้ำตาทุกครั้งที่เล่าถึงตอนไปรับศพของคุณแม่กลับมา และหวังว่าคนที่อยู่ในโลงศพไม่ใช่แม่ของตน ซึ่งเป๊กกี้เปิดใจว่า
“คุณแม่เสียจากเหตุการณ์มีลูกค้ามาตีกันในร้านแล้วโดนลูกหลง แม่ก็ถูกยิงเสียชีวิต ตอนนั้นมีคนโทรมาบอก ตกใจมาก เศร้ามาก กลายเป็นแบบโกรธ เป็นพลังงานความโกรธ โกรธพ่อ เพราะเดิมทีเรามีใจที่ตะขิดตะขวงอยู่แล้วว่าทำไมไม่ดูแลแม่ให้ดี แม่ถึงได้ไปอยู่ไกล แล้วพอถูกยิงปุ๊บก็ยิ่งไม่รู้ว่าทำไมถึงเปลี่ยนเป็นพลังงานความโกรธ เป็นพลังลบ ไม่คุยกับใคร เป็นมนุษย์เงียบ
เป็นคนที่คิดว่าทำไมชีวิตต้องเป็นอย่างนี้ มีคำถามมากมาย เหมารถตู้ไปกับพ่อเลี้ยง เอาเบาะออกนั่งรถจากสุโขทัยไปนราธิวาส พอไปถึง ศพแม่ตั้งอยู่วัด อยู่ในโลง ก็ขอเค้าเปิดดูในโลงศพได้มั้ย ในใจค้านอยู่ตลอดเวลาว่าแม่ไม่ตาย ไม่ใช่แม่แน่ๆ ผิดคน พอเปิด มันก็บวมเยอะแล้ว ไม่ใช่แม่เรา ก็ดูที่นิ้วก้อยจับดูหมด ดูยังไงก็ไม่ใช่
...
มีช่วงหนึ่งในชีวิตหลายปีอยู่เหมือนกัน เวลาเดินไปตามถนนจะเฝ้ามองคนเพราะคิดว่าสักวันนึงแม่จะเดินสวนมา คิดแบบนั้น (ร้องไห้) ไม่ยอมรับว่านั้นคือคุณแม่ ต่อต้าน นั่งรถจากสุโขทัยไปนราธิวาสก็ร้องไห้ตลอด พอรับศพกลับมาในใจก็ต่อต้าน แต่ก็ยอมรับด้วยค่ะ นอนกอดแม่บนฝาโลง ร้องไห้จนถึงสุโขทัย พอจัดพิธีศพเรียบร้อยก็แจกแจงสมบัติ ก็ไม่ค่อยมีอะไรเหลือเท่าไหร่ ก็เป็นไปตามธุรกิจหรืออะไรก็ไม่ทราบ
ตอนนั้นด้วยความฮึด ไม่มีที่อยู่ขอไปอยู่บ้านเพื่อน บ้านที่สุโขทัยอยู่ในที่ดินของพ่อเลี้ยง ในตอนนั้นก็ไม่อยากอยู่ รู้สึกเป็นอื่น ไม่มีแม่แล้ว เพื่อนคนนี้บ้านก็ไม่ค่อยมีตังค์ แต่เค้าน่ารัก บ้านเค้าเป็นลิเก พ่อแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน เราก็ไปอาศัยอยู่บ้านเค้า ตอนไปอยู่กับเพื่อน
เคยลำบากสุดต้องแย่งปลากระป๋องแมวกิน ไปตกปลามากิน ซึ่งไม่มีญาติคนไหนเลย พ่อเลี้ยงก็ขับรถผ่านนะคะ เค้าก็มอง หนูก็มองเค้า ไม่คิดจะกลับไปพึ่งพา เค้าก็ไม่คิดจะตามเรากลับไป ไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากคิดถึงแม่”