หลังจากมีกระแสชาวเน็ตโจมตีการแสดงโชว์ของคู่รัก ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา ในคอนเสิร์ตเดี่ยวของณเดชน์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงความไม่เหมาะสมของโชว์เพราะดูสุดสยิวเร่าร้อนไม่น้อย ล่าสุดได้เจอ พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ผู้จัดคอนเสิร์ตดังกล่าวในงานบวงสรวงละครเรื่อง ใบไม้ที่ปลิดปลิว ที่ลานหน้าตึกแกรมมี่ เลยไม่พลาดที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับพี่ฉอด ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า

กับดราม่าที่เกิดขึ้นในคอนเสิร์ต เราในฐานะผู้จัดมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?
“สำหรับคอนเสิร์ตที่เพิ่งจบไปก็มีกระแสค่อนข้างเยอะเลย ก่อนอื่นต้องบอกว่ามันมีกระแสในเชิงบวกเยอะมากเหมือนกัน เดี๋ยวฟังเพลินๆ แล้วจะมีแต่ลบอย่างเดียว กระแสในเชิงบวกก็เยอะมากมายมหาศาล

เท่าที่ได้ลองไปเช็กดูก็จะมีกระแสจากแฟนคลับของน้องทั้งสองคนอยู่แล้วซึ่งแน่นอนเขาปลาบปลื้มในตัวน้องทั้งสองคน อีกอันนึงที่ได้เจอมาคือคนที่ไม่เคยเป็นแฟนคลับน้องมาก่อน แต่ว่าเข้าไปดูคอนเสิร์ตด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่

พอจบคอนเสิร์ตแล้วทุกคนเปลี่ยนใจมาเป็นแฟนคลับของน้องกันหมดเลย ทุกคนปลาบปลื้มในตัวน้องสองคนมากๆ แบบนี้ก็มี ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ที่น่าแปลกใจมากไปกว่านั้น เป็นคนดูที่หลากหลายอายุมากชนิดที่ อายุ70 กว่าๆ แล้วมีไปถึง 90 ก็มาดูอยู่ ทุกคนมีความสุขกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น

ฉะนั้นในมุมบวกมันก็มีอยู่เยอะ ส่งนกระแสในด้านลบต่างๆ มันก็ยังมีอยู่ ซึ่งอันนี้เราก็ต้องแยกแยะเหมือนกันในหลากหลายเหตุผล ในส่วนที่เราน้อมรับ คือหลายท่านที่แสดงความคิดเห็นออกมาด้วยความจริงใจ จะตำหนิติเตียนอะไรก็ได้ เราน้อมรับทุกความคิดเห็น”

...

ได้ติดตามกระแสวิจารณ์ คอมเมนต์ต่างๆ มั้ย?
“อ่านบ้างค่ะ เราจะเช็กฟีดแบ็กทุกอย่าง ไม่ได้อ่านจากทางใดทางนึง ก็ได้อ่านบ้าง แต่อยากจะตอบต่อจากที่น้องญาญ่าได้ตอบคำถามไปในวันนั้นว่ามันเป็นการแสดงโชว์ เราสังเกตว่าใครที่ได้ไปอยู่ในโชว์ทุกคนจะรู้สึกแต่ในส่วนดี

แต่ที่ออกมามีกระแสไม่ค่อยดีเท่าไรมักจะเป็นคนที่ไม่ได้ดูโชว์ อยากเล่าให้ฟังว่าในบรรยากาศของการทำโชว์วันนั้นมันมีอะไรหลายอย่างมากโดยสิ่งแวดล้อม คนทำซีนยังร้องไห้อยู่เลยว่าทำโชว์แล้วไม่มีใครดู ถ้าใครได้ไปดูจะเห็นเลยว่ามันเป็นซีนที่ใหญ่และอลังการมาก มีม่านน้ำ มีกราฟิกต่างๆ มากมาย ในลักษณะของการทำงานตรงนั้น สิ่งที่น้องสองคนต้องรับผิดชอบทั้งการที่เขาต้องร้องเพลงไปด้วย บล็อกกิ้งต่างๆ

ซีนนี้เป็นซีนที่ยากมากๆ ตรงที่บล็อกกิ้งต้องตรงเป๊ะ จะเห็นว่าโดยฉากข้างหลังเป็นกราฟิก น้องต้องเดินเข้าให้ตรงจุดมาร์กตรงนี้ เพื่อให้ได้ภาพรวมที่สวยงามมากๆ ในแง่ของการเต้น เพอร์ฟอร์มต่างๆ บล็อกกิ้งต่างๆ น้องสองคนมีภาระในการรับผิดชอบเยอะมากในซีนนี้ ฉะนั้นในโมเมนต์ตรงนั้นที่คนดูดูกัน กรี๊ดกันกับความสวยงามอลังการ ไม่มีใครจะมีอกุศลจิตในโมเมนต์แบบนั้น อันนี้คือบรรยากาศของงานตรงนั้น หลังจากที่มันมีการถ่ายหรือแคปมา ครอปเฉพาะน้องสองคน มันเลยดูเหมือนรุนแรง เลยเกิดเป็นเหตุขึ้นมา”

คือคนที่ติเตียนนั้นคือดูจากภาพที่แคปไม่ได้ดูภาพเคลื่อนไหว?
“ถูกต้องค่ะ ก็ไม่เป็นไร เราเข้าใจ เราก็แค่อยากอธิบายว่าถ้าไปดูอยู่ในนั้นจะไม่รู้สึกอย่างนี้ แต่พอเป็นภาพนิ่งมันก็เป็นอย่างนั้น เราก็คงไปห้ามเขาไม่ได้ที่จะไปให้เขาไม่ถ่ายภาพนิ่ง หรือคลิปออกมา วันนี้โลกโซเชียลมันเป็นแบบนี้

เราห้ามไม่ได้อยู่แล้ว แต่พอมันก่อให้เกิดบรรยากาศที่แตกต่างกันเราก็ขออธิบายเหมือนที่น้องญาญ่าพูดว่ามันคือโชว์ แล้วโชว์วันนั้นมันมีหลายสิ่งมาก มันไม่ได้แค่น้องสองคนเขามาสร้างซีนอะไรกันแบบนั้น คนที่ไม่ได้เข้าไปดูโชว์ก็จะเห็นภาพแค่นั้นแล้วแคปกันมา”

ภาพที่ออกมาเรารู้สึกว่ามันแรงไปมั้ย?
“อย่างที่บอกในฐานะคนทำงานเราไม่ได้แคปแค่ตรงนั้น เรามองภาพรวมของทั้งโชว์ เราทุ่มเททั้งสตางค์ คิดโปรดักชั่นให้มันออกมาเป็นซีนภาพใหญ่ เราไม่ได้มองตรงจุดภาพแค่ตรงนั้นเหมือนที่เขาแคปกันมา”

ไม่ได้ทำให้มันดูสองแง่สองง่าม?
“แล้วแต่คนจะคิดเลย เราไปห้ามไม่ได้จริงๆ”

โชว์นี้ที่เราตั้งใจทำขึ้นมาต้องการสื่ออะไร?
“มันเป็นความสวยงาม มันมีสตอรี่ตั้งแต่ต้นมา มันเริ่มต้นสตอรี่นี้มาตั้งแต่น้องญาญ่าเริ่มต้นร้องเพลงคนดี แล้วมาเป็นแคปชั่นที่เขาสองคนเจอกัน จีบกันต่างๆนานา จนความรักมันพัฒนาไปสุดท้ายมันไปจบตรงที่ if i ain't got you เป็นเพลงที่เขาร้องด้วยกัน อันนั้นคือความรักที่อยู่ด้วยกันแล้ว มันมีสตอรี่ของมันอยู่”

ในฐานะที่เป็นผู้จัดคอนเสิร์ตเราคิดไหมว่าจะมีดราม่าแบบนี้เกิดขึ้น พอก็ต้องยอมรับว่าการโชว์ครั้งนี้ค่อนข้างจะหลุดกรอบจากคาแรกเตอร์ของทั้งณเดชน์-ญาญ่า?
"ถามว่าคิดไหมว่ามันจะมีฟีดแบ็กอะไรยังไงแบบนี้ คือเราไม่คิดว่าเดี๋ยวมันจะมีอะไรเกิดขึ้น"

ก่อนที่จะทำโชว์นี้ขึ้นมาได้มีการปรึกษากับครอบครัวรวมถึงผู้ใหญ่ของณเดชน์-ญาญ่าหรือเปล่า?
"ก็ทุกคนก็เห็นนะคะ คือเราก็ไม่ได้แอบทำ ถ้าไม่ได้รับการยอมรับเราก็ทำไม่ได้หรือแม้แต่ตัวน้องทั้งสองคนเองเราก็ไปบังคับเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้นคือทุกคนลงความเห็นร่วมกันแต่อย่างที่บอก ว่าการที่เราคิดร่วมกันนั้นเราคิดในแบบของความตั้งใจที่ดี เราเลยไม่ได้คิดในมุมที่ว่าจะออกมาแล้วมันจะไม่ดี"

หลายคนมองว่าโชว์นี้ทำให้ภาพลักษณ์ของณเดชน์-ญาญ่าเสีย?
"เราว่ามันแล้วแต่ เพราะอย่างที่บอกว่าเฟซบุ๊กในทางที่ดีมันก็มีมหาศาลมากนะ มันไม่ได้มีฟีดแบ็กในทางที่ไม่ดีอย่างเดียว อยากให้ทุกๆ คนลองเข้าไปอ่านในไอจีของ พี่ฉอด ว่าคนที่เขามองในแง่บวกเขาจะมองอีกอย่างหนึ่งไปเลย

...

เรากำลังคิดว่ามันเป็นเรื่องของการแสดงความคิดเห็นที่มันหลากหลาย เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายและเราก็น้อมรับในทุกๆ ความคิดเห็น อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้อยากให้อ่านแต่ในมุมลบจนมองว่าลบไปทั้งหมด ลองไปอ่านในมุมบวกดูบ้าง คนที่คิดในมุมบวกก็จะคิดอีกอย่างหนึ่งเลย คือมันเป็นเรื่องของความคิดเห็นที่แตกต่างเท่านั้นเอง"

ได้มีการพูดคุยกับทางณเดชน์-ญาญ่าบ้างหรือยังหลังจากมีดราม่าเกิดขึ้น?
"ได้คุยก็ยังได้คุยกันอยู่ น้องๆ เขาก็โอเคกับสิ่งที่เขาตั้งใจทำ อย่างที่บอกว่าถ้าเราตั้งใจทำในสิ่งที่ดีแล้ว เราจะไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะว่าเราตั้งใจทำดี แต่หากมีใครที่มองในมุมที่แตกต่างของการมองของแต่ละคนแตกต่างกัน นั่นไม่ได้หมายความว่าการที่ตำหนิติเตียนหรือว่าด่าทอ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความตั้งใจดีของการทำงานของพวกเรา"

รู้สึกว่าคำด่าทอที่มีการคอมเมนต์กันมันแรงไปไหม?
"เป็นเรื่องธรรมดาเราว่ามันปกติเพราะอย่างที่บอกไปว่า การรับฟีดแบ็กใดๆ ก็ต้องแยกแยะด้วย เหมือนกันเพราะก็มีทั้งคนที่ แสดงความคิดเห็นด้วยความจริงใจไปดูคอนเสิร์ตนี้มาเป็นห่วงน้อง

อันนี้เราก็พร้อมน้อมรับ แน่นอนว่าในโซเชียลวันนี้คนที่เข้ามาด่าเล่นๆ ก็มี แต่ถ้าในกรณีที่หยาบคายเราไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นยังไงแต่สำหรับเรา ถ้าเริ่มต้นด้วยคำหยาบคายปุ๊บเราจะไม่รับเลย เพราะเรารู้สึกว่าในสังคมวันนี้เราไม่ควรเริ่มต้นด้วยการด่าใคร ด้วยคำหยาบคาย"

คือในส่วนตัวเรามั่นใจว่าการที่เราทำโชว์นี้ออกมาด้วยความตั้งใจดีไม่ได้มีความตั้งใจที่จะให้ออกมาดูไม่เหมาะสม?
"ถูกต้องค่ะแล้วภาพที่ออกมามันก็สวยงาม มากเกินกว่าตรงที่เราแคปมา เราอยากให้มองภาพรวม ซึ่งก็มีน้องที่ทำงานบอกว่าให้เราเอาภาพรวมออกมาให้คนได้ดูกัน แต่มันก็มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เพลงและอะไรต่างๆ ด้วย"

...

ต้องคิดมากขึ้นไหมต่อจากนี้ที่จะทำโชว์ออกมา?
"เราคิดมากทุกครั้งแต่เป็นการคิดมากในทางที่ดี เราไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เราตั้งใจคือต้องลองนึกภาพว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมา ทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ คืออยากจะบอกว่าก่อนที่เราจะทำเราตั้งใจในความคิดที่ดี เราไม่รู้หรอกว่าพอออกมาแล้ว ใครจะว่ายังไง"

บั่นทอนใจคนทำงานไหม?
"ไม่ถึงขนาดนั้นเพราะอย่างที่บอกว่า เราเป็นคนเปิดใจกว้างอยู่แล้ว และน้อมรับกับทุกความคิดเห็นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณด้วยซ้ำไป ขอบคุณทุกคนที่มีฟีดแบ็กเข้ามาไม่ว่าจะทั้งดีและไม่ดี มันก็เป็นสิ่งที่เราได้รู้อย่างที่น้องญาญ่าพูด มันคือการเรียนรู้"

อยากจะบอกอะไรกับคนที่มองในแง่ลบ?
"ไม่เป็นไรค่ะอย่างที่บอกว่าเราขอบคุณ ในทุกๆ ความคิดเห็น เพราะเรามั่นใจว่าถ้าไม่นับคนที่เข้ามาด่าทอหรืออะไร เรายังเชื่ออยู่ว่าหลายๆ คนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นไม่ว่าจะเป็นแง่ลบหรือแง่บวก เขามีความตั้งใจดีกับพวกเราจริงๆ ในฐานะคนทำงานจริงๆ เราก็ทำได้แค่ขอบคุณและน้อมรับทุกอย่าง แล้วก็ไว้เจอกันในครั้งต่อไป".

...