เรียกว่าเป็นโรคที่อยู่ใกล้ตัวทุกคนมากกว่าที่คิดสำหรับโรคซึมเศร้า ซึ่งในช่วงระยะหลังๆ มีผู้คนที่ป่วยด้วยโรคนี้มากพอสมควร และหนึ่งในนั้นคือนักแสดงสาวร่างเล็ก กัสจัง จีร่าร์ พิทักษ์พรตระกูล ที่เคยผ่านประสบการณ์การเป็นโรคซึมเศร้าจนกินยาแก้แพ้ 100 เม็ดเพื่อหวังจบชีวิตตัวเองมาแล้ว โดยเจ้าตัวบอกเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตดังกล่าวหลังมาร่วมงานบวงสรวงละคร “The Messenger กามเทพผิดคิว” ณ สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 ถ.วิภาวดีรังสิต
ถามถึงอาการป่วยเป็นไงบ้าง?
“หายแล้วค่ะ”
ตอนนั้นที่ป่วย อาการเราดาวน์แค่ไหน?
“ก็ดาวน์จนฆ่าตัวตายค่ะ น่าจะเมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว ตอนนั้นกินยาเกินขนาดค่ะ คือจริงๆ ดาวน์ทุกวัน ตื่นเช้ามาก็ดาวน์ๆๆ แบบหาสาเหตุไม่ได้ แล้วพอหาสาเหตุไม่ได้ เราก็จะรู้สึกว่าเราผิดปกติจากคนอื่น เราก็จะงงว่าทำไมเรามีความสุขไม่ได้ คนรอบข้างก็ไม่เข้าใจด้วย พอคนรอบข้างไม่เข้าใจก็ยิ่งรู้สึกว่าเราผิดปกติ ภาวะอารมณ์ก็จะแปรปรวน นอกจากเป็นโรคซึมเศร้า กัสจังจะมีเรื่องของประจำเดือนมาร่วมด้วย ซึ่งเวลาก่อนเป็นประจำเดือน กัสจังจำชื่อโรคไม่ได้ คือมันจะทำให้ซึมเศร้าอยู่แล้ว บวกกับถ้ามีโรคซึมเศร้าจะทำให้คนไข้ฆ่าตัวตายได้เฉียบพลัน หรือว่าเป็นเหมือนไบโพลาร์ค่ะ”
...
ตอนนั้นเราทำยังไง?
“เราก็รู้ตัวว่าเราผิดปกติ เราก็กินยาค่ะ แต่ว่าบางช่วงก็ไม่ได้กิน คือมันจะหนักตรงที่เวลาทะเลาะกับคนรอบข้างจะค่อนข้างดาวน์มากๆ อย่างตอนที่กินยาเกินขนาดนี่คือทะเลาะกับแม่ พอทะเลาะปุ๊บก็อารมณ์ชั่ววูบ คือทำตรงนั้นตอนนั้นเลยค่ะ ตอนแรกคุณแม่ก็ช็อกเพราะว่าคุณแม่คงคิดแล้วแหละว่าตายอยู่แล้ว ไม่รอด เพราะว่ากินยาแก้แพ้ไป 100 เม็ด เป็นยากระปุกใหม่เลย คือตอนนั้นทะเลาะกันแล้วขวดมันอยู่ข้างๆ เราก็หยิบกระดกกับน้ำทีเดียวเลย คุณแม่ก็ช็อก ทำอะไรไม่ถูก เขาก็ร้องไห้อย่างเดียว น่าจะผ่านไปได้ 20 นาทีเลยมั้ง นานจนตัวเราชาแล้วอะ นอนรอความตายอย่างเดียวตอนนั้น”
ตอนนั้นเรารู้ตัวมั้ย?
“รู้ค่ะ ก็รอว่าเมื่อไรจะตายอย่างเดียว คิดว่าตายแล้วจะเป็นยังไง คือมันดาวน์ขนาดนั้นเลยอะ จนพอมันดาวน์สุดแล้วรู้สึกว่าเออ เรายังไม่ได้ลาญาติเราเลย ก็เลยไลน์ไปลาเขา เขาก็เลยไลน์ไปหาเพื่อนๆ ติดต่อเพื่อนเรา แล้วเพื่อนมาเต็มบ้าน แล้วทุกคนพาไปล้างท้องค่ะ ก็เลยรอดมา”
แล้วเราผ่านจุดนั้นมาได้ยังไง?
“คือจริงๆ ต้องบอกเลยว่าศาสนาเข้ามาช่วยค่ะ พอซึมเศร้าแล้วดาวน์สุดก็ติดต่อพี่คนนึงที่เป็นคริสเตียนไป เป็นคนที่เคยพาเราไปเข้าโบสถ์ แล้วก่อนหน้านี้เรานับถืออีกศาสนานึง คนคริสเตียนก็จะเป็นการให้ความรักอยู่แล้วด้วย การให้กำลังใจ เราได้รับความรักจากคนรอบข้าง จากคนที่โบสถ์ด้วย ได้ความเข้าใจ เริ่มเข้าหาศาสนา ฟังธรรมทุกวัน บวกกับกินยาในช่วงแรกไม่ถึงเดือนแล้วก็หายขาด และมาเป็นคริสเตียน แฮปปี้มาก”
ต้องเปลี่ยนศาสนาเลยมั้ย?
“เปลี่ยนเลยค่ะ ตั้งแต่หลังจากซึมเศร้าก็เป็นคริสเตียนแบบเต็มตัว คือก่อนหน้านี้จะเปลี่ยนเป็นคริสเตียน แต่เรายังกึ่งๆ น่ะ ยังไม่ได้มีความเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ จนมาในรอบนี้ที่มีความเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ บวกกับเรื่องอื่นๆ ค่ะ”
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดโรคมาจากความเครียด?
“จริงๆ คิดว่ามันไม่ได้มีความเครียดอะไรมากมาย คือหนูคิดว่าปล่อยวางได้ แต่หนูเป็นโรคแพนิกด้วย คือตอนกลางคืนก่อนนอนบางทีจะมีอาการตกใจกลัว มันเหมือนว่าอาจจะเป็นเพราะว่ามนุษย์มีความกังวล แต่มันเป็นความผิดปกติของสารเคมีในสมองด้วย ฮอร์โมนของประจำเดือน แต่มันอาจจะเป็นความกังวลที่เราไม่รู้ตัวเข้ามาสะสม พอศาสนาเข้ามาช่วย มันเลยเหมือนทุกวันเราตื่นมาแล้วมีความสุข เรามั่นใจว่าเรามีพระเจ้า เรามีพระเยซู ก็ไม่มีความกังวลอะไรแล้ว”
เรารู้ได้ไงว่าเราหาย 100 เปอร์เซ็นต์?
“ก็ไม่ได้กินยาเลย ทุกวันตื่นมาก็จะมีความสุขอย่างเดียว เอาจริงๆ ก่อนเป็นโรคซึมเศร้าก็ยังไม่เคยตื่นมาแล้วมีความสุขแบบนี้ แต่ตั้งแต่เป็นคริสเตียน ตื่นมาก็จะมีความสุข เวลาไปเข้าโบสถ์ ได้ไปช่วยเหลือคน ให้ความรักคนอื่น เรารู้สึกว่าเรามีความสุขที่เราได้รับและได้ให้ด้วยค่ะ”
เราได้แบ่งปันเรื่องราวให้คนอื่นที่เป็นได้ฟังมั้ย?
“ก็มีค่ะ จริงๆ แนะนำทุกคนเข้าโบสถ์เหมือนกันเลยถ้าเกิดใครที่มีปัญหาตรงนี้ว่าลองดูไม่เสียหายอะไร เพราะตัวเราเองดีขึ้นได้จากการที่มาอยู่กับสภาพแวดล้อมที่มันมีแต่ความรัก”
...
ทำไมเรื่องราวของเราไม่ได้ถูกเปิดเผย เพราะก่อนหน้านี้คนคิดว่าเราป่วยเข้า รพ. หลายคนไม่รู้ว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า?
“ใช่ค่ะ ตอนที่เป็นก็ไม่ได้ออกมาพูดว่าเป็นโรคซึมเศร้า ก็กินยาอย่างเดียว คือแค่ไม่ได้คิดว่าเราต้องมาแถลงอะไร เราไม่ได้เป็นซุป’ตาร์อะไรขนาดนั้น ก็ใช้ชีวิตปกติ แต่ว่าเราอยากมาแบ่งปันตอนที่เรากินยาฆ่าตัวตาย จนกระทั่งเราหายแล้ว เรารอด เราก็เลยรู้สึกว่าเป็นโรคที่ค่อนข้างน่ากลัว เพราะเราเป็นคนนึงที่คิดว่าในชีวิตรักตัวเองมากและไม่คิดจะฆ่าตัวตาย เพราะเป็นคนรักตัวเองและครอบครัว อยากประสบความสำเร็จ เรื่องฆ่าตัวตายนี่ห่างตัวมาก ก็ไม่คิดว่าจะทำไปได้ เลยคิดว่าเป็นอะไรที่ควรระวัง และใครที่มีคนที่เขาเป็นผู้ป่วย ควรระวังเรื่องคำพูดมากๆ เลย คำพูดนี่สำคัญมากนะคะ เซนซิทีฟมาก เช่นคำว่า “เป็นอะไรเนี่ย” แค่คำพูดแบบนั้น ตอนนั้นเราจะเป็นจะตายเลย นอยด์มาก แต่ถ้าตอนนี้ก็จะเฉยๆ ค่ะ”
ต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตมั้ย?
“ก็ปรับค่ะ แต่การปรับของหนูคือการเข้าหาศาสนา การรับความรัก การให้ความรัก การทำดี เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ความรัก การปรับเข้าหาความสุข ฟังธรรมนี่ฟังทุกวันเลย เป็นการฟังธรรมแบบคริสเตียนค่ะ รับอะไรที่เป็นพลังบวกทั้งหมด”
เหมือนเราได้ชีวิตใหม่?
“มากค่ะ เหมือนได้ชีวิตใหม่เลย”
...
ทุกวันนี้หมอยังมีนัดตรวจอะไรอีกมั้ย?
“หมอไม่มีนัดค่ะ หายสนิทเลย แต่ก่อนหน้านี้ก็ปรึกษา ก็เข้าไปปรึกษาตลอดค่ะ เพราะว่าต้องไปรับยา ปรับยาค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้ไปแล้ว หายปกติเลย”
ชีวิตที่เราต้องเคยเจอแบบนี้มันนานแค่ไหน?
“น่าจะเป็นปีนะ อาจจะก่อนหน้านั้นเป็นด้วยแต่ไม่รู้ตัว”
ในช่วงปีที่เคยเป็นมา มีการทำร้ายตัวเองหนักๆ มั้ย?
“จำไม่ได้อะ แต่จำได้ตอนที่ฆ่าตัวตายอย่างเดียว คือฆ่าตัวตายครั้งเดียว แต่อาจจะมีการทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ร้ายแรงมากค่ะ อารมณ์รุนแรงค่ะ”
คนรอบข้างคุยกับเราเพื่อทำความเข้าใจกันมั้ย?
“คนรอบข้างก็ทำความเข้าใจ คือโชคดีที่พอกัสจังเปลี่ยนเป็นคริสเตียนปุ๊บ จากคนรอบข้างที่แอนตี้ เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงของชีวิตเรามาก ไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ นิสัย แต่เป็นเรื่องของหน้าที่การงาน เรื่องคำอวยพรที่เราได้รับ มีเพื่อนๆ อีกหลายคนที่เขาเปลี่ยนแล้วชีวิตเราดีขึ้น เลยทำให้ครอบครัวเริ่มยอมรับ เริ่มเปิดใจ เพราะเขาเห็นว่าเราดีขึ้นมาก ชีวิตเราไม่เคยดีขนาดนี้ จากที่เราอาจจะเคยดีทางด้านการเงิน แต่เราไม่เคยสัมผัสจิตใจอะไรดีขนาดนี้ด้วย สภาพแวดล้อมเราก็เปลี่ยนไปด้วย เป็นคริสเตียน ได้รับความรักจากคนรอบข้างด้วย ทุกอย่างมันเลยแฮปปี้ไปหมดค่ะ”.