จากกรณีที่ ปู ไปรยา ได้ออกมาบอกว่า ตนเองได้ถอนตัวจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์อาหารเสริม ที่เคยเป็นบอสร่วมกับ ดีเจต้นหอม ศกุนตลา และดีเจมะตูม เตชินท์ เวลาต่อมา ดีเจมะตูม ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว จนกลายเป็นที่วิพากษ์กว้างขวางจนเกิดดราม่า

ล่าสุดทางฝั่ง ปู ไปรยา ก็ได้ให้ทนายออกมาชี้แจงแล้ว (อ่านข่าว อยากจบ! แต่อาจฟ้องกลับ ทนาย ลั่น! ภาพลักษณ์ปู เสียแล้ว!) และทาง มะตูม เองก็ได้ออกมาพูดเช่นกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยบอกว่า 

“คือจริงๆ พี่หอมสัมไปบางส่วนแล้ว ที่พี่หอมพูดมาถูกต้องหมด แค่อย่างเดียวที่พี่หอมพูดอาจจะผิดพลาด เพราะมะตูมอยู่เมืองนอกเรื่องไลน์แชท ที่เหมือนกับมะตูมไปพูดกับคุณปูเอาดีเข้าตัว คือจริงๆ ตูมไม่ได้พิมพ์ประโยคนั้นไป

ตูมแค่บอกเค้าว่า คุณได้พูดในสิ่งที่คุณต้องการแล้วหนิ เพราะฉะนั้นเราคงไม่มีอะไรจะพูดแล้วแหล่ะ แล้วปูก็ได้ไลน์มาขอโทษยาวมากเป็นหน้ากระดาษ อันนี้คือความจริงที่มันไม่ได้ตรงกับที่พี่หอมพูด นอกนั้นไม่มีอะไรผิดไปจากสิ่งที่ตูมคิดและสิ่งที่เกิดครับ”

สรุป ปู ไปรยา เป็นพรีเซ็นเตอร์หรือบอส?

“ใน บ. ของตูมมีสินค้าหลายตัวมาก คือ ของดีเจต้นหอม ของแต้ว ของปู ไปรยา และตัวล่าสุดคือกุ๊บกิ๊บ คำว่าเป็นพรีเซ็นเตอร์มั้ย ในเชิงการพูดออกสื่อเค้าเป็นทั้งบอสและพรีเซ็นเตอร์ คุณต้องพรีเซ็นสินค้า

ใน บ. มีตูม พี่ต้นหอม และคุณกอล์ฟ 3 คน ในผลิตภัณฑ์เนี่ย ทุกๆ คนเป็นพรีเซ็นเตอร์ของตัวเอง แต่ได้รับผลประโยชน์มากกว่าก็คือการเป็นบอส ซึ่งในสัญญาระบุชัดเจนเป็นมากกว่าพรีเซ็นเตอร์คือบอสครับ”

...

แต่ในมุมของเค้า เค้าเข้าใจว่าสามารถดูเรื่องรายรับรายจ่ายในการขายสินค้าได้?

“ขอพูดวันแรกเรื่องการดิวงานกับเค้า ปู ไปรยา ตูมเป็นคนดิว ตอนนั้นแบรนด์ของพี่หอมอยากจะรีแบรนด์ พี่หอมเป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่เราอยากจะทำอะไรที่มันใหญ่กว่าเดิม เราคิดว่าถ้าได้ทำกับคนระดับอินเตอร์ก็คงจะดี ตูมเป็นคนติดต่อปูไป ซึ่งตัวเค้าอยากจะร่วมงานกับปู กับพี่หอม ซึ่งเราถามปูว่า ใจพี่หอมอยากได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะตัวเค้าเป็นบอสไปแล้ว แล้วจะมาซ้ำกันทำไม

แต่ตูมบอกว่า พี่หอมถ้าได้ปูเป็นบอสด้วยก็คงดี เหมือนกับว่า เราตัดส่วนแบ่งให้ไป ผลประโยชน์เท่ากัน เราจะได้ทำงานหนักเท่าๆ กัน เพราะอยากให้หอมมาบริหารหลังบ้านอย่างเต็มที่ ก็เลยมีการยื่นข้อเสนอไปว่าจะเป็นบอสหรือเป็นพรีเซ็นเตอร์

ซึ่งตอนนั้นคุณปูเคยออกมาบอกว่า เค้ามีพรีเซ้นเตอร์เยอะมาก เราก็ถามว่าเค้าติดอะไรมั้ย เค้าก็บอกว่า โอเค ตัวเค้าจะมาทำธุรกิจกับเราดู แต่ทำเป็นบอสเลยนะ คือทำร่วมกับเรา เราก็เข้าใจมาแบบนั้นตลอดว่าปูเลือกที่จะเป็นบอส แต่ก็งงกับบทสัมภาษณ์ของเค้าเฉยๆ ซึ่งในสัญญาเราทำร่วมกัน หารเท่ากัน”

ปูเป็นคนร่างสัญญา?
“ใช่ครับ เราส่งสัญญาไป ซึ่งเราไม่สามารถพูดได้ว่าอะไรบ้าง แต่ ปู ไปรยา เป็นคนที่ทำงานเก่ง ค่อนข้างเคร่งครัดในระบบสัญญาของตัวเอง เค้าดูสัญญาทุกตัวอยู่แล้ว”

ทนายบอกว่าเรื่องรายละเอียดให้เราชี้แจงเรื่องรายละเอียด เรื่องยอดขาย เรื่องบัญชี?
“เรื่องรายละเอียดหรือข้อสงสัย เรื่องความไม่โปร่งใส่ ให้ติดต่อฝ่ายบัญชีของมะตูม เราพร้อมให้ทุกคนตรวจสอบ และพร้อมที่จะชี้แจงกับทุกอย่าง ข้อกฎหมายเราไม่ตุกติกอะไรอยู่แล้ว แต่ในเรื่องข้อพิพาทพูดอะไรไม่ได้มาก เพราะไม่ใช่ศาล”

ฝั่งเราได้มีการยื่นโนติกขอตรวจสอบอะไรมั้ย?
“ตามที่พี่หอมบอกเลยครับ โนติกฝั่งเรายื่นก่อนครับ เค้าบอกว่าเค้ายื่นมา แต่ตอนนี้บริษัทตูมยังไม่ได้รับหมายศาลหรือการฟ้องร้องอะไรเลย”

เค้าเคยยื่นมาเรื่องการดูรายได้?
“อ๋อ อันนี้เค้าเคยชี้แจงมา อันนี้อาจเป็นไปได้ ที่ตูมตอบว่าไม่รู้เพราะตูมยังไม่ได้เห็นเอกสาร แต่ตูมรู้ว่าฝั่งเรามีการยื่นโนติกไปตั้งแต่ปีที่แล้วเรื่องการโดนปลด”

เค้าบอกว่าเค้าไม่ได้โดนปลด แต่เค้ายกเลิกสัญญาก่อน?
“พี่มันไม่มีใครพูดให้ตัวเองดูแย่ เค้าเชื่อมั่นในหลักฐานของเค้า เราเชื่อมั่นในหลักฐานของฝั่งเรา เพราะฉะนั้นการที่จะงัดหลักฐานมาสู้เพื่อให้ตัวเองถูกต้อง เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ย

การที่เกิดความขัดแย้งรนะหว่างตัวเค้ากับเรามันเกิดขึ้นแล้ว ไม่มีใครมาตัดสินได้ พวกคนฟังก็ไม่มีใครตัดสินได้ เพราะพวกคุณไม่ได้มีหลักฐาน พวกคุณแค่ฟังจากเรา เพราะฉะนั้นถ้ามันขัดแย้งในตรงนี้ให้ศาลตัดสินไปเลยใครถูกผิดกันแน่”

ทำไมเรายื่นโนติกไปหาเค้า?
“เหมือนที่พี่หอมพูดเลยครับ เหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายในระบบการทำงาน ที่อาจจะไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ ทำงานเท่านี้แต่ได้รับผลประโยชน์เท่านี้”

มันอยู่ในสัญญาอยู่แล้ว?
“สัญญาระบุชัดเจนอยู่แล้ว”

...

ซึ่งเค้าก็ไม่ได้มาช่วยเราทำงาน?
“ตูมพูดเป็นกลางนะ ตูมมองว่าเค้าทำเต็มที่ในส่วนของเค้า แต่ระบบความคิดทัศนคติอาจไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ตูมไม่โทษว่าปูผิด ที่ผิดสัญญา ไม่มาร่วมงานกับเราหรืออยากจะถอนตัว แค่การที่เค้ามาร่วมงานกับเราก็เป็นเกียรติมากแล้ว

ล่าสุดต้องขอโทษที่ตูมแขวะ ยอมรับว่าเสียความรู้สึกกับปูมาก ปกติไม่เคยด่าทอกัน ไม่เคยตีกันเลย รู้สึกว่าทำไมถึงพูดอย่างนี้ให้เราโมโห ไม่มีสติ และเราก็เลยแชร์เพื่อให้ตัวแทนเห็นว่า

ปัญหาจริงๆ เป็นอย่างนี้นะ เพราะเรื่องการฉีกสัญญาหรือทะเลาะกันมันมีตั้งแต่ครึ่งปีที่แล้ว ตั้งแต่มีข่าวเรื่องอาหารเสริม สินค้าของเราโดนหมด ยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีดารา มันโดนเพ่งเล็งอยู่แล้ว

ทำไมเราถึงไม่คุยกันหลังบ้าน มะตูมไม่อยากให้มีวันนี้ วันที่เราทุกคนกลายเป็นขี้ปากชาวโซเชียล และคนที่โดนด่ามากที่สุด คนที่โดนมากที่สุดก็คือคนเกรดล่างอย่างมะตูม เราโดนคนตัดสินไปก่อนศาลแล้ว”

ในบริษัทมันเกิดอะไรขึ้น เลยทำให้เค้าคิดว่าไม่โปร่งใส?
“เรื่องของบริษัทเราพูดอะไรไม่ได้มาก ไม่ได้อยากจะปิดบัง แต่เนื่องด้วยเรื่องของเราใหญ่ระดับประเทศแล้ว อยู่ในการฟ้องร้องแล้ว เพราะฉะนั้นปล่อยให้เป็นฝ่ายกฎหมายของ บ. จัดการ 100%

เรื่องความไม่โปร่งใสที่ฝั่งเค้าคิดว่าจริงหรือไม่จริง ให้เค้าออกมาชี้แจง เราส่งเรื่องให้ทนายความไปแล้ว ให้เค้าจัดการ เพราะฝ่ายเราก็ยินดีให้เค้าตรวจสอบทุกอย่างอยู่แล้ว”

สุดท้ายแล้วคดีนี้ต้องขึ้นศาล จะไปไกล่เกลี่ยกันตรงไหน?
“ตูมไม่เคยถามหุ้นส่วนคนอื่นว่าอยากจบยังไง สำหรับตูมอยากจบตรงที่เราไม่ควรออกมาสาดน้ำลายใส่กัน พี่ตูมรู้ว่าโดนด่ายังไง เพราะที่ผ่านมาโดนด่ามาตลอด โดนด่าเป็นดีเจแคมฟรอก ดีเจตลาดลาดล่าง

...

มาได้วันนี้เพราะเป็นเจ้าหญิงแห่งวงการตีสนิท โดนด่าแบบนี้ตูมเฉยๆ เพราะโตมากับการด่า เพราะฉะนั้นไม่ซีเรียส ตูมเป็นหนี้วงการบันเทิงมาขนาดไหนที่อยู่มาจุดนี้

สำหรับปูเค้ามีภาพดีๆ เค้าไม่ควรจะมามีข่าวด้านลบแบบนี้ ปูบอกว่าปูไม่แคร์มิตรภาพ เพราะไม่ได้สนิทกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว งั้นไม่ต้องแคร์มิตรภาพก็ได้ เราก็ไม่ได้อยากจะไปสนิทกับเค้า

แต่วันที่คุณเข้ามาสนิทกับเราเพราะมีผลประโยชน์เข้ามา ณ วันนี้มันจบเรื่อผลประโยชน์กันอยู่แล้ว ถูกผิดให้กฎหมายเป็นคนตัดสิน ตัวเราเองทั้งหมด หยุดการสาดน้ำลายใส่กัน อันนี้สิ่งที่ตูมต้องการ”

มีฟ้องค่าเสียหายด้วย บอกได้มั้ย?
“ขอให้เป็นทางฝ่ายกฎหมายพูดดีกว่า ตูมไม่อยากพูดตัวเลขเพราะมันยังไม่ชัดเจน”

เรื่องการฟ้องคือเรื่องอะไร?
“เรื่องของการผิดสัญญา ถ้าเรามีคดีอะไร จะให้ทนายเราทำงาน”

ทนายฝั่งนั้นบอกว่าจะยังไม่จ่ายแน่นอน จะขอสู้คดีกันไป?
“ถ้าเราผิดจริงๆ แล้วศาลตัดสินจะให้เราจ่ายเราก็จ่ายนะครับ เพราะฉะนั้นตูมยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะจ่ายหรือไม่ ต้องให้ศาลบอกเท่านั้น”

...

เรื่องเครื่องหมายการค้า?
“ตรงนั้นให้ศาลตัดสินเลยครับ เพราะเราไม่ได้โดนแค่เครื่องหมายการค้า เราโดนหลายอย่างมาก ตอนนั้นเราคุยกันตลอด ตอนนั้นปูโดนหนักมาก เค้าออกมาเจอสื่อบ่อยมาก ขอพูดตรงนี้ ไม่ใช่แค่ปูที่โดน และเราโดนกัน ทุกคนโดนหมด เพราะเราเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์”

ยืนยันว่าโปร่งใส?
“ครับ ตูมยืนยันว่าโปร่งใส พี่เอาจริงๆ หนูจะไปโกงทำซากอะไร ถ้าโกงก็โดนแหก แล้วแต่ละคนที่เราจ้างเค้าก็เป็นตัวท๊อป มีเงินจ้างทนายกันทั้งนั้น ไม่มีประโยชน์ในการโกง”

หุ้นเท่ากันมั้ย?
“เท่ากันครับ มีหุ้นกัน 4 คน แต่ตัวเลขบอกไม่ได้”

เค้าบอกให้เราจัดตั้ง บ.สำหรับไปรยา แต่เราไม่ได้จัดตั้ง?
“ถ้างั้นเรื่องนี้ให้ทางกฎหมายและทีมทนายตูมเป็นคนตอบครับ”

สัญญาของปูจะหมดเมื่อไหร่?
“จริงๆ สัญญาของปู 1 ปีครับ ใกล้จะหมดแล้ว แต่วันที่เรายื่นฟ้องมันยังไม่อยู่ในระบุสัญญา พี่ตั้งแต่เปิดตัวมา ปูเค้าลงรูปกี่รูปเอง”

แต่ในไอจีของ บ. LB ก็ยังใช้รูปปูอยู่?
“เราหยุดไปแล้วครับ เราสั่งห้ามให้ตัวแทนลงแล้ว จริงๆ เราสั่งห้ามตั้งแต่ก่อนจะมีการแตกหักด้วยนะครับ ให้หยุดโพสต์ ไม่ใช่แค่แบรนด์เรา แต่ทุกแบรนด์ในเครือ บ. เราด้วย เพราะเราโดนหนักมากจริงๆ ตูมไม่รู้ว่าทุกวันนี้ทิศทางมันจะเป็นไปในยังไงกับธุรกิจที่เราสร้างมา แต่เรายืนยันคำเดิมว่า ไม่อยากทำลายชีวิตใครแน่นอน”

อยากทำธุรกิจนี้ต่อไปมั้ย?
“ตูมเชื่อว่าการขายของออนไลน์มันยังเป็นอาชีพสุจริตที่ทำรายได้ และสร้างชีวิตคนได้ ไอ้คำว่าสงสารตัวแทน ที่เค้าอาจจะพูด เค้าอาจจะสงสารในเรื่องมุมของกำไรที่เค้ามาลงทุนในวันนั้น วันที่เค้ามาประกาศเปิดตัว

แต่วันนี้คนที่เห็นตัวแทนลำบากจริงๆ คนที่อุ้มตัวแทนจริงๆ คือ บ. ไม่ใช่เค้า เค้าไม่ได้เห็น แต่ตูมเห็น และรู้ว่าตัวแทนกำลังประสบปัญหาอะไร และพอจะเยียวยาอะไร”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบกับภาพลักษณ์บริษัทยังไง?
“อยู่แล้วครับ คุณภาพสินค้าให้ผู้บริโภคเป็นคนตัดสิน ณ วันนี้ คนออกมาด่าสินเค้าเราเยอะมาก คนใช้เยอะจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ เราโดนหนักแต่เราบอกทุกคนเสนอว่า เราเป็นแบรนด์ของดารานะ เราเป็นบอส มีพรีเซ็นเตอร์เป็นดารา เพราะฉะนั้นมันไม่แปลกที่คนเพ่งเล็งเราเป็นพิเศษ และแบรนด์เราดัง”

ได้คุยกับตัวแทนว่ายังไง?
“จริงๆ ตูมเซ้นซิทีฟมาก ไม่ต้องเชื่อ บ. ได้ แต่ยังมีตัวแทนบางคนที่เค้าก็ขาดทุน แต่บอกว่าไม่เป็นไร ก็ยังสู้กันได้ มันก็ทำให้เรามีกำลังใจ บ. เราเคยประสบความสำเร็จมากและเราทรุดลงไปมากจากธุรกิจอาหารเสริมมีปัญหา ทุกวันนี้ไม่มีใครเชื่อแล้ว แค่ดาราถือ เค้าก็ไม่เชื่อแล้วว่า ดารากินจริง”

ขอแก้คลิปที่ตูมเคยพูด?
“คลิปนี้เป็นคลิปมะตูมจริง ขอโทษที่พูดหยาบ แต่ยังยืนยันคำเดิมว่า ถ้ามะตูมไม่เคยใช้อะไรจริง จะไม่ยอมโพสต์เด็ดขาด สิ่งที่มะตูมเอามาขายวันนี้ เราเอามาใช้เอง ลองเอง พัฒนาเอง มะตูมใช้จริงถึงกล้าพูด บทเรียนครั้งนี้มะตูมเป็นคนที่คาแรกเตอร์แรงอยู่แล้ว

เราสำนึกผิดเรื่องการควบคุมอารมณ์ในการใช้โซเชียลของตัวเอง แต่ในเรื่องของธุรกิจเราโปร่งใสและชัดเจนมาโดยตลอด ถ้าวันนี้ตูมจะขอโทษ เราขอโทษกับข้อความที่รู้สึกไม่ดีไม่ดีของตูม ต้มหอม ปู เค้าทะเลาะกัน เค้าอยู่ในระดับเดียวกัน แต่มะตูมอีดีเจแคมฟรอก ไม่ต้องมาตอกย้ำหรือด่าตูมครับ เพราะเราตระหนักและสำเหนียกอยู่แล้ว เรารู้ว่าเรามายืนจุดไหน แค่เรามามีวันนี้ได้ เรารู้สึกพอใจกับตัวเองแล้ว”

เอา แพท ณปภา มาแทน?
“เครือของปูคือ ไปรยาบายแอลบี ส่วนของแพทนั้น แพทเป็นพรีเซ็นเตอร์ครับ ก่อนพี่หอมด้วยซ้ำ พอแพทหมดสัญญา ก็เอาแพทมาเซ็นสัญญาต่อ 1 ปี แพทเป็นพรีเซ็นเตอร์นะครับ ไม่ใช่บอสแบบปูนะครับ ทำไมยืนยันว่าปูเป็นบอส เพราะเป็นสิ่งที่เราคุยกันว่า หุ้นส่วนเราแบ่งกันประมาณเท่านี้นะ วันเปิดตัวไม่มีสคริปนะครับ ปูเค้าพูดเอง”

ร้องไห้มั้ย?
“ร้องครับ โดนคนด่าทั้งประเทศ ด่าถึงแม่ด้วย รูปมองบนนั้น ตูมไม่ได้ลงแขวะใคร ตูมลงก่อนที่เค้าจะสัมภาษณ์อีก เพราะมันเป็นเวลาอเมริกา แค่รู้สึกหน้าเราสวย

แล้วกิ๊บมาเม้นต์อีกมันกลายเป็นการจุดชนวน คอมเม้นต์แรงมาก แล้วจะไม่ลบด้วย จะได้เป็นคำสอนเราในอนาคตเวลาเราลืมตัวให้มาย้อนดูว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่คนทุกคนที่จะอ้าแขนกับการเข้ามาในวงการของตูม”

จะมีผลต่อการเลือกคนร่วมงานมั้ย?
“มีผลครับ มีในอนาคต ถ้าตูมมองใครเป็นเพื่อนกันจริง ก็จะไม่มีการฟ้องร้องกันอย่างนี้หรอกครับ กับปู ตูมไม่ได้รู้จักหรือสนิทกับเค้า เหมือนคนอื่นที่สนิทกันมาก่อน แต่ของปูเค้าอยู่สูงมาก ก่อนจะมาเซ็นสัญญาทำธุรกิจด้วยกัน ตูมเจอปูแค่ 2 ครั้งเองครับ แล้วก็ร่วมงานกันเลย”

หลังจากเกิดเหตุ ได้คุยกับปูอีกมั้ย?
“จริงๆ ตูมกับปูไม่ได้คุยกันมาครึ่งปีแล้วครับ ตั้งแต่แตกหัก ทะเลาะกัน ตอนนั้นยังอยู่ในสัญญานะครับ เค้าต้องการให้คุยผ่านทนายเท่านั้น คือให้ตูมไปคุยกับทนายเค้า เลยรู้สึกว่าทำไมเราต้องคุยกับทนายเค้า งั้นก็ให้ทนายกับทนายคุยกัน

กลายเป็นว่าตลอดเวลาที่มีปัญหากัน ทนายกับทนายคุยกัน จนวันหนึ่งปูออกมาให้สัมภาษณ์แบบนั้น และเราก็เริ่มไม่พอใจอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่พูดกันหลังบ้าน พอเราอยากจะเคลียร์ก็ช่างมันเถอะ ต่อให้เคลียร์ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้วเพราะมองหน้ากันไม่ติดแล้ว

เค้าไลน์มาถามว่าตูมเลิกบล๊อกเค้ารึยัง ซึ่งตูมบอกเลยนะว่าไม่เคยบล็อกเค้าเลย และไอจียังฟอลโล่วเค้าอยู่ ทั้งๆ ที่เค้าอันฟอลโล่วไปแล้ว แต่ตูมไม่เคยบล๊อกเค้า และข้อความที่ตูมส่งไปหาเค้า อาจจะด้วยอารมณ์น้อยใจว่า ยูจะมาด่าเราเหรอ ไม่ต้องมาด่าเราแล้ว เพราะเราโดนคนด่าทั้งประเทศแล้ว

เค้าก็ส่งมาประมาณว่า พี่มะตูม ปูขอโทษไม่อยากให้มาถึงจุดนี้เลยจริงๆ ปูยังรู้สึกดีกับพี่ตูมนะ พอเจอประโยคนี้รู้สึกเจ็บว่าทำไมไม่มาเคลียร์ก่อน คนที่เจ็บคือตูม รองลงมาคือคุณนั่นแหล่ะโดนด้วย”

ใครโกหกใครถูก?
“ถ้าพี่ถามตูม ตูมไม่รู้ใครถูกมั้ยในสายตาคนอื่น แต่ตูมพยายามทำให้ถูกต้องที่สุด เพราะต้องทำมาหากินในวงการนี้ ไม่อยากมาเข้าคุกนะพี่”

ขั้นตอนต่อไปยังไง?
“พยายามอยากเคลียร์ทั้งตัวเค้าตัวเรา มีคนบอกว่าให้มาดีเบตกันเลยมั้ย ตูมพร้อมเสมอ แต่ว่าวันนี้เรามองกันไม่ติดแล้ว ตอบแบบไม่เฟคเลย เค้ามองเราไม่ติดแล้ว และเราก็ไม่กล้ามองหน้าเค้าด้วย รู้สึกแบบเค้าคิดถึงเราขนาดนี้

แต่วันนี้จะเดินกันต่อไปยังไง ก็คือหยุดการด่าทอกัน ตูมอยากจะบอกว่า ขอพูดตรงนี้แล้วกัน ปู ตูมได้รับบทเรียนแล้วกับการทำธุรกิจที่เราไม่ได้ศึกษาดูใจกันมาตั้งแต่แรก

ณ วันนี้ต่างฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองถูกต้อง มีหลักฐาน เพราะฉะนั้นให้กระบวนการกฎหมายเป็นคนตัดสินเราดีกว่า ไม่ใช่ให้ประชาชนมาตัดสิน เพราะประชาชนไม่ใช่ศาลครับ”

ถ้าเจอกันในศาลมองหน้ากันยังไง?
“ก็คงถอดแว่นแล้วมอง จะไปกอดจูบกันก็ไม่ได้แล้ว”

จะนัดกันวันไหน?
“ยังไม่มีการนัดเลยครับ แต่ว่าศาลของตูมนัดหมายกันแล้วนะครับ ขออนุญาตไม่บอกรายละเอียด ถ้าทุกอย่างที่พี่ๆ สงสัยเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ให้พี่ต้นหอมเป็นคนเคลียร์นะครับ”.