หลังจากที่ก่อนหน้านี้คุณพ่อของนักแสดงหนุ่ม ก็อต อิทธิพัทธ์ เกิดช็อกหมดสติกลางโรงหนัง และต้องช่วยกันปั๊มหัวใจเป็นการด่วน ก่อนที่คุณหมอจะทำบอลลูนหัวใจให้ พร้อมนอนพักฟื้นในห้องไอซียู ล่าสุด นักแสดงหนุ่มได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวอัพเดตอาการคุณพ่อของตัวเองที่ โรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท

"วันนั้นเป็นวันครอบครัว เราไปดูหนังกัน ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น คุณพ่อเป็นโรคหัวใจกะทันหัน อาจเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ เลยทำให้คุณพ่อช็อก ตอนนี้ตามที่อัพเดตกับคุณหมอ พูดตามตรงเลยว่า คุณพ่ออาการยังไม่คงที่เท่าไหร่ ตอนนี้ยังอยู่ในไอซียู แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่กี่วันคุณพ่อน่าจะดีขึ้น"

คุณพ่อมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว?
"มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง เราเคยพาคุณพ่อไปตรวจร่างกายก็ไม่ได้เจออะไร เราอาจจะคิดว่าคุณพ่อแข็งแรงดี เพราะออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานของดีๆ ก็เลยไม่ได้คิดว่าพ่อจะมาเป็นเกี่ยวกับหัวใจ

ตอนที่ไปตรวจก็ตรวจแต่ความดัน เบาหวาน สมอง ก็ไม่เจออะไร ก็ไม่คิดว่าจะเป็นอะไรต่อ พ่อไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลยครับ แล้วเหตุการณ์มันเกิดขึ้นโรงภาพยนตร์เลย หนังกำลังจะจบ พ่อก็ชักเลยครับ แม่ก็ร้องตะโกนให้คนช่วย เราก็ตกใจมาก แม่ก็พยายามช่วยปั๊มหัวใจและผายปอดให้

...

แต่คน ณ ตรงนั้นเค้าก็มาช่วย นักศึกษาแพทย์ มีหลายคนมากที่เค้ามาช่วย พนักงานโรงหนัง คุณหมออีก 2 ท่านที่เข้ามาช่วย ผมพยายามดึงแม่ออกไปตั้งสติ ทุกคนช่วยพ่อกันเต็มที่ สลับกันช่วย ตอนนั้นคุณพ่อไม่มีสติแล้ว และลมหายใจเริ่มไม่มีแล้ว

ตอนนั้นเป็นความรู้สึกที่ช็อกมาก ว่าเกิดขึ้นจริงๆ เหรอ ณ ตอนนั้นไม่รู้ว่าสาเหตุคืออะไร พอมาถึงโรงพยาบาล คุณหมอตรวจทุกส่วนจนมาเจอว่าพ่อเป็นโรคหัวใจตีบ เส้นหลักด้วย ก็ทำบอลลูนไป ในส่วนของร่างกาย ปกติดีขึ้นเรื่อยๆ แต่คุณพ่อยังไม่รู้สึกตัว เพราะขาดออกซิเจนไปนาน

ตอนนี้ก็ต้องรอคุณพ่อฟื้นตัว แล้วจะทำอย่างไรต่อ คุณหมอบอกว่าคุณพ่อจะฟื้นหรือออกจากไอซียู ประมาณ 3 ถึงอาทิตย์นึง อาการยังไม่คงที่ ผมรู้สึกว่าคุณพ่อรับรู้กำลังใจของเราเวลาที่เข้าไปหา ทุกคนพยายามทำให้คุณพ่อรับรู้ แต่ในทางการแพทย์ผมตอบไม่ได้ว่าดีขึ้นมั้ย

คุณหมอบอกว่าต้องดูอย่างใกล้ชิด ต้องรอคุณพ่อฟื้นตัวอย่างเดียวเลย แต่ผมรู้วึกว่ายังไงคุณพ่อก็ต้องฟื้น ตอนนี้สภาพจิตใจยังไม่ดีกันเท่าไหร่ โดยเฉพาะคุณแม่ แต่ผมต้องเข้มแข็งกว่าคุณแม่ เพราะท่านอยู่ด้วยกันมา ถ้าคนนึงเป็นอย่างนี้ คงทำใจอยาก

ผมยังต้องไปทำงาน แม้ว่าใจจะพะวงตลอดเวลา เครียดมาก แต่ก็ต้องทำให้เต็มที่เพราะรับงานมาแล้ว มันพักงานไม่ได้ ก็ต้องทำงานให้เต็มที่ ตอนนี้เหตุการณ์นี้เพิ่งผ่านมา 3 วัน ต้องดูต่อไป ส่วนเรื่องสมองที่ขาดออกซิเจน คงมีผลกระทบครับ แต่ต้องรอดูครับ

เวลาเข้าไปหาคุณพ่อ ก็พยายามบอกให้ฟื้นขึ้นมา ผมเห็นว่าเค้าน้ำตาคลอและขยับตัวนิดหน่อย มันเป็นคามรู้สึก ผมไม่รู้ว่าคุณพ่อดีขึ้นแล้วรึเปล่า แต่ผมใช้ความรู้สึกมากกว่า ผมขอบคุณทุกคนนะครับ ไม่ว่าคนที่เข้ามาช่วยเหลือ พี่ๆ นักศึกษา คุณหมอ 2 ท่าน และพี่ๆ ณ ตรงนั้นที่มาช่วยกัน

ขอบคุณกำลังใจจากครอบครัว ญาติๆ ผู้ใหญ่ในวงการ แฟนคลับ ผมและครอบครัวได้รับกำลังใจจากทุกคน ถ้าพ่อฟื้นขึ้นมา พ่อคงเขิน ทำไมมีคนมาให้กำลังใจมากขนาดนี้ ฟื้นขึ้นมาคุณพ่อคงดีใจมาก ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายไหวนะครับ ผมสู้เต็มที่ ผมทำงานหนักก็เพื่อครอบครัวครับ"

...