หลังจากปล่อย MV ของสาวๆ ที่มาประกวดรายการ ลูกทุ่งไอดอล ได้ไม่นาน ก็เกิดดราม่าอย่างหนักหน่วง โดยถูกมองว่าทางรายการได้ลอกเลียนแบบรายการ PRODUCE1O1 ของทางประเทศเกาหลี อีกทั้งยังได้เลียนแบบท่าเต้นประกอบ MV เพลงมาอีกด้วย 

ล่าสุด เอ วราวุธ ผู้ผลิตรายการ ลูกทุ่งไอดอล ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้ที่ สตูดิโอ มูนสตาร์ ลาดพร้าว 80 โดยยืนยันว่า ตนเองและทีมงานไม่ได้เลียนแบบรายการ PRODUCE1O1 แต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาก่อนที่จะทำรายการนี้ได้ไปศึกษากับทางเจ้าของลิขสิทธิ์ที่เกาหลี พร้อมทั้งยังบอกอีกว่า หากจะไปก๊อบปี้เขามา มันน่าอายมากที่จะทำแบบนั้น 

“ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ฟังเพลงลูกทุ่งน้อยมาก เรียกว่าแทบจะไม่รู้จักเลย ผมเองเป็นพิธีกรรายการร้องแลกแจกเงินทางช่อง 7HD ในรายการจะมีน้องๆ เข้ามาสมัครเป็นจำนวนมาก หลายๆ คนร้องดีมาก ขึ้นมาคำแรกผมขนลุกเลย ว่าทำไมร้องเพลงเพราะได้ขนาดนี้ หลังร้องจบก็ได้สัมภาษณ์พวกเค้า

บางคนประกวดได้ถ้วยรางวัลเป็นร้อยๆ ถ้วยเลยที่บ้าน บางคนประกวดเพื่อที่จะได้ผงซักฟอกกลับบ้าน บางคนก็อยากได้พัดลมกลับบ้าน และหลายๆ คนผมเห็นแววที่จะเป็นศิลปินได้ บางคนประกวดมาเยอะๆ แบบนี้ เค้ายังไม่มีโอกาสเป็นศิลปินเลย นั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมคิดค้นรายการที่ชื่อว่า ลูกทุ่งไอดอล ขึ้นมา

รูปแบบรายการก็จะเป็นการเปลี่ยนชีวิตคนธรรมดาให้เป็นนักร้องมืออาชีพ มีการแข่งขันบททดสอบจากเทรนเนอร์และคอมเมนเตเตอร์มืออาชีพ เพื่อพิสูจน์ว่าการจะเป็นนักร้องลูกทุ่งที่ดี ต้องผ่าน 4 บทเพลง คือ ลูกทุ่งเพลงแดนซ์ ลูกทุ่งหมอลำ ลูกทุ่งอีสาน และเพลงแหล่ นี่คือ 4 โจทย์หลักๆ ในรายการ

นอกเหนือจากนั้นเราจะได้ 8 คนสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศ แล้วจะมีผลงานตัวเอง และได้ลงใน JOOX ได้เป็นศิลปินตัวจริง แต่จะมีคนเดียวเท่านั้นที่ได้เป็นลูกทุ่งไอดอลหญิงคนแรกของไทย และได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท ได้รับถ้วยรางวัลด้วย นี่คือสิ่งที่ตั้งใจของทาง เซ้นส์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์

...

ทางบริษัทเราทำรายการมากว่า 15 รายการแล้ว จ่ายเงินเป็นค่าลิขสิทธิ์กว่า 140 ล้านบาท เราทำรายการมามากกว่า 2,000 ตอน ที่เป็นรายการลิขสิทธิ์ ผมเริ่มซื้อรายการตั้งแต่ปี 2012 เรียกว่าผมเป็นคนที่เคารพเรื่องลิขสิทธิ์มาตั้งแต่เริ่มต้น

เพราะผมมีความตั้งใจว่า เซ้นส์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จะคิดค้นได้นำรายการไปขายต่างประเทศด้วยเหมือนกัน และวันนี้เราได้ขายไปที่ประเทศเวียดนามและจีนแล้ว

การออกแบบรายการ มาจากแรงบันดาลใจอยากจะให้น้องๆ เป็นศิลปิน โดยเฉพาะสายลูกทุ่ง เคยถามน้องๆ ว่า ร้องสายอื่นได้มั้ย เค้าบอกว่า ไม่ได้เลย ร้องได้แต่ลูกทุ่ง

ท่าเต้นของน้องๆ ได้ถูกออกแบบมาตามจังหวะเนื้อร้อง การออกแบบท่าเต้นมาจากเนื้อร้องและจังหวะ ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า เอ็มวีไม่ได้อยู่ในเนื้อรายการ เอ็มวีเป็นกิจกรรมที่อยากให้น้องๆ ได้ทำ ส่วนเนื้อร้องเราออกแบบเอง ทำนองทำโดยคุณหนึ่ง จักรวาล

ส่วนปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ที่ถูกพูดถึง ผมเองติดต่อต่างประเทศ ซื้อลิขสิทธิ์มาจากทั่วทุกมุมโลก มีพันธมิตรทั่วทั้งอเมริกาและเอเชีย ผมอยากจะทำรายการประกวดร้องเพลง แต่ผมไม่สามารถห้ามคนอื่นให้ทำรายการประกวดร้องเพลงอันนี้คือแนวคิดผม

จริงๆ ผมทำรายการเกี่ยวกับเพลงมาค่อนข้างเยอะ ผมซื้อลิทสิขสิทธิ์มาทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีแต่ลิขสิทธิ์ในการนำมาเผยแพร่ ไม่ว่าจะช่องทางโทรทัศน์หรือออนไลน์ ในสากลเราไม่เคยมีการซื้อลิขสิทธิ์ท่าเต้นมาเลย นี่คือมาตรฐานสิ่งที่เราทำกันมาทั้งโลก

ถามว่ามีใครเคยฟ้องเกี่ยวกับท่าเต้นมั้ย มีครับ แต่ในที่สุดศาลก็จะตัดสินว่า ท่าเต้นนั้นเป็นท่าเต้นรูนทีน ท่าเต้นปกติที่ใครๆ ก็เต้นกันได้ การมีลิขสิทธิ์ท่าเต้น ทำให้ใครๆ ไม่กล้าเต้นครับ ถ้ามีเมื่อไหร่ ใครที่เต้นคัฟเวอร์ในยูทูบทั้งหมด ก็โดนฟ้องกันหมดนะครับ แล้วก็จะไม่มีใครกล้าเต้น

เพราะฉะนั้นการที่จะบอกว่า เอ็มวีนี้เป็นการลอกเลียนแบบ อันนี้ขออนุญาตนะครับว่าไม่ถูกต้อง อยากจะให้ทุกคนเข้าใจตามนี้

ส่วนประเด็นที่บอกว่า มีรายการที่ประกวดหา K-POP ชื่อดังของเกาหลีใต้ ที่มอวงว่ารายการเราไปนำของเค้ามา อยากจะเล่าว่า รายการของเค้าชื่อ PRODUCE1O1 ครับ ทางเราเองเคยเป็นหนึ่งในทีมศึกษารายการนี้ในประเทศไทยร่วมกับเจ้าของลิขสิทธิ์

เราก็ทำการบ้านว่า จะผลิตรายการนี้ในประเทศไทยได้หรือไม่ หลังจากที่เราไปศึกษามา ก็เห็นว่า หลายๆ อย่างยังไม่พร้อม เลยตัดสินใจกับเข้าของลิขสิทธิ์ว่า เก็บไว้ก่อน รอทุกอย่างพร้อมแล้วค่อยเอาออกมา เพียงแต่เวลายังไม่พร้อม ผมไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะทำแบบนั้นเลย ในใจก็อยาก

เพราะฉะนั้นตัวผมเองรู้โครงสร้างมาพอสมควร และตามมารยาทยิ่งรู้ยิ่งต้องไม่ลอกครับ และให้เกียรติกับทางเค้า ซึ่งทางเจ้าของลิขสิทธิ์เองก็ทราบว่าผมรู้ว่าโครงสร้างเป็นยังไง เพราะฉะนั้นผมยังอยากทำรายการร่วมกับเค้า และอยากให้มีรายการ PRODUCE1O1 ในประเทศไทยด้วยซ้ำไป

หัวใจของลูกทุ่งไอดอลของเรา เรามีการคัดการแข่งขัน ออกตั้งแต่เทปแรกจนถึงเทปสุดท้าย ทุกเทปมีคนออกหมดครับ และการตัดสินของเรามาจากคณะกรรมการ

...

มีเพียง 8 คนสุดท้ายเท่านั้นที่เราเปิดโอกาสให้คนทั้งประเทศช่วยโหวต ในขณะที่รายการ PRODUCE1O1 การคัดออกทุกขั้นตอนจะมาจากเสียงโหวตของประชาชน เพราะฉะนั้นในแง่โครงสร้างของรายการจะมีรูปแบบที่แตกต่างอย่างชัดเจน”

เป็นเพราะเราไปศึกษาร่วมกับ PRODUCE1O1 รึเปล่า คนเลยจับจ้องว่าเราไปก๊อบปี้เค้ามา?
“ส่วนตัวคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ครับ มีน้องๆ หลายคนคาดหวังอยากจะให้มีรายการนี้ในประเทศไทย และทราบว่าทางเราเองกำลังศึกษาร่วมกับเจ้าของลิขสิทธิ์ เพราะฉะนั้นอาจจะมีการคาดหวัง และทางเราปล่อย MV ออกมา คนเลยคิดว่านี่คือรายการ PRODUCE1O1 รึเปล่า

ผมจะเรียนอย่างนี้ เราไม่สามารถซื้อลิขสิทธิ์รูปแบบรายการ PRODUCE1O1 แล้วมาดัดแปลงเป็นรายการอื่นได้ อันนี้ไม่มีในโลกการซื้อลิขสิทธิ์รายการ ผมซื้อมาต้องใช้โลโก้แบบนั้น เติมภาษาไทยเข้าไปได้ แต่ไม่สามารถเอารายการเค้ามาดัดแปลงได้”

ทางนั้นได้ติดต่อมาหาเราไหม?
“มีครับ ตัวผมเองรู้จากกับซีเจเจ้าของลิขสิทธิ์ ผมได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อย พวกเราเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน ผมได้เล่าว่ารูปแบบรายการเป็นยังไง เค้าก็รับทราบ แล้วไม่ได้มีข้อติอะไรกลับมา”

เค้าได้มีการฟ้องเรามาไหม?
“ถามว่าการฟ้องมั้ย ทุกคนมีลิขสิทธิ์ในรูปแบบรายการ แล้วเรายังไม่ได้มีการถ่ายทำรายการ จะถ่ายทำหลังแถลงข่าวเสร็จ เพราะฉะนั้นเค้าต้องไม่เคยเห็นอะไรมาก่อน การที่จะบอกว่าฟ้องได้ คงเป็นการคาดเดากัน ซึ่งทางเราและทางผู้บริหารช่อง 7 และคณะกรรมการที่ทำการคัดเลือกรายการเองก็ได้เห็นแล้วว่ามันไม่ได้มีความเหมือนกัน ก็ขอบคุณที่เข้าใจนะครับ”

ตัวโลโก้ที่เป็นมงกุฎตรงตัวเลข 1 มีความคล้ายกับ PRODUCE1O1?
“ผมเรียนอย่างนี้แล้วกันครับว่า ในกระแสของโลกอินเทอร์เน็ต ผมรู้สึกว่า จะเอาทุกๆ โลโก้ของรายการทางเกาหลีมาเปรียบเทียบ การดีไซน์โลโก้มันมีที่มาที่ไป ผมไม่ได้ตั้งว่า จะเอารายการของเค้ามาปรับเปลี่ยน

...

แต่คือเรามีรายการของเรา มีโลโก้ของเรา นี่ก็คือลิขสิทธิ์ของเรา ไม่ได้มีใครเหมือน ชื่อรายการก็ของเรา ผมทำรายการมาโลโก้ก็ทรงเลขาคณิตแหล่ะครับ มีรูปทรงที่แตกต่างกันออกไป มองไปไม่ได้สื่อถึงรายการอะไรเลย”

พอมีข่าว ทางเราติดต่อไป หรือทางเกาหลีติดต่อมา?
“ทางเกาหลีติดต่อมาครับ ด้วยความที่ผมเองก็เข้าใจและมั่นใจว่ารายการนี้ไม่ได้ไปก๊อปใครมา ทางเค้าเองก็ติดต่อมาด้วยความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้มีข้อสงสัยอะไร คือต้องการความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้นเอง”

ได้เห็นกระแสสังคมมั้ย ค่อนข้างรุนแรงเหมือนกัน?
“ก็ได้เห็นนะครับ ผมก็พยายามชี้แจงเพียงสั้นๆ เพราะเรื่องลิขสิทธิ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เวลาอธิบายอะไรก็ต้องว่าไปตามกฎหมายเลย เพราะฉะนั้นจะไปเขียนอะไรในโซเชียลสั้นๆ คงทำไม่ได้ ก็เข้าใจว่าทุกท่านอาจจะเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์แตกต่างกัน มันทำให้สับสน

ถ้าทุกท่านเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์แล้ว ปัญหาคำว่าก๊อปมา มันไม่เกิดขึ้น และถ้าทุกท่านเข้าใจความตั้งใจของทีมงาน ก็จะเห็นว่า ไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรกับ K-POP ไอดอลเลย เพียงแต่ว่าเราอยากเสนอความเป็นลูกทุ่งในมุมมองสมัยใหม่เท่านั้นเอง”

พอมีข่าวว่ามันคล้าย เรากลับมาดูมั้ยว่าคล้ายตรงไหน?
“ก็มีการดูนะครับ เห็นน้องๆ หลายคนทำการบ้านมาให้ว่าท่าไหนเหมือนกันบ้าง ขออนุญาตชี้แจงว่า ท่าเต้นของน้องๆ กินเวลาทั้งสิ้น 40 วินาทีจากเพลง 4 นาที คิดเป็น 16% ของ MV ซึ่งมันไม่ได้เป็นส่วนสาระสำคัญ แล้วอย่างที่เรียนไป การเต้นไม่ได้เป็นส่วนประกอบสำคัญ มันไม่มีลิขสิทธิ์อยู่ในโลก”

กลัวจะมีผลกระทบกับรายการมั้ย เพราะคนจับผิดทุกจุดเลย?
“ก็ต้องบอกว่าเข้าใจครับ ก็อยากให้ดูกันนะครับ ถ้าทุกท่านเปิดใจ ฟังรายการของผมแล้วคิดว่า รายการของผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ PRODUCE1O1 แล้วเราก็ไม่ได้ก๊อบปี้ใครมา เรามีความสามารถในการคิดรูปแบบรายการเองครับ ไม่จำเป็นต้องเอาใครมาก๊อบปี้

...

ตั้งแต่เปิดบริษัทมา ผมเอาตัวเองไปรู้จักกับต่างชาติ ผมเอาตัวผมเองไปพบกับทุกคน ทุกคนยอมรับให้เกียรติเราเสมอในเรื่องของลิขสิทธิ์ และผมให้เกียรติทุกคน ผมทำงานมาไม่เคยลอกใคร เพราะการลอกมันคือการขโมย ผมไม่ต้องการการไปขโมยของใคร ผมให้เกียรติเสมอ

ถามว่ามีผลกระทบมั้ย แน่นอนครับ ก่อนที่จะมาชี้แจงก็มีผลกระทบ ตัวผมเองก็ใช้ความอดทนพอสมควร อ่านหลายๆ ข้อความก็อยากอธิบายเหมือนกันแต่อธิบายยาวๆ คงไม่ไหว เลยอธิบายวันนี้พร้อมกัน ก็อยากให้ทุกท่านเปิดใจ มองในข้อเท็จจริง และเปิดโอกาสให้รายการ ลูกทุ่งไอดอล”

“ขอฝากสุดท้ายไว้แล้วกัน อย่างที่เคยเรียนไป เราไม่เคยคิดจะไปลอกหรือละเมิดลิขสิทธิ์ใคร MV นี้ผมตั้งใจทำเพื่ออยากให้ทุกคนมีกิจกรรมร่วมกันเท่านั้น แต่แน่นอนครับ ถ้าเราเคยเห็นภาพของบางรายการมาก่อนมันอาจคล้ายกัน

วันนี้ผมขออนุญาตเลยแล้วกันนะครับ ถ้า MV นี้เป็น MV ที่ถึงแม้เราจะไม่ได้ไปละเมิดลิขสิทธิ์ใครก็ตาม แต่ MV ทำให้เกิดข้อโต้แย้ง ถกเถียงกัน ผมขออนุญาตเอา MV นี้ลงนะครับ

ผมไม่อยากให้เป็นประเด็นต่อไป ถึงแม้จะไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ใครก็ตาม แต่ไม่อยากให้ใครเอาประเด็นนี้ไปทะเลาะกัน ใครบอกว่าเราละเมิดลิขสิทธิ์ท่าเต้น บอกเค้าเลยครับว่า ลิขสิทธิ์ท่าเต้นเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ยาก

ถ้ายังมีคำว่า เซ้นส์ ก๊อบปี้ ลอกเลียนแบบ หรือละเมิดลิขสิทธิ์ใคร เขียนอยู่ในโซเชียลต่างๆ ผมขออนุญาตปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองและทีมงานด้วยเช่นกัน ใครยังจะเขียนอยู่ ผมขออนุญาตฟ้องทุกช่องทาง

ก่อนหน้านี้คนที่เข้ามาเขียนในโซเชียลของผม ตอนนั้นอาจจะยังไม่รู้ ขอเชิญมาลบด้วย มันเป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก เชื่อว่าวันนี้คนที่เข้ามาเขียนในโซเชียลของผมคงได้ฟังกันแล้ว ได้เห็นข้อเท็จจริงกันแล้ว

ผมเชื่อว่าคุณรักในศิลปิน รักในรายการของคุณ ผมก็รักในบริษัท รักทีมงานของผม และรักความคิดของผมด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขออนุญาตแล้วกัน น้องๆ มีเวลา 48 ชั่วโมง หลังจากที่ผมแถลง ช่วยมาลบด้วยแล้วกันครับ ถ้าไม่ลบก็จะดำเนินคดีครับ”.