ในที่สุดการแข่งขันอันเข้มข้นแข็งขันไกลก้าวยาวนาน ก็เดินทางมาถึง “โค้งคม” ของ “ท็อปเชฟ” (TOP CHEF THAILAND) ซีซัน 2 ที่มี 2 เชฟหนุ่มอายุห่างต่างวัยเข้าเฉือนคมกันในโค้งสุดท้าย
“เชฟอ๊อตโต้” เชฟอาหารตะวันตก วัย 37 และ “เชฟกันน์” เชฟอาหารตะวันตกเช่นกัน วัย 23 ปี และเขาเป็นฟรีแลนซ์เชฟ
“ท็อปเชฟ” นับเป็นรายการมหาโหดมหาหินสาหัสสากรรจ์กับบรรดาเชฟผู้เข้าแข่งขันทุกคน โดยมีเหล่ากรรมการที่เขี้ยว-เคี่ยว-เข้ม-ข้น สุดฤทธิ์สุดเดช สุดขั้วเขี้ยว พร้อมฟันพร้อมสับให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนยับย่อยง่อย DAG ได้ในทุกวินาทีที่เพลี่ยงพล้ำ ขยี้ย่ำย้ำยับน้ำใจไร้ปรานี!
“เชฟอ๊อตโต้” ประภาศน์ ปาณะวีระ คว้าชัยชนะเป็น “ท็อปเชฟ” ไทยแลนด์ ซีซัน 2 ได้ในที่สุด ด้วยความเก๋าแกร่งมั่นแม่นในฝีมือและประสบการณ์ชำนาญเชี่ยว บวกกับความคิดสร้างสรรค์บรรเจิดคลาสสิกในโจทย์สุดท้าย “เมนูอาหารจัดเลี้ยง”
ซึ่งในเมนูสุดท้ายนี้ เชฟอ๊อตโต้เลือกเอากล้วยจากปักษ์ใต้บ้านเกิดคือ “กล้วยกินดิบ” หรือ “กล้วยเล็บมือนาง” มาทำเป็น “กล้วยบวชชี” แล้วดัดแปลงอีกตลบ ให้กลายเป็น “ไอศกรีม” หน้าตาและรสชาติประหลาดล้ำ
เชฟกันน์นำเสนอเมนูของหวานจานสุดท้ายเป็น “จิงเจอร์เบรดแมน” โดยนำเอาความทรงจำความชอบและประสบการณ์ความอร่อยหวานในวัยเด็ก มาผสมผสานกับประสบการณ์ความชื่นชอบในวัยหนุ่ม ที่มีต่อขิงและงาดำ ทำออกมาได้อร่อยแปลกล้ำ และ “ครีเอทีฟ” มหาศาล
เชฟกันน์เป็นเชฟ “เด็กหนุ่ม-หนุ่มน้อย” ที่น่าสนใจที่สุดในแนววิถีคิด, เทคนิค, กิมมิค, กรรมวิธี, กลวิธีในการเลือกใช้ และรังสรรค์องค์ประกอบอินกรีเดี้ยนท์ต่างๆอันเลอใจ ผสมปรุงแต่งในทุกเมนูที่เขาสร้างสรรค์นำเสนอออกมา ให้เราได้ประจักษ์ตาประจักษ์ใจทุกครั้ง
...
ซึ่งความแปลกเด่นแบบเชฟรุ่นใหม่หัวใจ & วิสัยทัศน์-โลกทัศน์ก้าวล้ำอย่างหนุ่มวัย 23 ในจุดนี้นี่เองที่ทำให้ เชฟกันน์ “สรวิศ แสงวณิช” พิชิตใจ พิชิตลิ้น พิชิตรสนิยมผู้ชมมาตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งขัน ทุกโจทย์ ทุกแมตช์และทุกเมนู
เชฟกันน์ยืนยันอย่างภาคภูมิในคำกล่าวครั้งสุดท้ายว่า “พี่ชาย” ของเขาคือแรงบันดาลใจอันใหญ่หลวงที่ทำให้เขามีวันนี้ได้
พี่ชายมีโอกาสได้มาร่วมให้กำลังใจแก่เขาด้วย ก็ได้กล่าวสุนทรพจน์จากหัวใจเขาได้อย่างงดงามทั้งกายและหัวใจได้ยอดเยี่ยมเกินบรรยายจริงๆครับ.
“ดร.ศาสตร์ธนิก จุลมณี”
แจ๋วริมจอ