บอดี้สแลม พร้อมส่งพลังคอนเสิร์ตใหญ่ "วิชาตัวเบา"

ข่าว

    บอดี้สแลม พร้อมส่งพลังคอนเสิร์ตใหญ่ "วิชาตัวเบา"

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    6 ม.ค. 2562 06:01 น.

    อัลบั้มใหม่ ผ่อนคลายเข้าใจโลก


    เดินทางตามความเชื่อความฝัน สร้างแรงบันดาลใจยาวนานจนมาถึงช่วงชีวิตที่วงร็อกแถวหน้า “บอดี้สแลม” ตูน, ปิ๊ด, ชัช, ยอด, โอม ได้ตื่นเต้นอีกครั้ง ทั้งการปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 7 “วิชาตัวเบา” ที่มองการทำงานแบบเบาสบายแต่ดนตรีเข้มไม่เบาและเป็นจุดเริ่มต้นของคอนเสิร์ตใหญ่ “M150 Presents BODYSLAM FEST วิชาตัวเบา LIVE IN ราชมังคลากีฬาสถาน” 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 9 ก.พ. และวันอาทิตย์ที่ 10ก.พ.62 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน เลยได้จังหวะชวน “บอดี้สแลม” เล่าเรื่องราวและสิ่งที่คิด ณ เวลานี้ เริ่มจาก...

    กว่าจะมาเป็นอัลบั้มใหม่ “วิชาตัวเบา”เป็นไงบ้าง?

    ตูน “เราเริ่มทำมา 2 ปีที่ผ่านมา เวลาจะทำอัลบั้มบอดี้สแลมจะหยุดทัวร์แล้วทำอัลบั้มแต่อัลบั้ม “วิชาตัวเบา” อัลบั้มที่ 7 ตั้งใจทำเพลงไปด้วยและทัวร์ไปด้วยเผื่อมันจะเกิดสิ่งใหม่ๆอย่างอัลบั้ม “ดัมมะชาติ” เราหยุดไปปีนึงเลยตั้งแต่ทำเดโม่เข้าห้องอัดจนเสร็จ รู้สึกว่าหยุดปีนึงมันเหงาไป นานเกินไปทำให้เราต้องดีไซน์ใหม่กับการทำงาน”

    โอม “เราเปลี่ยนบรรยากาศในการอัดเสียงด้วย เนรมิตโรงรถบ้านตูนให้เป็นห้องอัดเลย เวลาเราเบื่อๆเราก็ไปนั่งเล่นกับหมาบ้านตูนก็ผ่อนคลายขึ้นเยอะ”

    ดูชิลกันมาก?

    ตูน “มันถึงชื่ออัลบั้ม “วิชาตัวเบา” คือเรารู้สึกว่าทำมา 6 อัลบั้มแล้ว เราทำทุกวิธีการเท่าที่เราจะทำได้ใน 10 กว่าปี เรารู้สึกว่าอัลบั้มนี้น่าจะผ่อนคลายขึ้น ทั้งแง่ในการทำงาน รวมไปถึงงานที่สะท้อนสิ่งต่างๆ ที่เรารู้สึกและเป็นอยู่ว่าเรามีความสุขมากที่ได้ทำ อัลบั้มนี้เราได้เห็นตัวเองมากขึ้นได้เห็นวงดนตรี ชีวิต มากขึ้น อัลบั้มนี้มีชีวิตอีกแบบหนึ่งที่สดใสร่าเริงแล้วก็เบา”

    เนื้อหาเพลงเบาขึ้นด้วยมั้ย?

    ตูน “ก็เป็นบอดี้สแลมในแบบป๊อปร็อกที่คุ้นเคย บางเพลงหนักบางเพลงเบาแต่ว่ามันเบาในแง่ของการทำงาน มิติของความคาดหวัง”

    ปิ๊ด “วันแรกที่เซตเครื่องที่โรงรถตูน ตูนพูดว่าอัลบั้มนี้อยากให้เพลงป๊อปๆเบาๆ เราก็ทำกันเบาๆแล้วพี่อ๊อฟ บิ๊กแอส โปรดิวเซอร์ก็แก้เพลงเรา จากที่มันเบามันก็หนักขึ้น ทางด้านดนตรีอัลบั้มนี้มันหนักมากนะ เข้มข้นมาก”

    การทำงานด้วยกันมา 10 ปี ยากมั้ยที่ต้องดึงอะไรใหม่ๆออกมาจะซ้ำเดิมรึเปล่า?

    “จริงๆบอดี้สแลมเรามีจุดยึดโยงของอัลบั้มคือ เราต้องสนุก มีความสุขกับมัน และเล่าเรื่องจริงที่เกิดขึ้น พอเราร้องเล่นสิ่งที่รู้สึกแต่ละช่วงเวลาเราจะไม่หมดเรื่องที่จะเล่า แต่ละอัลบั้มของบอดี้สแลมจึงเหมือนเป็นไดอารีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ย้อนกลับไปฟังก็เห็นตัวเองในช่วงนั้นจริงๆว่าสมัยเพลง “ย้ำ” เราอินกับความรักขนาดนั้นเลยเหรอ จนมา “ดัมมะชาติ” นี่เราตึงแล้วหลุดไปนอกโลกขนาดนั้นเลยเหรอ แต่เรามีความสุขที่ได้ทำอะไรที่จริงแล้วซื่อสัตย์กับตัวเองมากกว่าทำแค่เพลงฮิตอย่างเดียว”

    ปัจจัยภายนอกวงการเพลงทั้งการดาวน์โหลด รายได้ หรือคนฟังที่เปลี่ยนไปมีในการทำงานหรืออิ่มตัวมั้ย?

    ตูน “ตรงนี้ไม่มีผลต่อการเหนื่อยท้อ การที่บางคราวเราเหนื่อยอ่อนล้าอยากหยุด ผมว่ามันเกิดกับทุกสาขาอาชีพนะไม่ได้เกิดแค่นักดนตรีนักร้อง พอความฝันมันกลายเป็นงานประจำ เราจะรับมือกับมันยังไง เราตอบตัวเองว่าอันนี้คือสิ่งที่เราสนุกที่สุดและทำได้ดีที่สุดในชีวิตแล้ว ถ้าเรามีปัญหากับมัน เราท้ออยากเลิก แล้วเราดันเลิกจริงๆกับสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในชีวิตเรามีปัญหาเราเลิกทำมันเรายังไม่ทน ไม่หาทางออกแล้วสิ่งที่เราทำได้ดีเป็นอันดับรองลงมาล่ะเราจะทนกับมันได้เหรอ ผมคิดว่าทุกอย่างมันก็ต้องมีปัญหาหมด จงอยู่กับสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดแล้วเรามีความสุขมากที่สุด”

    ปิ๊ด “ในระหว่างที่ผมทำอัลบั้มนี้ผมกับพี่ชัชทะเลาะกันแรงมาก สิ่งหนึ่งที่ดีที่สุดในอัลบั้มนี้คือการที่เราได้ทำงานที่บ้าน สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือแฟมิลี่ ผมทะเลาะกับพี่ชัชครั้งนั้นครั้งเดียว นี่คือข้อดีของการทำอัลบั้มที่บ้านมันมีความเข้าใจและความรู้สึกของกันและกัน”

    ตูน “เราหามิติใหม่ๆ ในการทำงานเพื่อลดทอนปัญหาที่จะพาเราไปสู่จุดอิ่มตัว”

    อัลบั้มนี้ถ้าเปรียบบอดี้สแลมเหมือนคนมองว่าเราโตขึ้น เด็กลง?

    “มีทั้งสองส่วน ทั้งที่เรารู้สึกแก่ขึ้นและเด็กลง เด็กถ้าให้จำกัดความ คือ เด็กในมุมที่เรารู้สึกผ่อนคลาย เพลงที่อยากเขียนอยากร้องเครียดๆอยากใส่เต็มที่ทำไปแล้วในดัมมะชาติ ชุดนี้มันโล่งขึ้น ในมุมที่โตขึ้นเป็นความรับผิดชอบและประสบการณ์ แบบมืออาชีพอายุ 40 ปีมากขึ้น”

    อัลบั้มเล่าในการมองโลกแบบไหน?

    “ก็เรื่องที่เรารู้สึก เรื่องจริงในตอนนี้ อย่างเพลง “วิชาตัวเบา” ก็เป็นคนมีประสบการณ์ความรักอีกแบบ ได้เรียนรู้และดีใจกับมัน ในอารมณ์ที่ไม่ได้พลุ่งพล่านเสียใจแบบไม่ฟูมฟาย หลายๆเรื่องเราก็รู้สึกว่าเราเพิ่งได้เรียนรู้การปล่อยวาง โตขึ้นในอีกวัยขึ้นเท่านั้นเอง อัลบั้มมีหลากหลายเพลง หลากหลายแง่มุม มันมีเพลงหนึ่งชื่อ ผักบุ้งลอยฟ้า ผมตื่นเต้นที่จะสื่อสารให้ทุกคนได้ฟัง”

    เคล็ดลับวิชาตัวเบาที่เราใช้มาโดยตลอด?

    ชัช “ทำอะไรมีสติครับ”

    โอม “ทัศนคติสำคัญที่สุดคือมองให้บวก เรามีความสุขกับทุกอย่างได้จากวิธีคิด ก็ทำให้เราตัวเบาได้”

    ตูน “จริงๆผมก็ไม่ใช่คนเก่งถึงขั้นปล่อยวางอะไร แต่โชคดีที่เรามีพี่ เพื่อน ที่สามารถไปฝากใจขอคำปรึกษาไว้ได้ ตรงนี้ไม่รู้เป็นเคล็ดลับรึเปล่าแต่หลายครั้งที่ผมรู้สึกหลงทาง ท้อ มักจะได้รับความช่วยเหลือดีๆจากคนรอบข้างเสมอ”

    ปิ๊ด “แต่ก่อนผมบ้าบอเยอะ เครียด สร้างปัญหาให้กับตัวเองและคนอื่นเยอะตอนนี้ผมแค่เอาใจเขามาใส่ใจเราให้มากขึ้น”

    ยอด “คิดเยอะขึ้นกว่าเดิมจากไม่ค่อยคิดเยอะ ผ่อนคลายไม่เครียดเพราะถ้าเครียดก็มาคุยปาร์ตี้กับเพื่อนๆ”

    ถามถึงคอนเสิร์ตใหญ่ตื่นเต้นแค่ไหนเล่นถึง 2 รอบ?

    ตูน “ผมว่าพวกเรา ทีมงาน และแฟนเพลง น่าจะตื่นเต้นกันหมด ใครที่เคยไปอยู่ในสนามเมื่อ 8-9 ปีที่แล้วจะรู้ว่ามันพิเศษ สำหรับผมมันคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของการเล่นคอนเสิร์ต ทำโชว์ มันไม่บ่อยครั้งที่จะมีแรงทำโชว์ขนาดนี้ได้ ก็ตื่นเต้นมากที่จะได้ขึ้นไปกระโดดแบบไลฟ์ อิน คราม อีกครั้ง ด้วยความที่เราทัวร์มาเยอะ ออกทั้งอัลบั้ม คราม ดัมมะชาติ ทำให้ได้ไปเล่น หลายๆร้อยเวที ประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวมาตลอด 8-9 ปีนี้จะถูกใช้บนนั้น เพราะไลฟ์ อิน คราม คือครั้งแรกที่เราเล่นในสนาม เราลนลาน ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ต้องใช้พลังแค่ไหน บางอันรู้สึกถ้าได้ทำอีกทีต้องดีขึ้น แล้ววันนี้ก็มาถึง เราจะพยายามเล่นเพลงที่ทุกคนอยากได้ยินและมีประสบการณ์ร่วม ย้อนวัยไปช่วงเรารักใคร คิดถึงใคร ร้องไห้ ท้อ หรืออะไรก็ตาม ความตั้งใจผมอยากให้ทุกคนมีความสุขที่ได้ฟังเพลงที่ทุกคนเคยมีประสบการณ์ร่วมอยากให้เกิดมวลความรู้สึกนี้ที่ราชมังคลาวันนั้นครับ”

    แฟนๆจะได้เห็นอะไรพิเศษบ้าง?

    ปิ๊ด “คอนเสิร์ต ชื่อบอดี้สแลมเฟสติวัล รอบนอกจะรวมเรื่องราวของบอดี้สแลมตั้งแต่ที่เราเริ่มต้น สิ่งต่างๆที่เป็นประสบการณ์ จะด้วยมุมดนตรี หรือชีวิต จะถูกยกมาสร้างเป็นเฟสติวัลในงานนี้ ทุกคนจะได้ใกล้ชิดพวกเราในแง่มุมเรื่องราวที่เราไปเจอมา”

    ตูน “มีเวทีเล็กที่เราอยากสะท้อนภาพของวงดนตรีมัธยม หรือมหาวิทยาลัยที่เล่นได้ทุกเวทีที่มีโอกาสแบบพวกเราเมื่อก่อนเป็นแบบนั้น ผมว่าคนที่มาดูวันนั้นน่าจะได้แรงบันดาลใจผ่านวงเหล่านี้ นี่คือพี่ชัช พี่โอม พี่ยอด พี่ปิ๊ด และผม ที่ในอดีตก็เป็นแบบนี้ แน่นอนเฟสติวัลต้องมีอาหารร้านที่เราไปกินมา แขกรับเชิญมีแล้ว แต่เราไม่บอก ทุกแขกรับเชิญที่ปรากฏบนเวทีคือคนที่จะฟีเจอริงในอัลบั้มใหม่ของเรา”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    บอดี้สแลมคอนเสิร์ตใหญ่วิชาตัวเบาอัลบั้มใหม่ราชมังคลากีฬาสถานนักร้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 16:34 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์