ไลฟ์สไตล์
100 year

เปิดใจนักแสดง-ทีมงานซีรีส์ Kingdom ซอมบี้ย้อนยุคสุดสยองสไตล์เกาหลี

ไทยรัฐออนไลน์
19 ธ.ค. 2561 15:38 น.
SHARE

นับว่าน่าสนใจทีเดียวสำหรับซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ “Kingdom : ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด” ออริจินัลซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่หาดูได้เฉพาะทาง Netflix เท่านั้น โดยซีรีส์ดังกล่าวเป็นซีรีส์เกาหลีแนวแฟนตาซีย้อนยุคที่เผยเรื่องราวซอมบี้สุดสยองในยุคโชซอน นำแสดงโดย จูจีฮุน, เรียวซึงรยอง เขียนบทโดย คิมอึนฮี และกำกับการแสดงโดย คิมซองฮุน เป็นอีกหนึ่งซีรีส์เกาหลีที่แฟนพันธุ์แท้ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากเนื้อหาจะเข้มข้นตั้งแต่ 2 ตอนแรกแล้ว (สื่อมวลชนได้รับชมพร้อมกันครั้งแรกที่งาน Netflix “See What’s Next: Asia” ที่ประเทศสิงคโปร์) ยังมีความตื่นตาตื่นใจในเรื่องเทคนิคเอฟเฟ็กต์ต่างๆ อีกด้วย

ข่าวแนะนำ

โดยซีรี่ส์ Kingdom เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับองค์รัชทายาทยุคโชซอน (จูจีฮุน) ที่ต้องการสืบสวนเกี่ยวกับโรคระบาดที่เกิดขึ้นในประเทศ และมีองครักษ์คู่ใจเป็นผู้ช่วย แต่งานนี้ทั้งคู่ต้องค้นพบความจริงที่น่ากลัว เพราะโรคระบาดดังกล่าวทำให้คนทั้งชาติตกอยู่ในอันตราย และมีเรื่องของซอมบี้เข้ามาเกี่ยวข้อง งานนี้ทั้งนักแสดง นักเขียนบท รวมไปถึงผู้กำกับซีรี่ส์เรื่องนี้ได้มีโอกาสมาพูดคุยถึงเบื้องหลังซีรี่ส์ดังกล่าว ก่อนจะได้รับชมกันเต็มๆ ในวันที่ 25 มกราคม 2562 ที่จะถึงนี้ด้วย

(จากซ้ายไปขวา)  เรียวซึงรยอง, จูจีฮุน, คิมอึนฮี, คิมซองฮุน
(จากซ้ายไปขวา) เรียวซึงรยอง, จูจีฮุน, คิมอึนฮี, คิมซองฮุน

เริ่มที่เหล่านักแสดงกันก่อน หลังจากที่ได้ดู 2 ตอนแรก คุณช่วยเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างองค์ชายรัชทายาทกับองครักษ์เพิ่มให้เราฟังหน่อยได้ไหม และมันมีโมเมนต์อะไรที่คุณชอบบ้างรึเปล่า?
จูจีฮุน : ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะอยู่ในยุคโชซอน ณ สมัยที่การแบ่งชนชั้นชัดเจนมากๆ เราก็อยากเล่าเรื่องนี้ให้มันเกี่ยวกับผู้คนด้วย เพราะเขานั้นเป็นทั้งเพื่อนสนิทและองครักษ์ประจำองค์รัชทายาท โดยมองเห็นการเติบโตของรัชทายาทมาตลอด และเป็นคนเดียวที่รัชทายาทนั้นเปิดใจด้วย รวมถึงยังเป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากด้วยเช่นกัน มันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีเรื่องชนชั้นมาเป็นอุปสรรค ในยุคที่การแบ่งชนชั้นเกิดขึ้นอย่างตึงเครียดแบบนั้น และโดยทั่วไปองครักษ์ประจำพระองค์ของรัชทายาท ไม่สามารถแม้กระทั่งจะมองตาเจ้าชายได้ด้วยซ้ำ แต่ความสัมพันธ์ที่แตกต่างของทั้งสองคนนี้เป็นเหมือนกับความสัมพันธ์แบบเพื่อน เขาทั้งสองคนสามารถพึ่งพากันและกันได้มาก โดยตัวละครทั้งสองนี้ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ด้วยกันด้วย แต่ผมไม่สามารถสปอล์ยคุณได้มากหรอกนะครับ

จูจีฮุน
จูจีฮุน

สำหรับคุณทั้งคู่ อะไรทำให้คุณตอบตกลงที่จะเข้าร่วมละครเรื่องนี้ เพราะหลังจากที่ดูสองตอนแรกแล้ว มันไม่ใช่เป็นแค่เรื่องที่มีแต่แนว horror เท่านั้น?
จูจีฮุน: ผมไม่เห็นว่ามันจะมีเหตุผลอะไรเลยที่ผมจะไม่เข้าร่วมโปรเจคนี้เลย ในเมื่อเรามีนักเขียนที่ดีที่สุด และผู้กำกับที่ดีที่สุดเช่นกัน และผมคิดว่าหนังเรื่องนี้กำกับโดยผู้กำกับภาพยนตร์ และเราทำงานร่วมกันกับเหล่าทีมงานที่ทำภาพยนตร์มาก่อน ซึ่งทำในซีรีส์เรื่องนี้มีแง่มุมดีๆ ในแบบภาพยนตร์อยู่เยอะเลย และเราก็ยังมีแง่มุมดีๆ ของทีวีเช่นเดียวกัน ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องดีๆ ของทั้งสองโลก และผมคิดว่าการเข้าร่วมโปรเจ็กต์นี้เป็นโอกาสที่น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมาก

เรียวซึงรยอง : ด้วยความที่มันเป็นซีรีส์ย้อนยุค ดังนั้นผมจึงคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมมากที่จะได้ร่วมโปรเจ็กต์ซึ่งจับเอาความงดงามของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเกาหลี ผมชอบความจริงที่ว่าเรื่องราวพวกนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องใช้ธีมทั่วไป คือมันแสดงให้เห็นว่ามนุษย์สามารถโหดร้ายได้ และมันก็เป็นโอกาสที่เยี่ยมมากที่เราได้ร่วมงานกับเน็ตฟลิกซ์ เพราะเน็ตฟลิกซ์เป็นสื่อที่มีอิทธิพลมาก ในการส่งต่อเรื่องราวต่างๆ ไปยังคนดูทั่วทั้งโลก

คุณมีใครเป็นต้นแบบให้กับคาแร็กเตอร์ของคุณมั้ย?
เรียว ซึง รยอง: ชื่อแรกที่ผมนึกถึงคือ Jack Nicholson เลย

เรียวซึงรยอง
เรียวซึงรยอง

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ละครย้อนยุคเรื่องนี้ต่างออกไปจากละครย้อนยุคเรื่องอื่นๆ ของเกาหลี?
จูจีฮุน : อย่างแรกเลย คือนักแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ที่เป็นปัจจัยที่แตกต่างที่สุด และนักแสดงระดับโลกก็ร่วมแสดงกับพวกเราด้วย

คุณว่าซอมบี้มีจริงมั้ย?
จูจีฮุน : ผมไม่รู้เลย แต่ผมเชื่อในจิตวิญญาณมากนะ เพราะถ้าเราไม่มีวิญญาณแล้ว ชีวิตของมนุษย์คงว่างเปล่าน่าดู

หลังร่วมแสดงซีรีส์เรื่องนี้ พวกคุณเริ่มสนใจการเล่นหนังสยองขวัญบ้างมั้ย?
เรียวซึงรยอง : ผมไม่เคยดูหนังสยองขวัญได้เลยล่ะ

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะฉายไปให้ผู้ชมทั่วทั้งโลกได้ดูโดยเน็ตฟลิกซ์ คุณอยากโลกได้เห็นให้วัฒนธรรมเกาหลีส่วนไหน?
จูจีฮุน : ผมไม่ได้มีความรู้สึกที่จะต้องรับหน้าที่เป็นคนนำเสนอประวัติศาสตร์เกาหลีมากขนาดนั้น และถึงแม้ว่าผมจะรู้ว่าซีรีส์เรื่องนี้จะถูกทำซับไตเติ้ลออกมาหลายภาษาทั่วทั้งโลก ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะอิมแพ็คกับโชว์มากจริงๆ เท่าไหร่ เวลาที่คนคิดถึงคำว่าเอเชีย โดยทั่วไปพวกเขาจะเห็นภาพญี่ปุ่นหรือจีน แต่ผมคิดว่าเกาหลีเองก็มีหลายอย่างที่จะแสดงให้โลกได้เห็นเช่นกัน ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ใช่ความรับผิดชอบของเรา แต่ผมก็คิดว่าถ้าซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ นี่อาจจะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความงามของวัฒนธรรมเกาหลีก็ได้ และมันจะช่วยขยายตัวเลือกของผู้ชมในการสัมผัสวัฒนธรรมต่างๆ ให้กว้างขึ้น

ในประเทศไทย เกาหลีเป็นที่นิยมมาก คุณคิดว่าผู้ชมชาวไทยจะได้อะไรจากคิงดอมบ้าง?
เรียวซึงรยอง : ซีรีส์เรื่องนี้จะดึงเอาสิ่งที่ดีที่สุดของทั้งสองโลกให้ออกมา เพราะนักแสดงของเราก็ได้แสดงให้เห็นถึงมุมที่อำนาจเหนือธรรมชาติ (god) จะต่อสู่กับซอมบี้

คุณชอบอะไรในตัวละครของคุณมากที่สุด?
จูจีฮุน : ผมว่าเราไม่ต้องอธิบายอะไรมากเลยล่ะ เพราะผมเล่นเป็นมงกุฏราชกุมาร และผมเองก็ชอบมากๆ เลย

คำถามนี้สำหรับคุณคิมอึนฮี เนื่องจาก Kingdom เป็นซีรีส์ที่ดำเนินเรื่องราวในอดีต ขั้นตอนการค้นหาข้อมูลสำหรับซีรีส์เรื่องนี้ของคุณเป็นอย่างไรบ้าง และมันมีอะไรที่สร้างมาจากเหตุการณ์จริงๆ ในอดีตไหม อย่างเช่นเรื่องโรคระบาด?
คิมอึนฮี : สิ่งที่ฉันพยายามจะทำในส่วนของการหาข้อมูลนั้น ก็คือการให้ความสำคัญเรื่องของผู้คนในช่วงเวลานั้น แล้วฉันก็พบว่ามันมีข้อมูลเกี่ยวกับกษัตริย์เยอะมาก แต่กลับไม่มีข้อมูลของประชาชนเลย ดังนั้นนั่นเลยเป็นปัญหา แต่พวกเราก็มีคนแนะนำอยู่
และเช่นกัน ฉันพยายามเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในเรื่องด้วยตัวเอง แม้ว่ามันอาจไม่เหลือสิ่งก่อสร้างในทางสถาปัตยกรรมเหลืออยู่อีกแล้ว แต่ฉันก็ยังจะไปที่นั่นด้วยตัวเอง เพื่อที่จะดูว่ามันเป็นยังไงจริงๆ อย่างเช่นที่แม่น้ำ Nakdong
จริงๆ แล้ว พอพูดถึงเรื่องสถานที่ โรคระบาด หรือปรากฏการณ์ต่างๆ มันดูจะเป็นเรื่องแปลกๆ สำหรับคุณแหละ แต่มันก็เป็นบางอย่างที่ฉันรู้สึกสนใจเป็นอย่างมากเลย ดังนั้นฉันเลยอ่านหนังสือและเรื่องราวต่างๆ เยอะมากๆ เพื่อจะได้นำเอาความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในซีรีส์เรื่องนี้

คุณเจอมุกตลกอะไรบ้างมั้ยในบท หรือคุณเจอตอนถ่ายทำเลย?
ซองฮุน : ตอนที่เราคิดว่าจะเขียนบท กำกับ และสร้าง Kingdom ขึ้นมานั้น แน่ล่ะว่ามันมีส่วนประกอบต่างๆ ที่แตกต่างกันมาก ในแต่ละแนวที่ประกอบกันในเรื่องนี้ แต่จริงๆ มันเป็นแนว Mystery Thriller เป็นหลัก ซึ่งบทก็สร้างขึ้นมาโดยอิงจากแนวนั้น แต่อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องราวหกตอน ดังนั้นเรารู้สึกว่ามันคงจะเครียดเกินไป ถ้าเราจะดำเนินเรื่องโดยใช้เรื่องของความลึกลับเป็นหลัก ดังนั้นระหว่างการพัฒนาบท ถ้ามันไม่ได้ทำลายบท หรือทำลายเส้นเรื่อง เราก็พยายามที่จะใส่อารมณ์ขันลงไปในนั้น และมันก็มีมุกตลกบางส่วนที่มาจากตัวนักแสดงเอง ในระหว่างการถ่ายทำ

คำถามสำหรับคุณคิมอึนฮี คุณได้ไอเดียของซีรีส์เรื่องนี้มาได้อย่างไร และใครคือคนที่มีอิทธิพลกับคุณมาก ตอนที่คุณกำลังเขียนเรื่องนี้อยู่?
อึนฮี : จากที่ฉันเพิ่งพูดถึงไป ฉันเป็นแฟนตัวยงของหนังซอมบี้เลย และฉันก็รู้สึกว่าซอมบี้นั้นไม่เหลือสัญชาตญานอะไรเลย นอกจากความหิวโหย ฉันรู้สึกว่ามันมีความน่าเห็นใจอยู่ในตัวพวกมัน ฉันรู้สึกถึงความเศร้าโศกบางอย่างที่มีอยู่ในพวกมัน และฉันก็เลยอยากดึงเอาแง่นั้นเข้ามาในเรื่องราวในเกาหลี เพื่อดึงเอาความเจ็บปวด และความทรมาณ ออกมาจากตัวคนธรรมดา

ด้วยความที่มันจะฉายให้ผู้คนทั่วโลกได้รับชมโดย Netflix คุณอยากให้โลกได้รู้จักส่วนไหนในประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรมเกาหลี?
ซองฮุน : ผมคิดว่าแทนที่ผมจะมอบวัฒนธรรม หรืออะไรบางอย่างให้ผู้ชม ผมกลับอยากจะให้ผู้ชมได้รับเอาสิ่งเหล่านั้นไปจากซีรีส์มากกว่า แทนที่จะรับรู้ผ่านซีรีส์เรื่องนี้ คนน่าจะต้องการที่จะได้รับแรงบันดาลใจ หรือรู้สึกร่วมไปกับมัน เช่นเดียวกัน ก็จะได้รับความสนุกสนานด้วย สองสิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญ

และในขณะที่คุณได้รับความสนุกสนาน ผมหวังว่าผู้ชมทั้งหมดจะสามารถจับเอาจุดพิเศษต่างๆ ในความรู้สึกได้ ซึ่งมันได้ผสมผสานไว้กับวัฒนธรรม ประเพณี หรือการกระทำต่างๆ ของประเทศนี้ ผ่านชื่อโชซอนในดินแดนตะวันออกอันไกลโพ้นเมื่อห้าร้อยปีก่อน ในระหว่างศตวรรษที่ 15 ผมหวังว่าสิ่งนี้ที่เพิ่มเข้ามาในแนวเฉพาะทางเช่นนี้ จะสามารถส่งต่อไอเดียบางอย่างไปยังคนดูได้ และผมเองก็สงสัยและอยากรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร นั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้คนดูได้รับรู้

อะไรทำให้ซอมบี้ในเรื่องนี้มีเอกลักษณ์หรือแตกต่างจากซอมบี้ในหนังเรื่องอื่นๆ ที่เราเคยดูมา? 
อึนฮี : ผมว่ามันคือเรื่องที่คนจะกลายเป็นซอมบี้ได้อย่างไร หรือเมื่อไหร่ ดังนั้นแม้ว่ามันจะมีเรื่องราวในแง่ของความปรารถนาและความกระหายในอำนาจ อย่างที่คุณได้ดูเมื่อวาน เรื่องราวมันเริ่มต้นจากความหิวโหยทางกายภาพ และความหิวโหยจริงๆ ดังนั้นมันเลยเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กันซอมบี้ในเรื่องนี้

คุณช่วยแชร์ทริคในการเขียนบทให้พวกเราหน่อยได้ไหม?
อึนฮี : ฉันไม่สามารถพูดแทนนักเขียนบทเกาหลีได้ทั้งหมด แต่สำหรับฉันแล้ว ฉันให้ความสำคัญกับการเล่าอารมณ์ของเหล่าตัวละครมาก ฉันพยายามตรงนั้นมาก เพื่อที่ตัวละครจะได้ไม่จมหายไปในบางเหตุการณ์ ดังนั้น สำหรับตัวฉันเองนะ ฉันเลยเชื่อว่าเมื่อฉันลงมือเขียน ฉันจะพยายามที่จะให้ความสำคัญกับตัวละครมากที่สุดเสมอ

สำหรับคิมซองฮุน อะไรคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของซีรีส์เกาหลี และอะไรคือจุดขายของซีรีส์เกาหลี? 
ซองฮุน: ผมคิดว่ามันอาจจะยากไปหน่อย ที่จะตอบคำถามคุณข้อนี้ชัดๆ ว่ามันคือปัจจัยอะไรหรือจุดไหนชัดๆ กันแน่ ผมคิดว่า สุดท้ายแล้ว ไม่ว่ามันจะเป็นซีรีส์หรือหนังแนวไหนก็ตาม มันจะสะท้อนให้เราเห็นช่วงเวลาปัจจุบันที่เราอาศัยอยู่เสมอ และเมื่อคุณมองไปที่เกาหลีในยุค 70 กับตอนนี้ มันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย และมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นผมจึงคิดว่ามันคือพลังบางอย่างของสิ่งที่มอบความสำเร็จให้กับซีรีส์และภาพยนตร์.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Kingdom ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือดจูจีฮุนเรียวซึงรยองซีรีส์เกาหลีNetflixละคร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 4 มีนาคม 2564 เวลา 06:39 น.