หลังจากที่ถูก มดดำ คชาภา เพื่อนซี้ประกาศกลางรายการแฉ ว่าดีเจดาด้า วรินดา เพื่อนสนิท เลิกสามีและไม่บอกตน ทำเอาหลายคนช็อกไม่น้อยกับเรื่องดังกล่าว งานนี้เมื่อได้เจอดีเจดาด้า เลยขอสอบถามเรื่องราวที่ต้องหย่าเงียบๆ กับสามีนักบิน ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า

สาเหตุการเลิกราคืออะไร?
"จริงๆ แล้วก่อนที่มดดำจะบอก แยกกันอยู่มาสักพักแล้ว แต่ตัดสินใจที่จะเซ็นใบหย่ากันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาค่ะ เป็นการคุยกันด้วยดี มันเป็นปัญหาที่ค้างคามาหลายปี ที่เราค่อยๆ แก้กันมาแต่มันแก้ไม่ตกซะที

เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วทะเลาะ ไม่แฮปปี้ เราเลยมาคุยกันว่า เราทดลองห่างกันดีกว่ามั้ย ทดลองแยกกันอยู่ พอทดลองแล้วบรรยากาศมันดีขึ้น เราไม่ได้ทะเลาะกัน รวมถึงการดูแลลูก ทุกอย่างลงตัวมากขึ้น ก็ถึงเวลาที่เซ็นใบหย่าเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา"

กี่ปีคะที่อยู่ด้วยกันมา?
"ทั้งหมดประมาณ 9 ปี คือช่วงที่ตัดสินใจเซ็นใบหย่าเราคุยกันดีนะคะ แม้ความสัมพันธ์ของสามีภรรยามันจะจบไป แต่ในเรื่องของการเป็นพ่อแม่ของลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ตอนนี้เราโฟกัสที่การเป็นพ่อแม่ของลูก

ทุกวันนี้ลงตัวมาก ถ้าวันไหนด้ามีงาน ก็จะฝากลูกไว้ที่เค้า ถ้าเค้ามีบินลูกก็จะอยู่กับเรา แต่หลักๆ ด้าดูแลลูกเป็นหลัก ศุกร์-อาทิตย์ ก็ไปอยู่บ้านกับคุณพ่อเค้า ตกลงกันด้วยดี หน้าที่ของพ่อแม่ไม่มีวันจบ เรายังพูดคุยติดต่อกันเรื่องลูก"

...

คิดหนักมั้ย เพราะมีลูกด้วย?
"ก่อนที่จะตัดสินใจก็คิดสักพักนึงแล้ว เนื่องจากว่าปัญหาหลักๆ ก็เป็นเรื่องของเวลาด้วย ด้ามีงานเยอะ และเค้าก็มีภารกิจที่ต้องทำเยอะ เหมือนเวลาเราไม่ตรงกัน หลายอย่างไม่ตรงกัน

คนเราพออายุมากขึ้น ทัศนคติหรือความคิดมันไปคนละทางแล้ว เมื่อจุดหมายปลายทางมันมองไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นพอลดความสัมพันธ์เหลือความเป็นพ่อเป็นแม่ของลูก น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด"

เฮิร์ตบ้างมั้ย?
"มันต้องมีอยู่แล้ว (หัวเราะ) เห็นหัวเราะแบบนี้ แต่จริงๆ แล้วมันก็มีจุดที่เราเสียใจ ไม่มีใครที่ไม่อยากให้ครอบครัวไม่ประสบความสำเร็จ ใครๆ ก็อยากจะอยู่กันจนแก่ ในเมื่อทำไม่ได้ เราก็ต้องทำใจกับมัน

แรกๆ ก็เฮิร์ต แต่พอแยกกันอยู่ เลิกกันแล้ว บรรยากาศการคุยของเราดีขึ้นค่ะ พอมาเจอหน้ากันมันไม่ทะเลาะ แต่มาคุยกันเรื่องลูกนะ วันเกิดที่ผ่านมาของเค้าเราก็ยังไปกินข้าวกัน เป็นการเลิกกัน เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน"

ครอบครัวฝ่ายชายไม่ชอบที่ดาด้าไม่มีเวลาเพราะลุยงานหนัก?
"มันเป็นเรื่องที่ปรับตัวกันอยู่แล้ว ถามว่าไม่ชอบเลยมั้ย มันคงไม่ใช่ค่ะ เชื่อว่าทุกครอบครัวมีปัญหาแต่อยู่ที่การปรับตัวดีกว่า ว่าสามารถปรับกันได้รึเปล่า

แต่ก็ยอมรับว่าเราทำงานเยอะ ด้วยความที่เค้าก็ไปบิน ทำให้เวลาของครอบครัวเราไม่เหมือนคนอื่น เวลาว่างเราอาจจะน้อยกว่าคนอื่น อันนี้เป็นปัญหาหลักๆ มากกว่า"

ช่วงที่ใช้ชีวิตครอบครัว ทะเลาะกันเยอะมากๆ?
"มันไม่ได้ทะเลาะกันเรื่องใหญ่ แต่เป็นการทะเลาะของเรื่องเวลา หลักๆ เป็นเรื่องของเวลาเลย พอวันนึงมันหนักขึ้น เราแก้ปัญหากันมาตลอด แต่ว่ามันไม่ได้จริงๆ ด้วยเวลามันไม่ลงตัว เรื่องปัญหาอื่นๆ เล็กๆ น้อยๆ ทัศนคติ ก็เลยทำให้ทะเลาะกัน"

ฝ่ายชายเคยขอให้ดาด้าอยู่ดูแลลูกหน่อย?
"คือเค้ารู้ว่าทำไม่ได้ (หัวเราะ) เรายอมรับว่าเราเป็นคนบ้างานค่ะ ชอบทำงาน เรามีความสุขกับการทำงาน ตัวเค้าก็รับได้นะคะกับการทำงานของเรา แต่ในเรื่องของเวลาว่างมันหาเวลาว่างลำบาก มันก็พูดยากเหมือนกันเรื่องของการปรับตัว เราก็พยายามปรับมาหลายปีแล้ว"

ตอนนี้ถือว่าสบายใจแล้ว?
"ใช่ ณ ตอนนี้บรรยากาศของการเป็นพ่อและแม่มันดีขึ้น เค้าไม่ได้คาดหวังอะไรจากเรา เราก็ไม่ได้คาดหวังจากเค้า เพราะเราอยู่ในฐานะพ่อและแม่ของลูกเท่านั้น เพราะฉะนั้นบรรยากาศมันเลยดีขึ้นค่ะ"

บอกกับน้องว่ายังไงบ้าง?
"ยังไม่ได้พร้อมที่จะบอกเค้านะคะเพระว่าเค้ายังเล็กอยู่ เพราะว่ายัง 4 ขวบ แต่เค้าจะเริ่มชินเอง ถ้าเค้าโตแล้วเค้าถามด้าก็จะบอก แต่ถ้าถามว่าทุกวันนี้เรายังมีโอกาสได้ไปเจอพร้อมหน้าพร้อมตาแม่ลูกมั้ย ยังมีนะคะ ก็คือเจอกันพ่อแม่ลูก

ถ้ามีเวลาก็ไปกินข้าวด้วยกันทั้ง 2 ครอบครัว เพื่อให้ลูกรู้สึกไม่ขาด นี่คือการคุยกันก่อนเซ็นใบหย่าว่าถึงแม้เราจะเลิกกัน แต่ลูกต้องไม่ขาด ลูกต้องเจอทั้งแม่และพ่อ อย่างโอกาสสำคัญเรายังต้องนัดเจอกันอยู่"

...

น้องมีถามมั้ย?
"โชคดีหน่อยที่ผ่านมาคุณพ่อเค้าไปบิน หลักๆ เค้าจะอยู่กับด้า เค้าเลยไม่รู้สึกแปลกที่ขาดใครไป หรือบางครั้งด้าไปทำงานต่างจังหวัด เค้าก็ไปอยู่กับทางบ้านของคุณพ่อเค้าก็ไม่รู้สึกว่าขาด เพราะบางทีเราก็ยังไปด้วยกันอยู่ พาลูกไปทำกิจกรรมเราก็ไปด้วยกัน"

เชื่อว่าถึงวันนั้นน้องน่าจะเข้าใจ?
"ใช่ ถ้า 6-7 ขวบที่เค้ารู้เรื่องถ้าเค้าถามเรื่องคุณพ่อคุณแม่ยังไงถ้าเค้าพร้อม เราพร้อมก็คงจะบอกเค้า"

ไม่ได้บอกใครเลย แม้แต่มดดำ เพราะอะไร?
"ตอนนั้นไม่รู้ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร เราแยกกันอยู่ ยังไม่ได้ตัดสินใจเซ็นใบหย่า ก็ยังไม่พร้อมที่จะบอกใคร ก็ยังทำงานตามปกติ เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รู้มาก เพราะเราเป็นคนสนุกสนานมาถึงก็เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสเค้าก็ไม่รู้ว่าจริงๆ เรามีปัญหาครอบครัว

แต่พอวันนึงเรารู้สึกว่าพร้อมแล้ว เป็นการตัดสินใจแล้วเมื่อกันยายนที่ผ่านมา ก็เลยตัดสินใจที่จะบอกคนอื่น แต่มดดำเค้ารู้ทีหลังเท่านั้นเอง เพราะมดดำรู้โลกรู้ ก็ตั้งใจทำตัวปกติ ก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือว่าบอกใคร แต่ถ้าใครถาม เราค่อยบอก วันนั้นมดดำไม่ถาม เราทำงานเสร็จก็รีบ ไม่มีเวลาคุยเรื่องราวส่วนตัวกัน".

...