โดยเนื้อแท้แล้ว การที่บุคคลใดหรือคณะใดจะรวมตัวกันเป็นชมรมหรือมูลนิธิ ตั้งจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ด้อยโอกาส ไม่ใช่เรื่องที่ผิดรัฐธรรมนูญ

สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้อง มิใช่สักแต่อ้างตนว่า มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ก้าวก่าย ล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น หรือบุกเข้าไปตรวจสอบสิ่งต่างๆโดยตนเองไม่มีหน้าที่!!

ประเด็นคงไม่ใช่อยู่ที่ว่า จะเป็นทนายหรือเป็นทะแนะ แต่อยู่ที่วิธีการในการตรวจสอบเหล่านั้นว่า ถูกต้องหรือเป็นการแบล็กเมล์ออกสื่อ

นำคลิปเสียงคลิปภาพที่แอบอัดไว้มาเผยแพร่ เป็นการแอบอัดโดยไม่มีกฎหมายรองรับ จะเป็นทะแนะหรือทนายก็ผิดทั้งสิ้นครับ

โลกโซเชียลกำลังมีบุคคลบางกลุ่ม บางพวก ทำตนเป็นผู้พิพากษาอรรถคดีต่างๆ ชี้นำสังคม แต่จะมีผู้เชื่อถือตามนั้นหรือไม่ ก็นานาสังวาสครับ

คอลัมน์นี้มิเคยกล่าวหาว่า ผู้ที่มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคมนั้น เป็นการกระทำที่ผิด แต่ติงและให้สติต่อบางชมรมบางมูลนิธิ ว่าการกระทำทุกอย่างต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย

และเปิดใจให้กว้าง ยอมรับการตรวจสอบคืนบ้าง ทองแท้ต้องไม่กลัวไฟ

เน็ตไอดอลก็ไม่ใช่จะชี้นำ fc ได้ง่ายๆ เหมือนกระแสที่เริ่มบูมใหม่ๆ

ผู้เสพสื่อโซเชียลได้เดินมาถึงจุดที่ค่อนข้างจะแยกแยะได้ว่า อันใดจริง อันใดเท็จ อันใดมีวาระจร วาระแฝง...

ในวาระใกล้สิ้นปี ในฐานะเป็นพุทธศาสนิกชน เชื่อในกฎแห่งกรรม เชื่อในหลักทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

ผู้ที่ทำดีมีจิตใจบริสุทธิ์สะอาด ก็ย่อมประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานและองค์กรแห่งตนเอง

ส่วนท่านที่มีเจตนาตรงกันข้าม กฎแห่งกรรมคงจะทำหน้าที่ตนเองด้วยความว่องไว ประสายุคสมัย 4–5 G.

“สันติพงษ์ นาคประดา”

...

แจ๋วริมจอ
jaewrimjor@gmail.com