นางเอกสาวน่ารักมากความสามารถ เต้ย จรินทร์พร กับการกลับมาเล่นหนังรักอีกครั้ง กับเรื่อง GravityOfLove #รักแท้แพ้แรงดึงดูด ที่ได้ร่วมงานกับ 2 พระเอกอย่าง บอย ปกรณ์ และ หลุยส์ สก๊อต ซึ่งวันนี้สาวเต้ยจะมาเปิดเผยว่าเพราะอะไรถึงยอมรับเล่นหนังเรื่องนี้ โดยสาวเต้ยเผยว่า
เพราะอะไรถึงตัดสินใจรับเล่นหนังเรื่องนี้?
องค์ประกอบหลายๆ อย่างค่ะ แต่ตอนแรกเลยเค้าส่งเนื้อเรื่องมาเป็นกระดาษแค่ไม่กี่หน้า อ่านแล้วรู้สึกว่ามันดึงดูดเรา และเพื่อนร่วมงานด้วยที่มีส่วน อย่างพี่บอย ปกรณ์ และ พี่หลุยส์ สก๊อต ก็อยากเล่นหนัง และหนังแนวนี้ยังไม่เคยเล่น
เต้ยเล่นหนังมาหลายรูปแบบ หนังส่วนใหญ่จะมีความซับซ้อน มีเรื่องราว แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่แมส ยังไม่เคยเล่นหนังที่เรื่องราวมันแมส ความรัก วิธีการเล่าเรื่อง ถ้าเปรียบเป็นอาหารก็เป็นอาหารที่กินง่าย
เรื่องนี้มันท้าทายฝีมือเต้ยตรงไหน?
เรื่องนี้ต้องเล่นเป็นคนที่มีความรั่วมากกว่าปกติ ถ้าในพาร์ตของหนังเต้ยยังไม่เคยเล่นอะไรที่มันรั่วเบอร์นี้ มันเป็นบทใหม่ๆ หนังสไตล์ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเล่น
สำหรับ Gravity of love นะคะ เป็นหนังที่พูดเกี่ยวกับเรื่องความรัก 2 แบบอย่างชัดเจน เป็นเรื่องของพรหมลิขิต และความพยายาม สำหรับฟ้าเป็นคนที่เชื่อในเรื่องของพรหมลิขิตมากๆ ว่าจะต้องเจอพรหมลิขิต ได้รักกับคนที่เป็นพรหมลิขิต แต่พอมาเจอเรื่องราวที่ไม่ดีเกี่ยวกับความรัก ก็เลยทำให้ไม่เชื่อในเรื่องนี้อีกต่อไป แต่ดันมาเจอคนที่มีทั้งความพยายาม และคนที่เจอบ่อย คุยบ่อย ฟ้าเลยเป็นตัวแทนของคนที่ยังเลือกไม่ได้ คนที่โลเลลังเล ไม่รู้ว่าจะใช้สมองหรือว่าใช้ใจกันแน่
เต้ยเชื่อในพรหมลิขิตมั้ย?
เรื่องของความรักมั้ยต้องมีทั้ง 2 อย่าง เชื่อว่าพรหมลิขิตมีจริง แต่ไม่ได้มองว่ามันสวยหรูอลังการแบบในความฝันนะคะ เต้ยมองว่าคนเราเวลาจะทำอะไรก็ตาม มันถูกกำหนดมาแล้วประมาณนึง มันคือจุดเริ่มต้นของเรา การที่เรามีคนรอบตัวแบบนี้ มีแฟนเป็นคนนี้ มีเพื่อนเป็นคนนี้ เราทำงานนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ เต้ยเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เค้าลิขิตมาแล้วประมาณนึง
...
แต่ความพยายามมันเป็นการต่อยอดสิ่งที่เค้าลิขิตมาแล้วว่าจะทำอย่างไรให้มันดีที่สุด การเริ่มต้นคุยมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่ระหว่างทางที่จะประคับประคองมันไปนี่แหละที่มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายาม
ฉากยากในหนังเรื่องนี้คือฉากไหน?
เป็นฉากเต้นค่ะ (หัวเราะ) เวลาต้องเล่นหนัง ละคร แล้วมีฉากเต้น เต้ยจะเครียด คือเรื่องนี้มันมีฉากเต้ยแบบรั่วๆ รู้สึกอาย ส่วนอีกซีนเป็นซีนที่ต้องหัวเราะ และร้องไห้ระหว่างดูวิดีโอ ซึ่งตอนที่ถ่ายเต้ยไม่รู้ว่าเต้ยต้องร้องไห้ไปกับอะไร เพราะมันไม่ได้มีวัตถุดิบอะไรให้กับเราเลย เราต้องจินตนาการ
ทำไมคนต้องไปดูหนังเรื่องนี้?
เต้ยรู้สึกว่ามันเป็นหนังที่มีความแมส เข้าใจง่าย ไม่ต้องมาคิดซับซ้อน ไม่เครียด มานั่งคิดตีความให้ปวดหัว เป็นหนังที่ดูแล้วมีความสุข แฮปปี้ ได้มุมมองความรักหลากหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่ผู้หญิงผู้ชาย 3 คน แต่มีความรักแบบอื่นด้วย และในเรื่องมันคือชีวิตจริงๆ ของคน มีความเป็นมนุษย์จริงๆ ในเรื่อง เลยรู้สึกว่ามันน่าจะโดนใจของคนหลายๆ คน เป็นหนังที่ทุกวัยดูได้ คลายเครียด เครียดมาเยอะแล้ว ลองมาจ่ายเงินร้อยกว่าบาทมาเอาความสุข ความแฮปปี้กลับไปค่ะ