ก่อนหน้านี้นางเอกสาวหน้าใส ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์ว่าลดสถานะกับพระเอกหนุ่มหน้าเข้มวิก 3 ท็อป จรณ โสรัตน์ พร้อมทั้งบอกว่าจบกันด้วยดี ไม่มีรีเทิร์นและไม่มีมือที่ 3 พอนักข่าวได้เจอหนุ่มท็อปเลยให้เจ้าตัวได้เปิดใจพูดถึงเรื่องดังกล่าวบ้าง หลังจากที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าหนุ่มท็อปดูจะเฮิร์ตกับเรื่องนี้ถึงขั้นไปปฏิบัติธรรมกับครอบครัวเลยทีเดียว
หลังจากที่ใบเฟิร์นออกมาพูดแล้ว เรามีอะไรอยากจะพูดมั้ย?
“ผมว่าตามที่น้องเขาให้สัมภาษณ์เลยนะครับ เราก็ให้เกียรติเขา”
สาเหตุที่ทำให้เลิกรากัน ไปต่อไม่ได้คืออะไร?
“จริงๆ แล้วผมว่ามันเป็นเรื่องคนสองคนแหละ ผมว่าในการคบกันมันมีดีเทลหลายๆ อย่าง ซึ่งผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดดีกว่า”
มือที่ 3 ไม่มีแน่นอน?
“ไม่มีแน่นอนครับ จริงๆ ผมว่าการที่เราจะใช้ชีวิต คุยกับใครสักคน แน่นอนว่ามันมีรายละเอียดทั้งทุกข์และสุข เป็นเรื่องธรรมดาของการที่จะคบกัน ครั้งนี้ผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียด แต่อยากให้ทุกคนมองว่าที่ผ่านมาผมมีความสุขมาก และขอบคุณเขามากๆ ที่เข้ามาในชีวิตผมครับ ผมรู้สึกว่าที่ผ่านมามันมีความหมายกับผมมาก ทุกวันนี้ผมก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม ตั้งแต่วันที่เจอเขาวันแรกจนถึงวันนี้ครับ”
...
การตัดสินใจจริงๆ มาจากฝ่ายไหน หรือมีการพูดคุยกันเพื่อหาจุดตรงกลางมั้ย?
“เท่าที่ได้ให้สัมภาษณ์ไป ผมให้เกียรติตรงนั้นดีกว่า คือตามที่น้องให้สัมภาษณ์ไปครับ”
ก่อนหน้านี้มียื้ออะไรมั้ย?
“ใช้คำว่ายื้อมันคงดูไม่ดีเนอะ จริงๆ เรามีการคุยกันปรับกัน ทุกคนเกิดมาคนละครอบครัวกัน มีวิธีคิด ทัศนคติที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันต้องมีการปรับกันตลอดเวลาอยู่แล้ว ทุกคนโตขึ้นทุกวันครับ ผ่านประสบการณ์ ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ทุกๆ วันเราต้องปรับตัวเข้าหากันอยู่แล้ว”
มีทะเลาะกันบ้างมั้ย?
“ผมว่ามันก็เป็นเรื่องปกตินะครับ”
ก่อนหน้านี้คู่เราก็หวานกันมาก มีการทำเอ็มวีให้กัน ถ่ายรูปกัน ไปเที่ยวด้วยกัน คนก็ตกใจที่จู่ๆ ประกาศเลิกกัน?
“จริงๆ ผมไม่อยากจะบอกว่าเป็นจุดไหน มันคงพูดไม่ได้หรอกเพราะว่าอย่างที่บอกไปเลยมันเป็นรายละเอียดของคนสองคนจริงๆ เพราะว่ามันเซ้นซิทีฟมากๆ เลย ผมไม่อยากลงรายละเอียดอะไรเลย อยากให้ทุกคนมองว่าในสิ่งที่ทุกคนเห็น ทุกคนบอกว่าน่ารัก ผมอยากให้ทุกคนเก็บเอาไว้เหมือนที่ผมเก็บเอาไว้ครับ ผมอยากให้ทุกคนมองว่าที่ผ่านมามันน่ารัก ซึ่งมันยังคงเป็นอย่างนั้นตลอดไป”
เสียดายมั้ยเพราะเราดูทุ่มเทกับความรักครั้งนี้?
“มันไม่ได้เสียดายหรอกครับ แต่อย่างที่ผมบอกคือคนเราผ่านเข้ามาเพื่อให้อะไรบางอย่าง ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันอยู่ที่คุณมองว่ามันคืออะไร มันมีความสุขเสมอ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันคงไม่มีอะไรที่มันสุขและทุกข์ 100 เปอร์เซ็นต์หรอก มันเป็นธรรมชาติ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องยอมรับและต้องเข้าใจในความเป็นจริงที่เกิดขึ้น”
ได้คุยกันบ้างมั้ยหลังจากลดสถานะ?
“ไม่ได้คุยเลยครับ ถามว่าเราเลือกที่จะไม่คุยเลยมั้ย เปล่าครับ เพียงแต่ว่าเราอาจจะต้องให้เวลากันเนอะ เราต้องให้เกียรติกัน ให้เวลากันครับ”
สภาพจิตใจตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ก็เดี๋ยวมันก็ผ่านไปครับ (ยิ้ม)”
เห็นว่ามีไปปฏิบัติธรรมด้วย?
“จริงๆ แล้วผมเป็นคนชอบทำบุญและปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้อาจจะไม่ได้เห็นภาพมากนัก ครอบครัวผมเป็นครอบครัวที่ชอบทำบุญและปฏิบัติธรรมมาตลอดอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ที่เราได้ไปปฏิบัติธรรมก็รู้สึกว่าเราได้อะไรกลับมาจริงๆ ได้มองเห็นธรรมะบางอย่างที่มันเกิดขึ้น มองเห็นความจริงที่เกิดขึ้นกับใจเรา แล้วเราก็รู้สึกว่าโอเค เราเป็นนักแสดงที่มีคนติดตาม ถ้ามีอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่เราสามารถทำให้เขาอยากไปเข้าวัด นั่งกรรมฐาน ปฏิบัติธรรม ทำบุญได้เนี่ย เพียงแค่สักคนเดียวผมก็ดีใจแล้ว”
แต่ภาพออกมาช่วงที่มีข่าวเลิกกับใบเฟิร์นพอดี คนเลยมองว่าเฮิร์ตจนต้องไปปฏิบัติธรรม?
“ผมว่าแล้วแต่มุมมองคนเนอะ แต่ว่ามันก็เป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่เหรอครับ สมมติถ้าเรามีเรื่องไม่สบายใจ เราก็ไปที่วัด ไปฟังพระที่เรานับถือบอกกล่าวหรือเทศน์ ไปวิเคราะห์ใจเราดูว่าใจเรานั้นเป็นยังไง ผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมได้มาเลยมันคือการยอมรับโดยที่ไม่มีเงื่อนไข เราต้องฝึกใจตัวเองให้ยอมรับได้ทั้งสุขที่สุดและทุกข์ที่สุด ถ้าเรายอมรับโดยไม่มีเงื่อนไขและฝึกมันได้ สำคัญต้องซื่อสัตย์กับใจเราเองด้วย”
...
ต้องใช้ธรรมะเข้าข่มเลย?
“ไม่เกี่ยวหรอก มันสามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์ครับ”
ถ้ามีงานอีเวนต์ติดต่อให้ทำงานร่วมกัน สามารถทำงานร่วมกันได้มั้ย?
“ได้ครับ”
มีโอกาสรีเทิร์นมั้ยเพราะเหมือนจบกันด้วยดี?
“เรื่องนี้น้องเขาให้สัมภาษณ์ไปแล้วเนอะ ผมให้เกียรติเขา แต่ส่วนตัวผมเองรู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนครับ”
สถานะเรากับใบเฟิร์นถือเป็นพี่น้องกันได้มั้ย?
“เป็นพี่น้องกันครับ”
แปลว่าอนาคตก็มีโอกาสกลับมาใช่มั้ย?
“อันนี้ผมไม่ทราบเลยครับ ผมคอนเฟิร์มไม่ได้เลยครับ แต่เราให้เกียรติเขา ส่วนตัวผมเองผมเชื่อเสมอว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน”
คนรอบตัวว่าไงบ้าง?
“ทุกคนก็ให้กำลังใจแหละครับ เขาก็ตกใจเหมือนกันครับ ถามว่าเราได้ตอบอะไรมั้ยก็ไม่ได้ตอบอะไรมาก ส่วนใหญ่เขาให้กำลังใจมากกว่าครับ”
ตอนนี้ความรู้สึกดีขึ้นรึยัง?
“เดี๋ยวมันก็ผ่านไปครับ (แสดงว่ายังเสียใจอยู่?) คนเราความรู้สึกกับอารมณ์เปลี่ยนได้ทุกขณะ วันนี้คุณอาจจะรู้สึกโอเค แต่พรุ่งนี้คุณอาจจะเสียใจหรือแฮปปี้ก็ได้ มันตอบไม่ได้ว่าวันนี้เป็นยังไงครับ”
...
พักเรื่องหัวใจไปยาวๆ เลยมั้ย?
“ณ วันนี้เรามีเรื่องต้องทำต้องโฟกัสหลายๆ อย่าง ส่วนเรื่องใจก็ปล่อยให้เป็นตามใจครับ”.