พอบอกแบบนี้หลายคนคงจะกรี๊ดและร้องบอกว่า ไม่จริงๆ! เราติดตามผลงานมากกว่า เค้าจะรักใครชอบใครมันก็เรื่องของเค้า นั่นคงเป็นคำพูดของแฟนคลับขาประจำที่รักมั่น แบบประเภทที่ต่อให้ดาราที่เค้ารักทำผิดพลาดอะไรก็คอยให้กำลังใจอยู่เสมอ ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีของดาราคนนั้น แต่ถ้าเทียบจำนวนคนที่ติดตามข่าวดาราและคอยติดตามกันจริงจัง กับคนที่แค่ชอบรู้เรื่องดาราแล้วเอาไปเม้าท์ต่อ เจ๊ว่าประเภทหลังน่าจะเยอะกว่าร้อยเท่าพันเท่า พวกนี้ไม่เป็นแฟนคลับใครจริงจัง หรืออาจจะมีที่ชอบในใจบ้างสองสามคน เวลาที่มีข่าวดาราคนที่สนใจหรือรู้จักก็จะหยุดอ่าน แล้วก็จะมีอีกพวกที่ไม่ชอบใครจริงจังแต่เวลาแสดงความเห็นนี่คือจริงจังยิ่งกว่าไปเรียนหนังสือ

ดังนั้นจึงบอกได้เต็มปากว่า บ้านเราชอบติดตามดาราจากตัวตนเค้า ผลงานเป็นตัวหนุนให้เค้ารู้จักหรือประทับใจ แต่จะเป็นแฟนคลับขั้นไหน ก็คงต้องดูจากการได้ดูตัวตนของดาราคนนั้นอีกที และก็เพราะไอ้การได้รู้ตัวตนเนี่ยแหละ ทำให้เราสนใจว่าเค้าชอบอะไร ชอบกินอะไร กลัวอะไร เจอเหตุการณ์อะไรในชีวิต รวมไปถึงเรื่องของหัวใจ แล้วยิ่งเป็นเรื่องแฟน เรื่องความรักนะ คนยิ่งสนใจแบบไม่มีเหตุผล จริงไม่จริงลองถามตัวเองสิ ส่วนมากเราจดจำผลงานของดาราคนนั้นได้มากน้อยแค่ไหน เล่นละครหรือทำรายการอะไรบ้าง? แต่พอเป็นเรื่องแฟน เรื่องหัวใจ เรื่องเลิกกันนะ จำกันได้แม่นเชียว บางคนจำเรื่องแฟนของดาราว่าคนนี้เคยคบใครมาบ้างได้ดีกว่าผัวเก่าตัวเองอีก จำแม่นยิ่งกว่าเรื่องของตัวเอง เดี๋ยวนี้ลามไปถึงแฟนเก่าของดาราที่เราสามารถบอกได้ว่าเค้าเคยจีบหรือคบกับดาราคนไหน ถ้าเรานึกไม่ออกสักพักสื่อก็จะย้อนให้ บางสื่อบันเทิงทำถึงขนาดที่มีตารางแผนผังความสัมพันธ์ (คือเราต้องรู้ขนาดนั้นใช่มั้ย ฮ่าๆๆๆ) แต่ในฐานะที่ตัวเองก็เป็นดาราก็อยากจะบอกตามตรงว่าบางทีก็ไม่ชอบให้ไปย้อนเรื่องคนเก่าเพราะเรากำลังจะคบกับคนใหม่ อุตส่าห์พยายามลืมเรื่องเก่าได้แล้ว พยายามกลับมาเข้มแข็ง พยายามมีเรื่องราวที่ดีกับคนใหม่ แต่เค้าดันมีข่าวย้อนให้จำเรื่องราวเก่าๆ ที่ไม่อยากจำ เพราะรู้อย่างหนึ่งว่าคำพูดที่สวยหรูที่พูดกันว่าเลิกกันด้วยดีมันไม่มีจริงในโลก เพราะถ้ามันดีจริงมันไม่เลิกกันหรอกค่ะ เพียงแค่การเลิกกันของบางคู่อาจจะไม่มีการทะเลาะกันก็แค่นั้นเอง นี่ยังไม่พูดถึงวิกิพีเดียที่ลงรายละเอียดเรื่องคู่ครองบอกคบตั้งแต่ปีไหนจนถึงปีไหน ไล่เรียงให้เสร็จสรรพ ทั้งที่ตัวดาราเองยังจำไม่ได้เลยว่าปี พ.ศ. ไหน ต้องขอขอบคุณที่คนอื่นรู้เรื่องดีกว่าตัวเราเอง นี่ก็ยังคิดเลยว่าตอนงานศพคนกล่าวอะไรต้องพูดละเอียดขนาดเรื่องผัวเก่าด้วยไหม? พูดมาถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงกำลังนึกถึงตัวเองว่า … (เติมในช่องว่างกันเองนะคะ ฮ่าๆๆ)

...

เวลาที่นักข่าวไปทำข่าวดาราเวลาออกงานก็จะถามเรื่องงานที่ไปเป็นมารยาทแล้วหลังจากนั้นก็จะลุยเรื่องประเด็นร้อน เรื่องดราม่า เรื่องทะเลาะกับคนอื่น เรื่องหัวใจว่าตอนนี้คบกับใคร หรือเลิกกันหรือยัง หรือความสัมพันธ์เป็นยังไง ตกลงตอนนี้ให้เรียกว่าอะไร คือถามลึกกว่าเรื่องงานที่ใช้เวลาไม่เกินสองคำถาม แต่พอถามเรื่องความรักสามารถพูดได้กัน 10 กว่านาที หรืออย่างที่กรณีล่าสุดของนางเอกสาวที่ออกมาเปิดใจเรื่องของความรัก นักข่าวก็ถามกันได้มากกว่า 20 นาที แถมผลกระทบเรื่องราวมุมมองลามไปถึงชีวิตงานของเธอที่มีผลกับงานละครและพรีเซ็นเตอร์ คำพูดที่เข้าไปด่าทอมากมายจนไม่สามารถเปิดรับคอมเมนต์ได้ แม้กระทั่งทุกวันนี้คนก็ยังพูดถึงอยู่ หรือจะเป็นเรื่องของพระเอกชื่อดังที่แอบคบกับสาวนอกวงการ ก็ยังมีคนไปขุดว่าคบกับใครแล้วเอารูปมาลง บางคนก็อินมากเกินไป ถึงขนาดไปด่าแฟนเค้าว่าไม่สวยไม่เหมาะสม (บางทีก็อยากเห็นหน้าคนด่านะ) เค้าอุตส่าห์แอบคบก็ยังไปขุดเค้ามาด่า เลยทำให้นึกว่าการที่ใครสักคนที่ชื่นชมดาราตกลงเขาต้องรักประหนึ่งผัวของตัวเองด้วยไหม คือห้ามคบกับใครรับไม่ได้? เจ๊ว่ามันก็มากไป

ทำไมเราไม่ติดตามผลงานจากดาราที่เราชื่นชอบ ส่วนเรื่องส่วนตัวว่าเค้าไปคบกับใครก็อาจจะชอบหรือไม่ชอบแต่ก็เก็บไว้ในใจ เพราะมันเป็นเรื่องที่หัวใจของดาราคนนั้นต้องจัดการเอง เหมือนตอนที่เราคบใครสักคนแต่คนรอบข้างไม่เห็นด้วย เราก็อาจจะมีความรู้สึกขัดแย้งในใจ และบางครั้งคนที่คบกับคนในวงการเค้าอาจจะไม่ต้องการที่จะเป็นจุดสนใจ เพราะเมื่อเป็นก็โดนด่าอย่างที่เห็นเป็นข่าว ดังนั้นจะมาบอกว่าดาราเป็นบุคคลสาธารณะ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายถึงคุณสามารถไปด่า ไปวิพากษ์วิจารณ์คนข้างกายเขาได้ มันคนละเรื่องกัน ทางที่ดีใครเป็นแฟนคลับดาราคนนั้นก็หาทางปกป้องและจัดการกันในระดับแฟนคลับ แสดงความคิดเห็นกันไป และอย่าลืมว่าทุกความคิดเห็นที่ลงในโลกโซเชียลสามารถฟ้องร้องเป็นคดีความได้ต้องระวังนะคะ ดูข่าวบันเทิงก็เพื่อความบันเทิง แต่อินจนเกิดอาชญากรรมนะคะ เจ๊ขอร้องงงงงง