ลุ้นใจหายใจคว่ำกับชะตาหนังไทยจะเจ๊งหรือรอด แต่พอเห็นรายได้หนังทำเงินเกินร้อยล้าน ทำให้ เจนนิเฟอร์ คิ้ม นักร้อง-นักแสดงมากฝีมือ จากภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ฟีลกู้ด “ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก” โล่งอก ขอบคุณคนดูที่ยังรักหนังไทย โดยเจ้าตัวเผยว่า
“ตอนนี้เจอใคร เค้าจะเรียกพี่ว่าแม่ไอ้ศักดิ์ (หัวเราะ) ฟังแล้วรู้สึกน่ารักดี ก่อนหน้านี้พี่เป็นคนปฏิเสธหนังมาเยอะแยะจนกระทั่งเรื่องนี้ คือคิดเงินเท่านี้เดี๋ยวเราก็หาได้มั้ง เราจะต้องไปเจออะไรอีก คิดโน้นคิดนี้ตามประสานักร้องรักสบาย นักร้องที่แก่แล้ว ประสบความสำเร็จมาแล้วจะเป็นทรงนี้ ติดอะไรบางอย่าง”
เล่นหนังเรื่องแรก ทำรายได้พุ่ง 150 ล้าน รู้สึกยังไงบ้าง “รู้สึกว่าไม่น่าเอาค่าตัวเลย น่าจะเอา 5% (หัวเราะ) ตัวพี่เองรู้สึกยิ้มแทนทุกๆคนที่เป็นทีมงานของเรา ต้องขอบคุณคนไทยที่เชื่อว่าหนังไทยตลกแต่มีสาระมันยังมีอยู่จริง หนังไทยไม่ตาย ขอบคุณคนดูที่ยังเปิดใจ หลายๆคนเทกับหนังไทยไปเรียบร้อยแล้ว หนังเรื่องนี้ดีมากมายมั้ย ก็ไม่ได้ดีไปกว่าที่เราคาดหวัง แต่ที่มันอยู่ได้เพราะคนดูรักมัน”
พอหนังเรื่องแรกปังขนาดนี้เรื่องต่อๆไปต้องคิดหนักขนาดไหน “ไม่เล่นแล้ว ไม่อยากเล่นแล้ว จริงๆทุกวันนี้ละครก็ติดต่อเข้ามาเยอะแต่เราไม่อยากเล่น พี่ชอบเป็นนักร้อง พี่ชอบเป็นคอมเมนต์ พี่ชอบอยู่ในรายการ พี่ว่าอาชีพการเป็นนักแสดงเป็นอาชีพที่น่าสงสารที่สุด ต่อให้เป็นพระเอกนางเอกก็เหอะ น่าสงสาร เป็นนักร้องสบายกว่าเยอะอยู่แต่ในห้องแอร์ ไม่ได้ลำบากอะไร นานๆทีจะมีอีเวนต์ตากแดดหรือตื่นเช้า แต่นักแสดงเป็นอาชีพที่อดทนสูงมาก กินข้าวกล่องเหมือนทุกคน จบเสร็จต้องลุ้นอีกจะโดนเค้าด่าอีก พี่ไม่มีความอดทนขนาดนั้น”
...
ตอนนี้มีติดต่อให้พี่คิ้มเล่นหนังเล่นละครเยอะมั้ย “ละครมีติดต่อเข้ามาแต่หนังยัง แต่พี่ไม่อยากเล่น เล่นเสร็จต้องลุ้นอีกเหรอ? เราเล่นคอนเสิร์ต ขายตั๋วเสร็จก็จบ เราไม่ต้องลุ้นอะไร แต่นี่มันนั่งลุ้นจะถึงร้อยล้านมั้ย ไม่ใช่ลุ้นความอยู่รอดของกอง แต่ลุ้นความอยู่รอดของหนังไทยในยุคปัจจุบัน เป็นอาชีพที่น่าสงสารที่สุด”.