ชำแหละหัวใจแหลกสลาย สุดทรมานแสนสาหัส ยากที่จะพูดออกมาได้หมด ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งสุดท้าย แล้ววันถัดมาก็กระโดดตึกฆ่าตัวตายสะท้านวงการบันเทิง เก๋ กรรณิการ์ ขันแก้ว หรือ กันยกร ศุภการค้าเจริญ นางแบบเซ็กซี่จากนิตยสารเพลย์บอย playboy นางงามสวยวิ้งได้รองอันดับ 2 มิสเวิลด์เน็กซ์ท็อปโมเดล Miss World Next Top Model 2012 และได้ตำแหน่งนางงามผิวสวย มิสไทยแลนด์เวิลด์ Miss Thailand World 2012
อย่างที่รู้ๆ กันแล้ว เก๋ กันยกร ไปเปิดใจลึกสุดใจในรายการฮอต ปากปลาร้าหน้าเป๊ะ บาย โก้ ธีรศักดิ์ โดยพิธีกรเก๋าจริง โก้ ธีรศักดิ์ พันธุจริยา นอกจากงานพิธีกรที่รัก ทำมานานมากกว่า 20 ปีแล้ว ตอนนี้โก้ก็หันมาตั้งใจจริงทำธุรกิจใหม่สบู่ โอวเนะอโซป OWNE soap ขึ้นแท่นเป็นบิ๊กบอส โดยลุยทำร่วมกับเพื่อนสนิทสุดแสนรู้ใจ เบนซ์ วณัฐ ชนะณรงค์ และพระเอกออร่าแรง อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์
อยากรู้ต้องได้รู้ เก๋ กันยกร ได้พูดทิ้งท้ายอะไรไว้ ฝากไปถึงผู้ชายคนนั้น และน่าจะมีผู้ชายอีกคนนั้นซ่อนอยู่ด้วย ก่อนที่จะกระโดดตึกฆ่าตัวตายสยองขวัญ จะมีอะไรที่น่าสนใจต้องรู้บ้าง จะมัวรีรออะไร รีบๆ ไปอ่านกันเลย โดยมี โก้ ธีรศักดิ์ จะพาเราไปล้วงลึกก่อนตายกับ เก๋ กันยกร
ตอนนี้เราอยู่กับน้องเก๋แล้วครับ เคยมาออกรายการเรานะ เมื่อเกือบ 4 ปีที่แล้ว เมื่อก่อนตอบคำถามแรงมาก? "แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วนะคะ (ยิ้ม) ตอนนี้คือตัวตนที่แท้จริง (ยิ้ม)" อย่ามาๆ เมื่อก่อนทำเอ็มวีออกมาแรงมาก ปัจจุบันเป็นกุลสตรีไทยมาก? "(ยิ้ม) ไม่ๆ ไม่หรอก กุลสตรีไทยไม่แต่งตัวแบบนี้นะคะ (หัวเราะสดใสมาก)"
เข้าประเด็นกันดีกว่า อุ๊ย รู้ยังว่า เมื่อก่อนเก๋เลเดอเรอร์มีการสักที่ตัวด้วย และทำธุรกิจความงามกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง? "บอกก่อนว่าที่ต้องสัก ก็เซ็กซี่เนอะต้องนุ่งน้อยห่มน้อย เวลาเราถ่ายรูปไป แบรนด์มันจะได้ติดไปด้วยอะไรอย่างงี้" เต็มที่กับการทำธุรกิจ ตอนนั้นประสบความสำเร็จนะ? "ใช่ค่ะๆ" ร่วมทำธุรกิจกับน้องชายน้องเลิฟน้องรัก? "ไม่ๆ ไม่ค่ะ ไม่ได้เป็นน้องชาย แต่ว่าเราทำธุรกิจด้วยกัน เลยมีความสนิทสนม แล้วเราอยู่ด้วยกัน ก็กินนอนในบ้านหลังเดียวกัน มันเลยทำให้สนิทสนมกัน"
...
แต่ก่อนมีข่าวว่า อุ๊ย วันเกิดคนหนึ่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้กัน อีกวันซื้อรถซุปเปอร์คาร์ให้กัน มองดูอู้ฟู่ๆ แต่วันหนึ่งมองไป เอ๊ะ มีการสักทับรอยเดิมคำว่าเลเดอเรอร์ แล้วเก๋ก็เปลี่ยนเรียกชื่อตัวเองใหม่ในไอจีว่าเป็นเก๋ลาพรีม คนก็มองว่าวงแตกหรือเปล่า? "เลเดอเรอร์มันไม่ใช่วง มันคือผลิตภัณฑ์เนอะ ตอนนี้เก๋แยกตัวแล้ว ออกมาอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ตัวเก๋เองก็ออกมาทำลาพรีมคลินิก เป็นคลินิกศัลยกรรมความงามแบบครบวงจร อยู่ตรงเลียบทางด่วนรามอินทรา ตอนแรกที่คนติดตามจะทำเป็นเลเดอเรอร์คลินิก แต่ตอนนี้คือ ไหนๆ เราไม่ได้ข้องเกี่ยวกันแล้ว ก็เลยตั้งชื่อใหม่ค่ะ"
ถ้าเป็นแฟนกันมันก็ต้องเลิกกัน มันต้องมีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า คนเลยอยากรู้กันไง เรื่องชาวบ้านคนอยากรู้กันอยู่แล้ว เมื่อก่อนทำด้วยกันมาโด่งดังเลยนะ? "อะไรโด่งดังค่ะ (ยิ้ม) ต้องช่วยวิเคราะห์หน่อย ตัวเก๋โด่งดังใช่มั้ยค่ะ" ตัวเก๋เองและแบรนด์ด้วย? "อ๊ะ ตัวเก๋โด่งดัง ตามมาด้วยแบรนด์ใช่มั้ยค่ะ นั่นก็เท่ากับว่าเก๋ทำงานหนักมาก มันเลยทำให้แบรนด์ออกมาโด่งดัง แล้ววันหนึ่งเราเริ่มเหนื่อยและเริ่มรู้สึกว่า มันถึงจุดอิ่มตัวเราก็เลย...
"จะมานั่งพูดว่าตัวตนของฉันไม่ใช่คนเซ็กซี่ มันก็ไม่ใช่ (ยิ้มอ่อน) คือผู้หญิงทุกคนมีความเซ็กซี่ในตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ขนาดนั้น ตอนนั้นเราขายเกี่ยวกับผิวเนอะ ก็เลยต้องมากขนาดนั้น ถามว่าตอนนี้มากมั้ย ก็มากในระดับหนึ่ง ถ้าเกิดเป็นผู้หญิงปกติจะใส่มิดชิดมากกว่านี้ แต่พอมาทำลาพรีมคลินิกก็เป็นคลินิกความงามเหมือนกัน ทำเสริมหน้าอก มีอะไรต่างๆ ก็เลยต้องนิดหนึ่งค่ะ (ยิ้ม)"
ทุกอย่างที่เห็นเป็นงาน? "ทุกอย่างเป็นงานค่ะ แต่ถ้าชีวิตส่วนตัวเก๋ จริงๆ แล้วถ้าใครติดตามและรู้จักจะรู้ว่าเก๋เป็นยังไง บางทีเนี่ยคนจะดูที่สื่อ มากกว่ารู้จักตัวตนที่แท้จริง นึกออกมั้ยคะ บางคนอยู่หน้ากล้องตลกมาก แต่ชีวิตจริงไม่ตลกก็มี"
ขอย้อนตัวตนจริงๆ ของเก๋ ว่าเก๋เป็นใครมาจากไหน อยู่ในวงการมานานแค่ไหน? "ตัวตนจริงๆ ของเก๋แล้ว จริงๆ คือลูกทหารคนหนึ่ง กับแม่บ้านทหารคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้มีความร่ำรวยอะไรต่างๆ นานา เป็นคนพะเยาค่ะมาเรียนที่กรุงเทพฯ ต้องการเข้าวงการบันเทิง ต้องการมีงานมีเงินเพราะบ้านเก๋ไม่ได้รวย"
...
เก๋เป็นคนที่สูงยาวเข่าดี? "ได้เปรียบเรื่องสรีระสูง 176 ค่ะ ด้วยส่วนสูงตรงนี้ เมื่อก่อนอยู่ต่างจังหวัดก็ประกวดนางงามเดินสายมาตลอด มันเลยทำให้เก๋มีโอกาสได้เข้ามาเวทีใหญ่ระดับประเทศ เช่นเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ Miss Universe Thailand ได้แค่เข้ารอบ 40 คนสุดท้าย ได้ไปเก็บตัวด้วย แต่ไม่ได้เข้ารอบลึก ประกวดในปีของ ฟ้า ชัญสร สาครจันทร์
"พอพลาดตรงนี้ ก็เลยเก็บตัวเองใหม่ ฝึกตัวเองใหม่ แล้วไปประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ Miss Thailand World 2012 เราได้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย แต่ตอนนั้นดันไปพูดว่า เราเป็นนางงามเดินสาย ตอนตอบคำถามก็เลยแป้กไป"
ตุ๊บๆ เลยเนอะ? "ตุ๊บไป (ยิ้ม) แต่เราได้รางวัลพิเศษบิวตี้วิชอะเพอร์โพส beauty with a purpose คือนางงามที่มีการช่วยเหลือสังคม เป็นสามคนได้รับการเลือก ว่าเป็นคนช่วยเหลือสังคมได้ดีที่สุดในบรรดาผู้เข้าประกวดค่ะ แล้วก็ได้ตำแหน่งนางงามผิวสวย บายสก็อตคอลลาเจน จากเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 ด้วยค่ะ (ยิ้ม)"
หลักๆ ที่เก๋เข้ามาอยู่ในวงการบันเทิงได้ เพราะมาจากการเป็นนางงามเนอะ? "ใช่ค่ะ พอได้นางงามผิวสวย คำว่าผิวสวยก็มาบวกกับการขายครีม แล้วเก๋ไปประกวดมิสเวิลด์เน็กซ์ท็อปโมเดล Miss World Next Top Model ที่ประเทศเลบานอน เก๋ได้ตำแหน่งกลับมา (รองอันดับ 2 ) ดังนั้นเก๋เลยเอาตำแหน่งตรงนั้นเข้ามาต่อยอดกับการทำธุรกิจ โดยการชักชวนกับคนนั้นแหละค่ะ ที่บอกว่าเป็นน้องชาย"
จริงๆ แล้วไม่พูดถึงเขาเลยเหรอ? "อย่าไปพูดถึงเขาเลยค่ะ เดี๋ยวโดนฟ้อง (ยิ้ม) ถ้าใครรู้ก็รู้อยู่แล้ว" พูดง่ายๆ เป็นพี่น้องสมมติ เป็นพาร์ตเนอร์กัน? "ขอบคุณค่ะกับคำว่าสมมติ (ยิ้ม) คำว่าสมมติเก๋ชอบมาก เพราะว่ามองย้อนกลับไป ที่ผ่านมามันก็เป็นชีวิตสมมติเหมือนกัน มันไม่ใช่เรียล (real) จริงๆ เนอะ ใช่ค่ะ"
...
แรกๆ ออกมาดูเหมือนจะดี ทุกคนก็แฮปปี้กิจการดูดี แล้วมันไปคอนเวิร์สแยกทางกันตรงไหน? "เพราะคำว่าสมมติค่ะ" มันสมมติมาตั้งแต่ต้น? "เก๋ก็ไม่รู้ว่าเก๋ถูกสมมติอะไรบ้าง และเก๋ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว คนที่เก๋อยู่ด้วยคือใครกันแน่" แล้วของที่ให้ๆ กันมันคือการสมมติด้วยหรือเปล่าคะ (พิธีกร โก้ ธีรศักดิ์ แอ๊บทำตาโตตาเหลือกใส่เบาๆ)? "ก็เพราะคำว่าสมมติค่ะ (ยิ้มเบาๆ)"
ที่มีข่าวว่ามอบเพชร มอบกระเป๋ามอบรถให้กัน? "เพราะคำว่าสมมติดีกว่าค่ะ เพราะมันไม่ใช่! วันนี้เก๋แยกออกมาแล้ว เก๋จะมาพูดว่า รายการนี้จะเป็นรายการแรก รายการเดียว และจะเป็นรายการสุดท้าย (เสียงสั่นๆ น้ำตาคลอ) ที่เก๋จะออกมาพูด หลายคนอาจจะได้มาเห็นเก๋เป็นที่สุดท้าย ก็คือ...วันนี้รู้สึกแฮปปี้กับการได้แยกออกมา เอาเป็นว่าพูดแค่นี้ แต่ว่าดีเทล (Detail) หลายๆ อย่าง ถ้าเรามานั่งพูดคนเดียว เกิดไปกระทบกับเขา เกิดฟ้องร้องขึ้นมาอีกก็ไม่ดี"
แค่อยากจะบอกกับสังคมว่า? "อย่าสมมติกับชีวิต (หัวเราะ)" ไม่ได้ทำธุรกรรมอะไรด้วยกันแล้ว? "ค่ะ ไม่ได้ทำแล้วค่ะ แยกขาดกันโดยถาวร" จบศพสวยหรือไม่สวยคะ? "มันยังนับศพไม่ได้ค่ะ ตอนนี้ยังมีบางคนบางท่าน ก็ยังไม่รู้ว่าเราได้แยกกันแล้ว เพราะว่าเก๋ไม่เคยได้ออกมาพูดตรงไหน แต่ว่าถ้าคนสังเกตดีๆ ก็จะจับจุดรู้เอาเอง"
เก๋อยู่ในสื่อมานาน อีกฝ่ายหนึ่งไม่ค่อยออกสื่อ แต่ช่วงหลังๆ เขาก็ออกสื่อไม่แพ้กันสุดฤทธิ์เลยนะ? "เก๋เบาลงๆ เพราะเก๋จะไปเน้นธุรกิจของเก๋เป็นส่วนใหญ่ แต่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็เป็นเรื่องปกติ ดันตัวเก๋ออกมาใช่มั้ยค่ะ เขาก็ไม่ได้ทำอะไร แต่สุดท้ายไม่มีตัวเก๋แล้ว ตัวเขาต้องออกมาทำเอง" ทุกวันนี้ยังคุยกันอยู่? "ไม่ค่อยค่ะ" ไม่คุยกันเลย? "ไม่คุย! นอกจากจะมีเหตุจำเป็นจริงๆ อย่างเช่น ตามเอาค่าทนาย (หัวเราะ)"
...
คนที่เคยทำธุรกิจด้วยกัน มันถึงขั้นผีไม่เผา เงาไม่เหยียบกันเลยเหรอ? "อืม...ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบมั้ย เงาไม่เหยียบค่ะ แต่ผีไม่เผาเป็นเรื่องของอนาคต ไม่รู้ใครตายก่อนใครตายหลัง (ยิ้มๆ)" มีคนเม้าท์ว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นร้อยล้านพันล้าน จึงทำให้ต้องแยกทางกัน? "(รีบพูด) ไม่ๆ ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทางธุรกิจเลย ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์แต่อย่างใด เพราะตัวเก๋ขายครีม ส่วนกำไรเก๋ก็ได้ของเก๋"
โกงเงินกัน? "ไม่ได้โกงกันหรอกค่ะ แต่แค่รู้สึก...(นิ่งคิดแล้วน้ำตาคลอๆ) ยังไงดีล่ะ...มันเป็นการทำธุรกิจที่เอาแต่เรารับหน้าค่ะ พอมันเกิดข้อผิดพลาด อะเวลาได้ดีมันดี ดีทั้งสองฝ่ายสองฝ่ายแฮปปี้ แต่เวลามันผิดพลาด ตัวเก๋เต็มๆ ครอบครัวเก๋เต็มๆ หลายๆ อย่างจนถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ครอบครัวเก๋ก็แทบจะไม่เชื่อในตัวเก๋เลย เหมือนว่าเก๋เทไปทางโน้น แล้วก็ทำทุกอย่างที่มันไม่ค่อยโอเคแล้ว เขาก็เตือนต่างๆ นานา อะไรอย่างงี้"
สมัยก่อนเก๋จะไม่ฟังครอบครัวตัวเองเลย? "ไม่ฟัง! เพราะว่าเชื่อมั่นยึดมั่น เชื่อในสิ่งสมมติทั้งหลาย ว่ามันเป็นสิ่งที่จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ถามว่าเราเป็นคนโง่อินโนเซนต์เหรอ แต่มันไม่ใช่โง่อินโนเซนต์ วันหนึ่งที่เขาบอกว่า รักจนตาบอดเชื่อใจจนหลงทาง มันมีจริงๆ ค่ะ ใครไม่เจอกับตัวก็คงไม่รู้ แต่ว่าพอเก๋ได้เดินถอยออกมาปุ๊บ กลับกลายเป็นว่าเก๋ได้มองเห็นภาพที่กว้างมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเก๋ที่โดน แต่ว่าก่อนหน้านี้มีคนที่โดนแล้ว แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดกับเรา เพราะคิดว่าเพื่อนอย่างเขา คงไม่มีน้ำหนักอะไรที่จะพูดไป แล้วให้เราฟังและเชื่อได้ เพราะเราเลือกที่จะปิดหูปิดตา ฟังแต่สิ่งสมมติที่มันเกิดขึ้น"
อดีตที่ผ่านมาหลายปี มันให้บทเรียนอะไรกับเราบ้าง ในการทำงานทำธุรกิจ หรือว่าการมอบใจให้กับคนอื่น? "บทเรียนครั้งนี้มันเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตเก๋ก็ว่าได้ค่ะ เพราะว่ามันทำให้เก๋สูญเสียทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่าง (น้ำตาคลอๆ) รวมไปถึง...ถามว่าตอนนี้เก๋ได้ความเป็นตัวเก๋กลับมา ใช่! แต่ว่านอกจากสิ่งที่ได้กลับมาในเรื่องความเป็นตัวเก๋ เก๋ก็ไม่ได้อะไรเลย และเก๋สูญเสียทุกอย่าง แม้กระทั่งคำว่าบ้านกับครอบครัวค่ะ ตอนนี้จะออนแอร์เมื่อไหร่คะ"
ก็เร็วๆ นี้แหละค่ะ จากนี้จะยังไง เพราะเห็นตัวเก๋ค่อนข้างจะเก็บกด? "เก๋กดดัน เก๋บอกเลยว่าเก๋กดดัน คือ ณ วันนี้ เก๋พูดกับคนที่เข้าใจได้เพียงไม่กี่คนที่เขาเข้าใจ เพราะว่าเขาถูกกระทำกับเก๋ ดังนั้นเขาเลยเข้าใจ แต่กับคนที่เขาไม่ได้ถูกกระทำแบบเก๋ เขาไม่ได้มาคลุกคลีกับเก๋ เขาก็จะมองเป็นอย่างอื่น
"อย่างตอนนี้ผู้ชมนั่งดูแล้วไปรื้อฟื้น เขาก็จะคิดว่ามันเป็นการทำทุกอย่างร่วมด้วยช่วยกันอะไรอย่างนี้ เก๋ไม่ปฏิเสธค่ะว่าร่วมด้วยช่วยกัน แต่เราพลาดไปเชื่อในสิ่งสมมติ โดยที่เราไม่ได้สนใจว่า มันจะจริงหรือแท้หรือปลอม อะไรต่างๆ นานา เราไม่ได้สนใจเรามองข้ามทุกอย่างไป ก็เราให้แต่ความเชื่อมั่นความทุ่มเท ทุกสิ่งทุกอย่าง"
ปัจจุบันมีกระแสข่าวเลยว่า เก๋ออกมาเปิดคลินิกทุ่มไปกว่า 50 ล้าน? "ความจริงมันไม่ถึงหรอก" มีเสี่ยเลี้ยงก็เลยทิ้งพาร์ตเนอร์เก่า จะตอบยังไง? "เก๋ไม่ได้ทิ้งพาร์ตเนอร์เก่า แต่ว่าเก๋เลือกที่จะเดินกลับมาหาจุดที่เก๋เรียกว่าครอบครัวมากกว่าค่ะ อีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากครอบครัวแล้ว ตรงนั้นเป็นที่ดินของที่บ้าน ของผู้มีพระคุณที่เก๋เรียกว่าครอบครัว และก็เป็นตัวตึกของที่บ้าน"
ของเราเอง? "ไม่ใช่ของเก๋ค่ะ ของบ้านของผู้มีพระคุณ ที่บ้านครอบครัวเก๋ แล้วยังมีพาร์ตเนอร์ที่ร่วมลงทุนกันมาด้วยความเชื่อใจ และก็ตอนที่เราประกาศหาหุ้นส่วนค่ะ มันยังอยู่ในช่วงสิ่งสมมติอยู่ (ยิ้ม) บางท่านอาจจะมองเห็นสิ่งสมมตินั้น แล้วคิดอยากจะ...เขาเรียกว่าอะไรอะ คือบางท่านเห็นสิ่งสมมติเป็นสิ่งล่อค่ะ แต่ตอนนี้ทุกคนก็อยู่ในความจริงแล้ว เพราะเก๋บอกว่าเราเริ่มนับศูนย์ไปด้วยกัน"
ที่บอกว่าเป็นของครอบครัว เป็นของคนที่เรารักอะไรอย่างนี้ จนมีข่าวว่าเสี่ยเลี้ยง เอ๊ะ ตกลงเสี่ยออกให้เหรอ? "(รีบพูด) ไม่เลย ไม่ใช่ค่ะๆ ไม่มีใครออกให้ทิ้งสิ้น อย่างบ้านทางเราก็มีการเสียค่าเช่าให้ แต่ตอนนี้ทางบ้านมีเมตตา เพราะว่าคลินิกมันเพิ่งเปิด ก็ยังไม่ได้เกิดผลกำไรอะไรมากนัก เพราะว่าต้องมีการหมุนเวียนเงินค่อนข้างมาก ที่บ้านก็ให้พักเรื่องค่าเช่าไว้ก่อน แต่เดี๋ยวจะมาดีแคลร์กันทีหลัง หลังจากเกิดรายได้แล้ว รวมไปถึงพาร์ตเนอร์ที่มาร่วมลงทุนกันค่ะ คือต่างคนต่างเอาเงินเอาแรงมาช่วยกัน ที่จะทำคลินิกให้เกิดขึ้น ดังนั้นมันไม่ใช่ว่าคลินิกลาพรีมเป็นของเก๋คนเดียว ไม่ มันใช่ มันรวมหลายชีวิตอยู่ที่นั่น"
ถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเก๋ในครั้งนี้? "เป็นการเริ่มต้นค่ะ และเก๋จะจบกับมันที่นี่ด้วย" ตั้งใจมากกับธุรกิจนี้ ไปเรียนศาสตร์และศิลป์ด้านนี้? "ไปเรียนค่ะ บางเคสก็เข้าไปช่วยแพทย์ หน้าร้านก็ดูแลทั้งหมดทุกอย่างทุกขั้นตอน รวมถึงการโปรโมตต่างๆ เป็นทางถนัดของเก๋อยู่แล้ว คือเก๋ก็ทำเต็มที่ค่ะ"
เราจะเปิดคลินิกทั้งทีก็ต้องไปศึกษา อย่างเก๋ไปศึกษาทางด้านไหนนะ? "ผู้ช่วยพยาบาลค่ะ ก็ไปเรียนค่ะ" ไปช่วยในห้องผ่าตัดได้เลย? "ใช่ค่ะๆ คือเรานอกจากไปเรียนแล้ว ต้องมาฝึกภาคปฏิบัติต่ออีก แล้วเราก็ไปช่วยแพทย์ได้ แต่ส่วนใหญ่เก๋มีลูกน้องอยู่แล้ว คอยวิ่งช่วยอะไรที่มันขาดเหลือเท่านั้น ไม่ใช่ว่าช่วยทุกอย่างไปหมด"
หลังจากเทปนี้ได้ออนแอร์ไป มันคงไม่จบแค่นี้เนอะ มันจะมีเรื่องโน้น นี่ นั่น เข้ามาอีก จะรับมือกับมันยังไง? "ถ้าใครไม่จบก็แล้วแต่ แต่ว่าเก๋จะพูดที่นี้เป็นที่สุดท้ายและจบที่นี้ ใครจะขุดคุ้ยอะไรก็แล้วแต่ค่ะ ตามสบายค่ะ หรือว่าอีกฝ่ายฟังแล้วรู้สึกไม่โอเค แล้วขุดต่อหรืออะไรต่อ แต่เก๋คิดว่าเขาคงไม่ขุดอะไรต่อแล้ว เพราะในใจลึกๆ เขาก็รู้อยู่แล้วว่า ถ้าเมื่อไหร่เขาขุด หลายชีวิตพร้อมที่จะขุดเขาเช่นกัน"
ถ้าวันนี้เขาฟังอยู่ เก๋มีอะไรจะฝากบอกเขาไปมั้ย? "เก๋อยากจะขอบคุณที่เคยร่วมด้วยช่วยกันมา แล้วเก๋ไม่อยากให้ทำแบบเก๋ กับใครอีก หรือว่ากับเพื่อนๆ ที่เขารักคุณหมดหัวใจ คุณพูดแต่เรื่องสมมติ ที่คุณคิดเอาเองฟุ้งเอาเอง ไม่มีอยู่จริงให้กับทุกคน เพื่อจะสร้างภาพลักษณ์ของคุณให้มันดูดี เก๋ก็เป็นคนหนึ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ตัวเองดูดีมากมาย แต่ ณ วันนี้เก๋ถอยออกมา แล้วเก๋ยอมรับความจริง และอยู่กับความจริง เพราะความจริงเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุดค่ะ (ยิ้มอ่อน)"
รอดูกันเต็มๆ ได้เลย กับการเปิดใจครั้งสุดท้ายในชีวิตของ เก๋ กันยกร ศุภการค้าเจริญ ในรายการปากปลาร้าหน้าเป๊ะ บาย โก้ ธีรศักดิ์ ที่สัมภาษณ์ได้ดุเดือดเผ็ดร้อนจากพิธีกรดัง โก้ ธีรศักดิ์ พันธุจริยา ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์ ไม่ชอบไม่แคร์ไม่ต้องมาดู โดยเทปนี้ของ เก๋ กันยกร จะออกอากาศเสาร์ที่ 15 กันยายนนี้ 09:30 & 22:50 ฉายซ้ำอีกครั้งวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 09:30 & 22:50 ทางช่องพีเอสไอ PSI 44 หรือช่องมายาแชนแนล MAYA Channel.