หากพูดถึงนักร้องยุค 90 แฟนๆ คงจะคิดถึง วงบอยสเก๊าท์ อย่างแน่นอน เพราะในตอนนั้นวงนี้ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะต๊ะ บอยสเก๊าท์ ที่ทั้งหน้าตาและเสียงร้องทำเอาสาวๆ หลงกันทั่วบ้านทั่วเมือง ล่าสุด ต๊ะได้ควงหวานใจ บุ๋ม มินตยา มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one 31
กระแสดราม่าเป็นนักร้องขายหน้าตาดี แต่ร้องเพลงไม่เพราะเลย คิดยังไงกับประเด็นนี้?
ต๊ะ "ไม่แปลกครับเพราะว่า สมัยก่อนก่อนที่จะออกเทป ก็จะถูกวิจารณ์เยอะครับว่า เสียงอย่างนี้จะร้องเพลงได้เหรอ เพราะว่าจริงๆ ก่อนจะเป็นนักร้อง ก็เป็นดารา ถ่ายโฆษณา มีภาพพอที่จะเป็นที่รู้จักแล้ว
ก็ถูกสบประมาทว่าเป็นนักร้องที่ขายหน้าตาครับ แต่ในฐานะของคนเป็นนักร้อง เราก็อยากให้คนศรัทธาเราที่เรามีฝีมือในการร้องเพลงมากกว่า อันนั้นก็ถือว่าเป็นปมครับ แรกๆ ก็รู้สึกครับ แต่พออัลบั้มแรกออกมาแล้วมันดังมากๆ เลย หลังๆ ก็เลยทำให้ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไรครับ"
ที่บอกว่าดังมาก ดังขนาดไหน?
ต๊ะ "ผมก็ไม่ค่อยกล้าพูดสักเท่าไร เพราะเหมือนเป็นการยกหางตัวเอง แต่มันก็น่าจะที่สุดแหละครับ เดินห้างนี่ลำบากครับ ต้องปลอมตัวไปกินข้าวอะไรประมาณนี้"
...
แล้วมาเจอกับ บุ๋ม มินตยา ได้ยังไง?
ต๊ะ "ตอนนั้นผมอายุประมาณ 30 กว่าครับ ที่เจอกันเพราะว่าน้องบุ๋มถ่ายมิวสิกคู่กับติว ศิวัส ดารารุ่นน้อง วง BKK แล้วผมไปหาติวพอดี เขาก็แนะนำให้รู้จักกันครับ ก็ชอบประมาณนึงครับ
แต่มาชอบมากๆ ตอนวันรุ่งขึ้นนัดทานข้าวแล้วก็ไปดูหนังกัน ผมไปรับเขาที่บ้าน มันเหมือนในหนังเลย ภาพแรกที่เขาเดินสโลว์มาแล้วลมพัดผมปลิวสลวย"
บุ๋ม "ตอนนั้นมันมีลมมาพอดีเลยค่ะ ตอนแรกที่เจอกันตอนกลางคืนจะมัดผม แล้วเป็นจังหวะตอนจะขึ้นรถเขาพอดี ลมก็มา"
แล้วทำไมวันนั้นถึงตัดสินใจไปกินข้าวกับผู้ชายคนนี้?
บุ๋ม "ก็ตอนนั้นพอดีประกวดสาว hack แล้วหนูมองว่า รู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะพี่เขาอยู่ในวงการจะได้เป็นที่ปรึกษาอะไรแบบนี้ค่ะ ซึ่งตอนนั้นหนูก็เพิ่งอกหักมาด้วย
แต่ก็จะมีเพื่อนคนข้างๆ บอกว่า พี่เค้าเป็นแบดบอยนะ แล้วก็มีข่าวค่อนข้างเยอะ ถามว่ากลัวไหม เราก็ไม่กลัวนะ ก็ไม่รู้จะกลัวอะไรเพราะว่าเราคุยกัน คบกัน 2 คน คนอื่นพูดมันแค่เป็นส่วนภายนอก พอคบกันจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย พี่ต๊ะเป็นสุภาพบุรุษมาก"
นี่คบกันมากี่ปีแล้ว?
ต๊ะ "เกือบ 14 ปีแล้วครับ"
เห็นว่าปีแรกที่คบ มีเหตุการณ์วัดใจกันเกิดขึ้นเลย เล่าให้ฟังหน่อย?
ต๊ะ "พอดีผมประสบปัญหาเป็นเส้นเลือดในสมองโป่งพอง มันปริแล้วก็มีเลือดซึม ตอนนั้น 30 ต้นๆ เอง ก็วัดใจมาก เพราะว่าตอนนั้นต้องเปิดกะโหลกเพื่อผ่าตัดเส้นเลือดในสมอง ซึ่งก่อนวันผ่าตัดคุณหมอก็เข้ามาคุย เขาก็พูดตรงๆ ครับ ว่ามันมีโอกาสที่จะกลับมา แล้วก็มีโอกาสที่จะไป
หรืออาจจะกลับมาแล้วไม่เหมือนเดิม ผมก็กลัว คุณหมอคุยกับเราเสร็จแล้วก็คุยกับญาติ แล้วก็เป็นจุดวัดใจของเขามาก เพราะว่าตอนนั้นเพิ่งคบกันใหม่ๆ เอง"
ถ้าเกิดเขากลับมาแล้วไม่เหมือนเดิม บุ๋มจะทำยังไง?
บุ๋ม "หลังจากคุยกับญาติเสร็จ ก็เหลือเราสองคน พี่ต๊ะเขาก็นอนอยู่บนเตียง มีสายตามตัว เตรียมพร้อมเข้าห้องผ่าตัด เขาก็บอกว่า ถ้าเกิดเขากลับมาแล้วไม่ปกติเหมือนเดิมอะไรแบบนี้
ให้เราไปมีอนาคตใหม่ได้เลยนะ หนูก็จับมือเขา แล้วก็บอกเขาว่า ไม่เป็นไรนะถ้าไม่เหมือนเดิม แล้วต้องนั่งรถเข็นหรืออะไรแบบนี้ บุ๋มจะเข็นพาไปเที่ยวเองค่ะ"
...
อะไรที่ทำให้สามารถรักกันได้ยาวนานขนาดนี้ แนะนำหน่อย?
ต๊ะ "มันอาจจะเป็นบุพเพสันนิวาสก็ได้ครับ เวลาที่อยู่กับเขาเราเหมือนอยู่ในบ้านที่อบอุ่นของเรา เวลาที่ไม่มีเขา มันทำอะไรไม่ได้เลยครับ เคยทะเลาะ เคยจะเลิกกัน จะแยกบ้าน ผมขนของไป แต่ผมไปได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมง ไปเสร็จแล้วแบบว่าอยู่ไม่ได้ เหมือนชีวิตอยู่ไม่ได้ ก็ขนของกลับมาอีก แล้วก็ร้องไห้เป็นเด็กเลยครับ"
บุ๋ม "จะมีทะเลาะกันบ้างก็ช่วงแรกๆ ค่ะ เหมือนเป็นช่วงเรียนรู้กันอะไรแบบนี้ แต่บุ๋มจะเป็นผู้หญิงที่แบบไม่ค่อยคิดเล็กคิดน้อย ถ้าเกิดทะเลาะหรือเถียงกันปุ๊บ 5 นาที หนูก็จะหายในทุกๆ ครั้ง
ขอแค่ว่ามีปฏิกิริยาที่เหมือนจะง้อก็พอแล้ว หรือคำขอโทษก็ไม่ได้อะไร แล้วก็บุ๋มจะให้เกียรติกันและกัน ในเรื่องของมือถือบุ๋มจะไม่ยุ่ง จะไม่เอามาดูสบายใจกว่า อะไรแบบนี้"
มีเหตุการณ์โดนสังคมตราหน้า ว่าวันนั้นทำไม ไม่ช่วย โจ บอยสเก๊าท์ เกิดอะไรขึ้น?
บุ๋ม "ปกติเวลาไปเล่นคอนเสิร์ตกัน 3 คน บุ๋มก็ไม่เคยที่จะไลฟ์สด แต่คืนนั้นกลับไลฟ์ แต่ว่าวันนั้นแปลกมาก บุ๋มก็เดินไปจับมือพี่โจแล้วก็บอกว่า หนูรักพี่โจเหมือนพี่นะ เวลาจะทำอะไรขอให้นึกว่ามีน้องคนนึงอยู่กับพี่เสมอนะ อยู่ดีๆ ก็พูด
...
แล้วเราก็ไปกินข้าวกันมื้อสุดท้าย แล้วหนูก็บอกว่า พี่โจเดี๋ยวคืนนี้หนูจะแต่งหน้า ทำผมให้พี่หล่อที่สุดเลย แล้วทีนี้พอเกิดเหตุการณ์ขึ้น บุ๋มก็ถือมือถือติดมือไปด้วย
บุ๋มไม่คิดว่าเหตุการณ์นั้นจะทำให้สูญเสียพี่โจ แค่ลึกๆ ว่าบุ๋มช่วยอะไรเขาไม่ได้ แต่อย่างน้อยบุ๋มมีคลิป บุ๋มจะให้คุณหมอดู ว่าอาการเป็นอย่างนี้นะ แต่มันกลับไม่ใช่อย่างนั้น ก็โดนสังคมต่อว่าหนักมาก"
ต๊ะ "ซึ่งปกติจะไม่แต่ง ขึ้นเวทีเขาจะไม่แต่งหน้า แล้วการที่จะแต่งหน้าให้เนี่ยยากมาก เคยมีก่อนหน้านั้นครั้งหนึ่งแล้วก็ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นไวมาก ตอนแรกยังคิดว่าแกล้งด้วยซ้ำ"
แล้วผ่านมาได้ยังไง?
บุ๋ม "ตอนนั้นเราสองคนก็แย่มากเหมือนกัน บุ๋มเองก็รู้สึกแย่ แต่หลังจากนั้นไม่นานทุกองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวกับการแพทย์หรืออะไรก็มารณรงค์ในเรื่องของการทำ CPR ก็เป็นเพราะคลิปนั้น รวมถึงตัวบุ๋มเองก็ศึกษาแล้วก็เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือคนที่เป็นแบบพี่โจด้วยเหมือนกันค่ะ"
ต๊ะ "สำหรับตัวผมเอง ผมอาจจะผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาค่อนข้างเยอะ ผมก็เลยเฉยๆ ผมเอาสมาธิไปทุ่มกับงานศพโจตอนนั้นซะมากกว่า ผมคิดว่าวันหนึ่งเขาคงจะเข้าใจเราเองแหละ"
...
ช่วงแรกๆ ยังเห็นคุณโจวนเวียนอยู่ หรือยังสัมผัสได้ว่ายังวนเวียนอยู่ จริงหรือเปล่า?
บุ๋ม "บุ๋มเห็นค่ะ จริงๆ บุ๋มก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เหมือนกัน คือคืนที่เกิดเหตุพี่โจเขาจะขับรถมาไว้ที่หน้าบ้านบุ๋ม แล้วก็ไปรถพี่ต๊ะ แล้วช่วงที่เขาเสีย เหมือนพี่ต๊ะก็ต้องขับรถของเขาไปคืนไว้ที่คอนโด
บุ๋มก็จะขับอีกคันตามหลัง แล้วก็มองผ่านทะลุกระจกไป หนูเห็นหัวพี่โจ เหมือนเขาคุยกันอยู่กับพี่ต๊ะ ก็โทรหาพี่ต๊ะเลยค่ะ แต่จะเห็นแค่ช่วงแวบเดียวเท่านั้น"
ต๊ะ "คือตลอดระยะเวลาที่เขาเสีย ผมใช้วิธีปลอบใจตัวเองด้วยการคุยกับเขาตลอดเวลา ตอนที่เอารถไปส่งผมก็คุยเหมือนเขานั่งอยู่ ผมก็บอกเขาว่า เดี๋ยวจะเอารถไปส่งที่คอนโดนะอะไรแบบนี้
ใครเห็น เขาอาจจะเห็นว่าผมพูดคนเดียว แต่ผมทำแบบนี้มาตลอด พอบุ๋มโทรมาผมก็ดีใจด้วยซ้ำ ผมอยากให้เขามา หรือทำอะไรก็ได้ให้ผมรู้สึกว่าเขายังอยู่ใกล้ๆ ผมนะ
เพราะว่าผมเป็นห่วงเขาไม่รู้ว่าเขาจะไปอยู่ตรงไหน คือจะจุดธูปบอกตลอดว่า ถ้าไม่รู้จะไปไหน ให้มาอยู่ข้างๆ ผมนะ สิ่งที่ผมทำแบบนี้มันเหมือนกับว่าเขายังอยู่กับเรา"
ผ่านอะไรมาด้วยกันก็เยอะ พร้อมจะแต่งงานกันหรือยัง?
ต๊ะ "เรื่องงานแต่งเราคุยกันว่า อยากจะรอให้ถึงเวลาที่มันสุกงอมที่สุดหรือพร้อมที่สุดก่อนครับ เพราะว่าตอนนี้ก็กำลังทำธุรกิจกันอยู่ แล้วก็มันค่อนข้างที่จะดึงเวลาหรือสมาธิของเราไปมากพอสมควร
จนเราไม่ค่อยได้คิดเรื่องนี้เท่าไร เพราะว่า ตัวต๊ะเองก็เข้าหาบ้านน้องบุ๋มตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่คบกันเลย คุณพ่อคุณแม่เขาก็รับรู้เอ็นดูเราเหมือนลูก แค่รอว่าเมื่อไหร่เท่านั้นเองครับ".