ถึงกับยิ้มไม่ออกกันเลยทีเดียว สำหรับ เอกชัย ศรีวิชัย ที่ตอนนี้คุณแม่สุดที่รักนอนป่วยอยู่ห้อง ICU ทำเอาเจ้าตัวเดินสายทำบุญตลอดเพื่อหวังให้คุณแม่กลับมาหายดีในเร็ววัน ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 

พักหลังๆ ไม่ค่อยเห็นพี่เอกจัดโชว์แล้ว?

"ก็หยุดวงไปประมาณ 3 ปีกว่าๆ คือปิดตายตัวปิดตำนานไปเลย เพราะมีความรู้สึกว่ามันถึงเวลาต้องหยุดแล้ว เดินทางมา 20 ปีพี่ว่ามันเป็นระยะเวลาที่นานมาก

แล้วเรารู้สึกว่าวันข้างหน้ากับเศรษฐกิจที่มันเป็นแบบนี้กับสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นแบบนี้มันจะรอดต่อไปได้ไหม ก็เลยคิดว่าหยุดวันนี้เราจะเป็นอมตะ แต่ถ้าเราหยุดตอนไม่มีคนดูเราจะเจ๊ง"

น้อยใจแฟนๆ ด้วยไหม ที่เสียงตอบรับไม่เหมือนสมัยก่อน?

"ไม่ๆ เพราะว่าแฟนคลับศรีวิชัยโชว์ แฟนคลับลูกทุ่งมันจะต่างจากสตริง ต่างกับวัยรุ่น ต่างกับทาร์เก็ตอื่นๆ มาก เราไม่ได้รักกันเพราะเราเป็นแฟนคลับไปคลั่งศิลปิน แต่เรารักกันเพราะว่ามันเป็นความสุขที่เราได้ดู เป็นความสุขของคนในครอบครัว เหมือนเราครอบครัวเดียวกัน"

...

จริงๆ แฟนคลับของพี่สัมผัสได้ว่าอยู่ในวงการมานานจะมีการพัฒนาเรื่องรูปร่างหน้าตาอยู่เรื่อยๆ เวอร์ชั่นนี้ดีที่สุด เป๊ะที่สุดแล้วหรือยัง?

"หลายคนถามตลอดในเรื่องของศัลยกรรม คือจริงๆ พี่เอกบอกได้เลยว่า ทำศัลยกรรมครั้งเดียวที่เปลี่ยนตั้งแต่ยุคเพลงหมากัดดัง เคยทำครั้งนั้นครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยทำศัลยกรรมอะไรเลย

แต่มีโบท็อกซ์อะไรแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าถามว่าทำไมปัจจุบันถึงเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน เมื่อก่อนอายุเท่าไหร่ แล้วตอนนี้อายุเท่าไหร่ คนเราถ้ามันอ้วนขึ้น หน้ามันก็เปลี่ยนมันก็เปลี่ยนไปทุกอย่าง โดยวัยของเรามันก็จะเปลี่ยนไปทุกอย่าง

เอาจริงๆ พี่บอกตรงๆ พี่ทำศัลยกรรมมาครั้งเดียว ครั้งนั้นฉีดหน้า ฉีดในยุคแรกๆ ที่ไม่มีอะไรรับรอง ตอนนั้นฉีดทุกอย่าง แต่ตอนที่เราทำมาใหม่ๆ มันยังกระชับ พี่ว่ามันด้วยวัยด้วยแหละ แต่ถามว่าพอหรือยัง คือไม่ได้ไปทำอะไรเพิ่ม"

ในเรื่องของความรัก พี่มีหัวใจไหม?

"พี่ว่าเรื่องความรักเราข้ามไปเถอะ คนอายุ 56 แล้วเนี่ยมันควรจะถามทำอะไรให้ประเทศชาติบ้าง ทำอะไรให้เด็กรุ่นหลังได้ซึมซับบ้าง เรื่องแบบนี้ไม่ต้องถามหรอก สนใจแค่วันนี้ เอกชัย ศรีวิชัย ทำอะไรให้ประเทศ ทำงานอะไรให้กับวงการ แล้วเราทำงานไรให้กับสังคม นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด"

แต่มันมีข่าวลือว่าพี่เปิดฮาเร็ม เลี้ยงเด็กจริงหรือเปล่า?
"ก็ไปดูได้ที่บ้าน ถ้าอยากรู้ขนาดนั้นก็ไปดู เพราะถ้าสมมติพี่เลี้ยง แล้วพี่ไม่ได้เลี้ยง คือพี่จะพูดยังไงออกสื่อก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเสือกขนาดนั้นก็ไปดูที่บ้าน"

แต่เด็กในที่นี่หมายความว่าพี่ส่งเด็กเรียน รับลูกบุญธรรมมากี่คน?

"70 กว่าทุนในภาคใต้ที่พี่ส่งเรียนหนังสือ แต่พี่ไม่ได้ทำมา 2 ปีแล้ว ซึ่งเด็กที่เรียนทุนของพี่ต้องเป็นนายหนังตะลุง ต้องเป็นโนราห์ ต้องเล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้านได้

แม้กระทั่งว่าคุณจะเรียนต่อในระดับปริญญาตรี คุณก็มาเบิกทุนที่พี่ได้แต่อย่าทิ้งการรำมโนราห์ อย่าทิ้งการเล่นหนังตะลุง อย่าทิ้งการเล่นดนตรีพื้นบ้าน อันนี้เป็นสิ่งที่พี่ทำมาตลอดเกือบ 20 ปี"

ปีนึงเท่าไหร่?

"หลายบาทอยู่ ทุนนึงก็หมื่นกว่าบาท"

ว่าด้วยเรื่องโซเชียล มีอีกคนที่พี่รับอุปการะคือ โค้ชเอก?

"คือตอนนั้นเด็กคนนี้ตอนที่มีข่าวเยอะๆ เราเห็นเค้า แล้วเราสงสาร แล้วตอนนี้บวชอยู่ ท่านเป็นคนรับผิดชอบมาก มีความเป็นผู้นำสูง พี่ก็เลยบอกว่าถ้าเค้าออกมาแล้วไม่มีคนดูแลเดี๋ยวผมอาสาเป็นพ่อบุญธรรม พ่อทูนหัวให้

...

แต่ไม่ได้หมายความว่าเอาเค้ามาอยู่บ้าน หรือมาดูแล มันไม่ใช่ คือเวลาขาดอะไร บางครั้งไม่ใช่เรื่องเงิน เพราะเงินมันแก้ปัญาทุกอย่างไม่ได้ แต่เรื่องของโค้ชเอกพี่ไม่ได้ตามเรื่องต่อ

เพราะมันบังเอิญกับเหตุการณ์ของคุณแม่ผม ก่อนหน้าที่เค้าออกจากถ้ำ พอบอกผมจะรับเด็กคนนี้เป็นลูกบุญธรรม ประมาณวันสองวัน คุณแม่ผมป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล"

คุณแม่อาการเป็นยังไงบ้าง?

"ตอนนี้คุณแม่ฟื้นแล้ว แล้วก็กำลังเตรียมตัวกลับบ้านเพื่อมาทำกายภาพ ซึ่งคุณแม่เป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบ ซึ่งโรงนี้อันตรายมากแล้วก็คนไทยเป็นโรคนี้ หนึ่งนาที 4 คน"

เกิดจากอะไร?

"เกิดจากหลายปัจจัย ไขมันหลอดเลือด แล้วก็ความดัน แล้วก็เบาหวาน การเต้นของหัวใจ มันเป็นผลพวงกันหมดเลย ซึ่งพี่ไปตระเวนทำบุญทุกที่ เพราะอยู่ตรงนั้นไม่มีประโยชน์อะไร เพราะมีหมอดูแลอยู่แล้ว

พี่ทำทุกอย่าง จนกระทั่งเอาหลานชายมาบวชก่อนเข้าพรรษา แล้วแม่ก็ฟื้นลืมตาได้หลังจากพระเดินลงจากอุโบสถ เพราะฉะนั้นขอให้เชื่อเถอะครับ บาป บุญ คุณ โทษมีอยู่จริง แล้วผมไปบนทุกที่ สุดท้ายแม่ก็ฟื้น".

...