ชีวิตจริงยิ่งเรียบง่าย อยู่ได้โดยไม่มีโทรศัพท์มือถือ!
เริ่มต้นจากการประกวดเวทีร้องเพลงระดับประเทศอย่าง “The Voice Thailand Season 3” โชว์พลังเสียง และความสามารถทางดนตรีมีคาแรกเตอร์โดดเด่นเป็นหนุ่มมาดเซอร์นิ่งสุขุมจับกีตาร์พาให้อินกับบทเพลง แล้วยังเดินตามความฝัน บนเส้นทางดนตรีมากว่า4 ปี “ชาติ สุชาติ” หรือ “สุชาติ แซ่แห้ง” จากค่าย “วอท เดอะ ดัก” จนมีซิงเกิลแรก ยอดวิวถล่มทลายกว่า 150 ล้านวิว อย่างเพลง “การเดินทาง” และทยอยปล่อยเพลงทั้ง “แหงน”, “วันหนึ่ง”, “หนังสือเล่มเก่า”, “เพียง” และ “บันไดเลื่อน” จนล่าสุดได้ฤกษ์คลอดอัลบั้มเดี่ยว อัลบั้มแรกในชีวิต “สามัญ” หลายคนอยากรู้จักผู้ชายขี้อายคนนี้ ที่มีมุมส่วนตัวมากกว่าที่คิด เริ่มจากผลงานเพลง...
“สำหรับผมอัลบั้ม “สามัญ” เป็นชื่อที่โปรดิวเซอร์ตั้งให้ เพราะเค้ามองว่าผมเป็นคนแบบนี้ให้คนอื่นนิยามเรา เปรียบอัลบั้มเหมือนสมุดบันทึกที่เขียน เรื่องราวต่างๆไว้หลากหลายแง่มุม ถ่ายทอดผ่าน แนวดนตรี Acoustic-Rock แต่เพิ่มเติมสีสันทางดนตรีที่หลากหลายมากขึ้น อย่างซิงเกิลแรกเพลง “บันไดเลื่อน” เพลงนี้ฉีกหลายอย่าง เพลงเร็วขึ้น มีความเป็นร็อกอิเล็กทรอนิกส์ เพลงนี้ผมแต่งไว้นานแล้วแต่ใส่ดนตรีใหม่โดยพี่ฟั่น-โกมล ผมชอบนะ มันเปลี่ยนโทนเราดี ก่อนหน้านี้เราอาจจะนิ่งกว่านี้ มันต้องฉีกออกไป”
...
เพลงการเดินทางดังมาก ตอนนั้นรู้สึกยังไง กดดันกับเพลงใหม่ๆที่จะทำต่อมั้ย?
“ดีแต่น่ากลัวนะ ผมรู้สึกว่ามันดีมากจนต้องยั้งใจตัวเองไว้ว่าอย่าไปรู้สึกดีขนาดนั้น ผมเลยพยายามไม่ค่อยคิด เดี๋ยวจะมีผลกับงานต่อไป”
ลุ้นกับลุคของอัลบั้มนี้มั้ยเพราะคนยังชินกับเราที่เป็นหนุ่มเซอร์แบบนี้ไปแล้ว?
“ผมแฮปปี้นะ ผมทำความสุขกับการทำผมว่ามันจบแล้วส่วนนึง อีกส่วนนึงก็ให้คนฟังตัดสินดีกว่า มันก็คือตัวผมแต่เป็นอีกมุม ส่วนใหญ่ผมเขียนเพลงเพื่อชีวิต เพลงเศร้า จริงๆผมเป็นคนชอบเพลงมีความสุขมากกว่า เพราะช่วงชีวิตเราไม่ได้เศร้าขนาดนั้น แต่ชอบเล่าเรื่องสังคมทั่วไป เพื่อชีวิต เพลงในอัลบั้มเป็นเพลงที่เขียนเองทั้งหมด ผมอยากเป็นทั้งนักดนตรีและนักแต่งเพลง”
แฟนเพลงเห็นเราลุคใหม่ที่สดใสขึ้นแล้วว่าไง?
“เค้าก็คงยิ้มๆ รู้สึกแปลกไปแต่คงไม่ใช่แง่ลบ ก็บอกว่าชอบกัน มันเหมือนเป็นตัวเปิดว่าเราทำแบบนี้ได้นะ”
คนจำตัวตนเรานักร้องเซอร์ อะคูสติก?
“ผมดีใจนะที่คนนึกถึงเรา”
อีกด้านก็เป็นความยากว่าคนจำไปแล้วจะเปลี่ยนยาก?
“ก็ลองดูครับ ตอนนี้ปล่อยอัลบั้มแล้ว โทนของอัลบั้มจริงๆยังมีกลิ่นของกีตาร์โปร่งอยู่ทุกเพลง แต่อาจจะโดนปรุงแต่งด้วยสิ่งที่คนฟังอาจจะไม่เคยได้ยินในเพลงอื่นๆ ก็มีให้ได้เซอร์ไพรส์กันบ้าง อยากให้คนฟังตัดสินกัน”
จากเดอะวอยซ์ถึงวันนี้เป็นไงบ้าง?
“4 ปีแล้วครับ ก่อนหน้านั้นก็เล่นดนตรีร้านอาหาร เปิดร้านอาหารเล่นที่ร้านตัวเอง”
หลายคนอยากรู้ว่าชีวิตประจำวันของ ชาติเซอร์มากมั้ย ได้ยินว่าไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ?
“ผมไม่ได้ใช้มือถือ มันหายไปนานมากแล้วครับ แล้วตอนที่มีผมก็ไม่ได้ใช้มันเท่าไหร่ ไม่ได้ใช้มา 4-5 ปี ผมใช้ไอแพด ผมเล่นเฟซบุ๊กและแชตผ่านทางเฟซบุ๊กอย่างเดียว ไลน์ก็ไม่ได้เล่นครับ”
ไม่รู้สึกว่าขาดอะไร?
“ไม่นะ ผมสบายดี ไม่ต้องพกอะไรผมคงชินแล้ว”
ติดต่อกับคนอื่น?
“ทางข้อความครับ มีคนดูแลติดต่องานให้”
เพื่อนๆครอบครัวถามมั้ย?
“ไม่นะ ผมก็อ่านแชตบ่อย ดูว่าวันนี้มีใครบอกอะไรเราบ้าง”
ไม่ได้คิดเปลี่ยนใจ?
“ยังครับ เคยคิดว่าถ้าจำเป็นก็คงใช้แต่ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้”
คงมองว่ามันคือความอาร์ติสต์?
“ผมเข้าใจนะว่าทุกคนมีมือถือมันจำเป็น แต่แค่ผมมีคนรับให้และรู้สึกว่ามันไม่ได้จำเป็น อ่านข่าวเติมความรู้ก็ในไอแพด ที่บ้านมีไวไฟ”
เวลาว่างเยอะกว่าคนอื่นทำอะไร?
“ส่วนใหญ่ อยู่กับดนตรี ฟังเพลง อยู่กับหนัง อ่านหนังสือ”
...
กับคนยุคนี้ที่โลกไป ไว เราคิดว่าการที่เรา เลือกไม่ใช้มือถือมีข้อดียังไง?
“ผมว่ามันแล้วแต่คนนะ สำหรับผมชอบแบบนี้ ผมไม่ชอบคุยโทรศัพท์ด้วย”
สาวของเราเค้าตามเรายังไง?
“ทางข้อความครับ”
สาวรู้ใจคอยดูแลรับโทรศัพท์ เค้าต้องเข้าใจเรามาก?
“เข้าใจมากครับ (ยิ้ม) ก็คบกันนานแล้ว”
มองตัวเองอยากอยู่ตรงไหน?
“ตอนนี้คงเป็นเรื่องการเขียนเพลงที่ตัวเองอยากเล่า ผมคิดว่าชีวิตนึงก็คือได้เขียนเพลงให้คนฟัง ถามว่าคาดหวังกับผลงานเพลงมั้ยก็แอบคิดบ้างแต่พอผมคิดมันก็เป็นทุกข์นะ เลยคิดว่าเราจะรู้ได้ไง อย่าไปคิดเลย ทำให้มีความสุขดีกว่า หน้าที่ผมทำได้แค่ผลิตเพลงออกมาแล้วปล่อยออกไป ที่เหลือเราทำมากกว่านั้นไม่ได้ เป็นเรื่องของคนฟัง”
เรียกว่าตัวตนจริงๆของเราง่ายๆ?
“ง่ายมากครับ”
เวลาคนยกให้เราติสต์?
“ผมก็ไม่รู้ เป็นเรื่องที่คนอื่นบอก คนอื่นเห็นผมอย่างไรก็ให้เค้านิยามเราดีกว่าครับ”.