ข่าว
100 year

[test] Developer function() v3.4 2019-07-06 Thairath Examples of Special layout

ไทยรัฐออนไลน์6 ม.ค. 2558 21:00 น.
SHARE

ว่ากันว่าการ "ออกกำลังกาย" จะทำให้เราดูเด็กอยู่เสมอ ลองสังเกตดูสิ คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หน้าตาจะสดใส ผิวพรรณจะดูเปล่งปลั่ง ดู "หน้าเด็ก" และอ่อนกว่าวัย ดูได้ง่ายๆ จากสาวสวยมากความสามารถ "แอน ทองประสม" ก็เป็นอีกคนที่อินกับการออกกำลังกายมากๆ ในหลากหลายวิธี Work Out เป็นประจำสม่ำเสมอ ทำให้ล็อกหน้าเด็กไว้ได้แบบนี้ไงล่ะ

Thairath Women จะพาไปดูกันซิว่าสาวสวยหน้าเด็ก แอน ทองประสม เธอมีการเลือกวิธีการ "ออกกำลังกาย" แบบไหนบ้าง? แล้วแต่ละอย่างมันมีข้อดียังไง? ตามมาค่ะซิส...

1. Yoga

การออกกำลังกายด้วยการเล่น "โยคะ" จะช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้ เพราะโยคะจะไปกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือด ระบบทางเดินหายใจ และระบบย่อยอาหารจะทำงานได้ดีขึ้น ซึ่ง 3 อย่างนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สุขภาพดี

เมื่อเลือดเราไหลเวียนได้ดีขึ้น ก็จะทำให้ผิวเราได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ที่ขนมาตามเลือดได้ดีขึ้น แถมยังช่วยลดสิว ลดรอยคล้ำใต้ตา ช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง มากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ก็มีประโยชน์อื่นๆ อีก เช่น ทำให้จิตใจสงบ เสริมสร้างสมาธิ ลดความเครียด ช่วยทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อในร่างกายแข็งแรง ช่วยสร้างสมดุล และเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี เป็นต้น

2. Fitness BootCamp

เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้เยอะ เบิร์นไขมันได้เร็ว ในช่วงเวลาอันสั้น แต่ก็จะค่อนข้างโหดอยู่เหมือนกัน คล้ายๆ กับหน่วยฝึกของทหาร แต่จะไม่หนักขนาดนั้น เน้นให้มีกล้ามเพื่อบุคลิกดี มีคลาสที่แบ่งเป็นระดับความยาก-ง่าย หนัก-เบา ให้เลือก เพราะร่างกายของแต่ละคนมีระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไม่เท่ากัน ส่วนท่าที่ใช้ออกกำลังกาย เช่น โหนบาร์ ไต่เชือก การก้มยกของ นอนราบไต่ไปตามพื้น การแบกสัมภาระ การขึ้นบันได เป็นต้น

3. Free Weight

การออกกำลังกายแบบฟรีเวท จะคล้ายๆ กับบอดี้เวท แตกต่างกันตรงที่ ฟรีเวทจะเพิ่มอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ เข้ามาช่วย เช่น เชือกดึง, ดัมเบล, บาร์เบล, เคตเทิ้ลเบล, ลูกบอล ฯลฯ

ข้อดีของฟรีเวท คือ เราจะสามารถออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อได้หลายมัด ทั้งมัดกล้ามเนื้อหลัก มัดกล้ามเนื้อรอง และข้อต่อต่างๆ ส่งผลให้กล้ามเนื้อและข้อต่อหลายส่วนที่ร่วมออกแรง ประคองทิศทางในการเล่น เกิดการพัฒนา ความแข็งแรงไปด้วยพร้อมกัน แถมเบิร์นไขมันได้เยอะซะด้วย

4. Treadmill

ถัดมาเป็นการ "ออกกำลังกาย" แบบ Treadmill หรือวิ่งบนลู่วิ่ง ซึ่งถือเป็นคาร์ดิโออย่างหนึ่ง เผาผลาญไขมันได้อย่างดี และยังช่วยให้หัวใจแข็งแรง อีกทั้งใช้พื้นที่น้อย วิ่งอยู่ในร่มได้ไม่ต้องกังวลเรื่องฟ้าฝน เป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานมาก ซึ่งช่วย "ลดน้ำหนัก" ได้ดี

มีข้อมูลวิจัยพบว่า การออกกำลังการโดยการวิ่งบนสายพานจะใช้พลังงาน 700 กิโลแคลอรีต่อชั่วโมง ซึ่งเผาผลาญได้มากกว่าการปั่นจักรยาน ซึ่งใน 1 ชั่วโมง เผาผลาญได้แค่ 200 กิโลแคลอรี

5. Rope workout

ปิดท้ายกันที่การ "ออกกำลังกาย" แบบ Rope workout หรือ กระโดดเชือก วิธีนี้มันดีมาก เพราะช่วยเผาผลาญแคลอรีและ "ลดน้ำหนัก" ได้มากกว่าการจ๊อกกิ้ง การวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายรูปแบบอื่นเสียอีก มีการศึกษาพบว่าการกระโดดเชือก 1 ชั่วโมง จะช่วยเผาผลาญแคลอรีได้มากถึง 1,300 แคลอรี และการกระโดดเชือก 10 นาทีจะเทียบเท่ากับการวิ่งระยะทาง 8 ไมล์ หรือราว 12 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ติดตามอ่านเรื่องราวที่น่าสนใจและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ "ผู้หญิง" ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ :

5 ท่า "โยคะ" เบิร์นไขมัน "ลดน้ำหนัก" ได้เดือนละ 2 กก.

"เครื่องประดับหัว" โดดเด่น แฟชั่นพรมแดง "Cannes 2019"

วิธี "ลดน้ำหนัก" แบบใหม่ "OMAD" โหดและลดได้เยอะ

"ทรงผม" เสริมลุค ทรงผมระดับโลก "คานส์ 2019"

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ละครไทยละครดราม่าซีรี่ย์ละครทีวีละคร

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้