ตั้งแต่สื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเฟซบุ๊ก ยูทูบ ได้มีโปรแกรมถ่ายทอดสด ก็มีคนบางพวกตั้งตนเป็นสื่อมวลชนอิสระไร้สังกัด ออกตระเวนถ่ายทอดสดกิจกรรมต่างๆ และนำมาเผยแพร่ทางแอปพลิเคชันนั้นๆอย่างแพร่หลาย...
ข้อมูลจะถูก-ผิด เกะกะ ก้าวก่าย ละเมิดสิทธิของบุคคลหรือหน่วยงานหรือไม่ ไม่ค่อยคำนึงถึง?
เรียกว่าบางรายมีแค่สมาร์ทโฟนสักเครื่อง ก็สถาปนาตนเป็นฐานันดรที่ 5 เข้าตรวจสอบ รายงานสดแบบไร้ทักษะ และขาดการบ่มเพาะทางวิชาชีพด้านนี้
จะเรื่องจริงเรื่องเท็จ ขอเอามันไว้ก่อน ประโคมข่าว โพสต์ แชร์ ไลค์ แบบสะเปะสะปะไร้ทิศทาง มีให้เห็นกันทั่วไปครับ!!
บางราย...ก็ตระเวนไปทั่วประเทศ เที่ยวจับผิดหยุมหยิมในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ตามด่านตรวจต่างๆของเจ้าหน้าที่
โดยไม่มองไปที่สาระสำคัญว่าด่านเหล่านั้นเขามีไว้เพื่อป้องปรามอะไร
เมื่อบวกลบคูณหารแล้ว การตั้งด่านตรวจหรือจุดสกัดได้ประโยชน์หรือมีโทษต่อประชาชนส่วนใหญ่!!
แน่นอน...ผู้ที่อ้างตนว่าเป็นสื่อออนไลน์ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำแล้วละเมิดสิทธิของผู้อื่น หรือตนเองมีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่
เป็นสิ่งที่ต้องพึงสังวร!!
ประชาชนย่อมมีสิทธิร้องทุกข์กล่าวโทษต่อหน่วยงาน เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่กระทำผิด
แต่การเข้าไปจุ้นจ้าน ขอตรวจสอบเสียเอง เช่น ตรวจเอกสาร ตรวจอาวุธ ตรวจวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่นั้น ตนมีอำนาจหรือไม่
ควรที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือสำนักงานจเรตำรวจ กรมการขนส่งทางบก ให้คำตอบที่แน่ชัดออกมาว่า สื่อออนไลน์พวกนั้นทำได้หรือเปล่า
ถ้าทำได้เราก็จะปรบมือรัวๆให้!!
แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ควรแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษ เป็นคดีตัวอย่างได้เลย
ก่อนที่ทุกอย่างจะเละเทะไปทั้งระบบ มากกว่านี้!!
“สันติพงษ์ นาคประดา”
...
"แจ๋วริมจอ"