เคยเป็นแค่นักร้องกลางคืนคนธรรมดาทั่วไป สำหรับ ท๊อฟฟี่ ศิวดล จันทนเสวี หรือ ท๊อฟฟี่ 3.50 ที่วันหนึ่งชีวิตพลิกผันได้ไปก๊อบปี้ศิลปินตลกอย่าง อ่าง เถิดเทิง จนกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
แต่งานนี้ก็ไม่วายโดนเปรียบเทียบกับตลกรุ่นพี่ ล่าสุดในรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ที่มีหนิง ปณิตา และนีโน่ เมทะนี เป็นพิธีกร หนุ่มท๊อฟฟี่ก็ได้มานั่งพูดคุยแบบเปิดใจ พร้อมกับภรรยาสาว จูล ชนัฏดา ถึงเรื่องราวชีวิตของตัวเอง อีกทั้งยังบอกว่า เคยเจ้าชู้หนักคบผู้หญิงทีเดียว 10 คนรวด
เป็นมายังไงทำไมไปก๊อบปี้อ่าง เถิดเทิง?
ท๊อฟฟี่ “จริงๆ แล้วผมก๊อบปี้ศิลปินเป็นนักร้องในผับตอนกลางคืนมาแบบตั้งแต่อายุ 18 แล้วก็ก๊อบปี้ศิลปินแกรมมี่ ศิลปินโน่นนี่นั้นมาเยอะมาก จนเราได้เข้าไปประกวดรายการ ตีสิบ ดันดารา พี่ปุ๊ยเค้าไปเจอเราที่พิษณุโลก ตอนนั้นร้องเพลงอยู่ในผับ เค้าก็เลยชวนเราไป แล้วทีนี้ก็ไปประกวด
พอประกวดปุ๊บ ตอนนั้นใช้ศิลปิน 3 คน ผมก็เลียนแบบ คุณปุ๊กกี้ ชาลาล่า ไปเลียนแบบ พี่เหน่ง วายน็อต ไปเรียนศิลปินอีกท่านนึงโดยที่เราไปแข่งอีกสองแอ็ก ซึ่งแต่ละคนก็เก่งคนละด้านกัน แล้วเราก็ไม่ได้รางวัลที่ 1 เมื่อ 10 กว่าปีแล้วก็กลับไปทำงานอยู่ตอนกลางคืนเหมือนเดิม”
...
ยังไงเรื่องก๊อบปี้พี่อ่าง?
ท๊อฟฟี่ “จริงๆ แล้ว ก๊อบปี้พี่อ่างผมย้อนกลับไปเมื่อประกวดตีสิบครับ แล้วเราไปประกวดตอนพักหลังเนี่ย พี่ปุ๊ยบอกว่ามีตัวใหม่ลองก๊อปศิลปินคนที่ก๊อปศิลปินเนี่ยเยอะมากเลย อยากให้มีก๊อปอะไรแปลกๆ เราเลยเฮ้ย ลองก๊อปตลกดูมั่ง ผมเป็นคนที่ก๊อปพี่อ่างคนแรกดีกว่า คนแรกก็เลยแบบฮือฮาหน่อย แล้วก็ได้ที่ 1 มา
พอได้ที่ 1 ก็เข้าวงการจริงๆ แล้วเนี่ย ผมกับพี่อ่างไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยนะ คือรักกัน เค้าขอบคุณเราด้วยนะที่ช่วงนั้นก๊อปเค้าแล้วทำให้มันเป็นกระแส แล้วตอนนี้ปัจจุบันเนี่ยมีคนก๊อปพี่อ่างที่แบบก๊อปตลอดเลย แล้วได้เล่นงานคู่กับเค้าก็มีอยู่ เวลาเล่นละครก็เป็นพี่อึ่งกับพี่อ่าง ก็รักกัน จริงๆ แล้วไม่ได้ทำให้เค้า มันเป็นการแซวมากกว่า”
รู้มั้ยเค้าหายไปจากวงการเพราะอะไร?
ท๊อฟฟี่ “เท่าที่รู้คือ ที่เป็นข่าวแล้วก็มีเรื่องแฟน มีช่วงนึงที่เป็นเรื่องภรรยาคนเก่าเค้า เอาสมุดคิวไปแล้วเค้าไม่รู้คิวเลยอ่ะ ว่ารับงานอะไรไว้บ้าง จนเค้าต้องให้คนประกาศว่า หาคิวสมุดคิวคืนให้หน่อย เพราะว่าแฟนเอาคิวไป ใครที่จ้างผมกลับมาบอกหน่อย มันก็กลายเป็นเละตอนนั้น และอาจเป็นเรื่องสุขภาพแกด้วย แกสุขภาพไม่ดีครับ”
ตัวท๊อฟฟี่อยากบอกอะไรกับพี่อ่าง?
ท๊อฟฟี่ “อยากเป็นกำลังใจครับ เพราะว่าช่วงแรกๆ ที่เราก๊อบปี้เค้าเนี่ย ก็เคยไปกินไปนอนอยู่ที่บ้านผม ก็เคยออกงานด้วยกันเพราะว่าเรามีวงดนตรี แล้วก็จะเชิญเค้าไปร่วมเล่นด้วย เพราะเราก๊อปเค้าพอเราก๊อปๆตลกอยู่ อยู่ๆ เซอร์ไพรส์โดยการเอาตัวจริงขึ้นมา เราเคยเล่นอย่างงั้นมาก่อน
พอพักหลังๆ นี่แกค่อยๆ ห่างหายไป เราก็ด้วยไม่รู้ด้วยปัญหาของตัวเองปัญหาอะไรต่างๆ นานา เราไม่ทราบ ก็อยากจะบอกว่าคิดถึงเสมอเหมือนเดิมนะครับ เพราะตอนนี้มีคนที่ไปดูแลแกอีกคนนึงที่ก๊อปแก ชื่อพี่จ๊อบ แมนจู คู่กันเลย โกนหัวแล้วเหมือนกันเด๊ะ เหมือนกว่าผมอีก เหมือนมากมากตอนนี้เค้าก็เล่นละครคู่กันอยู่ก็ดูแลกันอยู่”
ตัวจริงตลกมั้ย?
ท๊อฟฟี่ “จริงๆ ไม่ตลกเลยครับ เรามาทางสายนักร้องกลางคืน แค่เราเป็นนักร้องแล้วไปก๊อปพี่อ่าง คนเลยคิดว่าเราเป็นตลก พอเราไปอยู่กับตลกก็ต้องปรับตัว ความจริงความใฝ่ฝันของผมคืออยากเป็นนักร้อง อยากออกอัลบั้ม พอเรามาเป็นพิธีกร เล่นละครก็ต้องปรับตัว”
กับภรรยา ท๊อฟฟี่เป็นคนตลกมั้ย?
จูล “ไม่เลยค่ะ เค้าเป็นคนซีเรียสมาก เหมือนเป็นพ่อด้วยซ้ำ เราอายุห่างกัน 10 ปีค่ะ”
บทที่ชอบเล่นมากที่สุด?
ท๊อฟฟี่ “บทกะเทยครับ ชอบมาก เพราะบางทีเราไม่ถนัดบทอื่น เหมือนรู้สึกว่าหมดพลัง ก็จะไปกระซิบกับผู้กำกับว่า ผมอยากเล่นบทนี้นะ เค้าก็จัดให้เลย ผมก็ใส่เต็มที่”
ในอนาคตเราวางแพลนไว้รึยังว่าจะอยู่ยังไงต่อไป?
ท๊อฟฟี่ “จริงๆ ชอบแนวกำกับ ชอบทำคลิป ทำรายการ ผมเริ่มต้นมาจากการทำคลิป วงสามบาทห้าสิบเราก็เริ่มต้นมาจากยูทูบที่เลียนแบบ รูม39 จนทำให้ดังขึ้นมากว่า 7 ปี วงผมไม่มีเพลงดังนะ เราค่อนข้างจะมั่นใจในเรื่องการทำคลิปหรือมุกตลกๆ ส่วนเพลงก็ไม่เลิกทำครับ”
...
ช่วงชีวิตที่สูงสุดคือมีคนรู้จักเรามากๆ เคยมีช่วงชีวิตที่ต่ำสุดมั้ย?
ท๊อฟฟี่ “ผมใช้ว่าเป็นช่วงที่ยังไม่ได้เข้าวงการเลยดีกว่า มันเหมือนว่าเราเข้ามา แต่เราไม่ได้เข้ามา เราประกวดโน่นนี่นั่น เดินทางสายนี้มา ทำเพลงอยู่ 2-3 ค่าย แต่เพลงไม่ได้ออก จนต้องกลับไปร้องเพลงกลางคืนเหมือนเดิม นอนกับเพื่อนในวงในอพาร์ตเมนต์แคบๆ กินข้าวกับมาม่า เอามาม่ามาต้มกินกับข้าวแบบนี้ทุกวัน
ใช้ชีวิตมาแบบนี้ 1 ปี เพราะเราออกจากบ้านมาเราไม่ได้ขอพ่อแม่ ไม่ได้ให้เค้าส่งเสียเรา เราก็พยายามเรียนให้จบ ป.ตรี เพราะเราเป็นลูกคนเดียว พ่อเป็นตำรวจ แม่เป็นพยาบาล เค้าบอกเรียนให้จบ ป.ตรี จะทำอะไรก็ไปทำ ผมทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย”
จริงมั้ยที่ครั้งนึงเคยจีบสาวพร้อมกันเป็น 10 คน?
จูล “จริงค่ะ ก็คือช่วงแรกๆ ที่เราคุยกับเค้าอ่ะค่ะ ก็คือตอนนั้นเรายังฝึกงานอยู่ยังเป็นนักศึกษา เค้าก็มาถ่ายในกองแล้วก็เจอกันในกอง พี่ในกองถ่ายก็เตือนแบบ แกอย่าไปคุยกับเค้านะ เค้าเจ้าชู้มากเลย เห็นเค้ามีเด็กๆ เยอะมาก
เค้าจะมาในแนวแบบว่าออเซาะ น้องครับถ่ายรูปให้พี่หน่อย ส่งในไลน์ให้หน่อยได้มั้ยครับ ก็คือจะอยากจะขอไลน์ โอเคเราก็ส่งไป แล้วก็หลังจากนั้นทักเรามาทุกวัน แล้วก็มาจับได้ พอคุยๆ ไปก็ โห คุยเยอะอ่ะ เป็น 10 เหรอ”
ตอนเป็นแฟนแล้วจับได้หรือระหว่างคุย?
จูล “ระหว่างคุยค่ะ เราบอกให้เค้าไปเคลียร์ แต่ตอนคบแล้วก็จับได้อีกค่ะ”
ท๊อฟฟี่ “ไม่ คือเราเป็นนักร้อง เราเจอคนเยอะ ก็อาจจะมีวันไนท์สแตนด์บ้าง ป๊อปปี้เลิฟจีบกันแบบเด็กๆ บ้าง”
...
จับได้แต่ละครั้งให้อภัยเค้ายังไง?
ท๊อฟฟี่ “เค้าเงียบครับ ดุมาก”
จูล “ชอบหายไปเลย แล้วให้เค้าไปคิดได้เอง มีให้ตงให้ตังค์เด็ก ให้อะไรอย่างงี้ด้วยค่ะ”
แล้วไปรู้ได้ไงว่าเค้าให้เงินด้วย?
จูล “จับได้ในไลน์ค่ะ ก็คือนิสัยไม่ดีอ่ะ(ยิ้ม) ก็ไปล็อกอินไลน์เค้าไว้ในคอมพ์ไงคะ ก่อนเค้าไปทำงาน พอเค้าไปทำงานเค้าคุยกับใครเรารู้หมดเลย แล้วก็จะมีสาวๆ ทักมาว่า พี่คะ พอดีคอมพ์พังอ่ะค่ะ ต้องทำรายงานส่งอาจารย์ โอนตังค์ค่าซ่อมคอมพ์ให้หน่อยได้มั้ยคะ โอนเดี๋ยวนั้นตอนนั้น โอ้โห ขึ้นมากโกรธมาก”
จับได้ขนาดนั้นทำไมยังเลือกผู้ชายคนนี้มาเป็นสามี?
จูล “ตอนนั้นคือบอกเลิกไปเลย แล้วเค้าก็เปลี่ยนตัวเองไปเลยอ่ะค่ะ”
ท๊อฟฟี่ “ก็คือเราก็พยายามตัด เพราะเห็นว่าไลฟ์สไตล์เค้าคล้ายเราละมันไปกันง่าย มันคุยกันรู้เรื่อง เราแฮปปี้ที่เค้าเราชอบเค้า เราจะคบเค้าจริงๆ เพราะเราอายุเยอะละ อยากมีครอบครัวที่ดีละ เราเลยตัดๆ แล้วก็มาง้อ สัญญากับเค้าว่าเราจะเลิกเจ้าชู้ พอยิ่งรู้ว่าท้องนี่เรายิ่งแบบ โอ้โห
เพราะเราอยู่ด้วยกันมา 5 ปี ก่อนแต่งงาน แล้วนี่เข้าปีที่ 6 เนี่ย เราอยู่ด้วยกันตลอด แล้วกลัวละเรื่องไลน์เรื่องอะไร เราไม่มีเวลาที่จะไปคุยไลน์กับใครละ แล้วอยู่ด้วยกันทุกวันนอน ด้วยกันทุกวัน เราไม่มีเวลาจะไปยังไงแล้วอ่ะ มันยากมาก เราเหนื่อย”.
...