แอน สิเรียม เปิดปากเล่าเหตุผลที่ต้องแต่งงานถึง 3 ครั้ง

ข่าว

    แอน สิเรียม เปิดปากเล่าเหตุผลที่ต้องแต่งงานถึง 3 ครั้ง

    ไทยรัฐออนไลน์

    13 พ.ค. 2561 16:10 น.

    เป็นอีกหนึ่งคนที่เรื่องราวความรักของเธอจะเป็นวิทยาทานให้กับคนอื่นได้เป็นอย่างดี สำหรับ แอน สิเรียม อดีตนางเอกสาวคนดัง กับการเปิดหัวใจให้ 3 พิธีกร พี่ฉอด, พี่อ้อย, พี่อั๋น ในรายการ คลับฟรายเดย์โชว์ ได้ฟังแบบน้ำตาท่วมจอ

    "แอนเข้าวงการจากภาพยนตร์ก่อนค่ะ เรื่องแรกกับคุณบิลลี่ โอแกน เรื่อง รักซึมลึก ตอนนั้นคือแบบเด็กมาก แล้วจากคู่จิ้นก็ไม่ใช่คู่จิ้นธรรมดา วันหนึ่งกลายมาเป็นคู่รัก เพราะเราชอบกันจริงๆ เป็นความรักครั้งแรกในชีวิตเรา ตอนที่ตัดสินใจเลิกกับคุณบิลลี่ เพราะเราคิดว่าถ้าเราจะต้องอยู่เพราะเราทนอยู่ มันไม่มีอะไรดีขึ้น"

    "ก็ไปเจอราจิต เป็นผู้กำกับโฆษณาค่ะ เค้าดูเป็นศิลปินมาก ไปเจอเค้าหลังจากเลิกกับสามีคนแรก 2 ปีค่ะ ก็ชอบกัน ก็มีวิธีคิดเราก็ฟัง แต่ตอนนั้นยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่นะคะ แต่เราก็จัดงานเลี้ยงแต่งงาน ตอนนั้นเราก็รู้สึกแบบว่า แน่ใจและไม่แน่ใจ แต่ก็แต่งงาน คือเรายังเด็ก ไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องแบบนี้ คิดว่าถ้าเราจะอยู่ด้วยกัน เราก็ต้องแต่งงานให้ถูกต้อง ก็จะได้อยู่ด้วยกัน แต่เราไม่อยากจดทะเบียนแล้ว แต่มันมีความกลัวๆ หวั่นๆ กลัวจะไปไม่รอด"

    ดูใจกันนานมั้ยก่อนแต่งงานอีกครั้ง? "ก็ไม่ค่อยนานค่ะ แต่ไม่เป็นไรนะคะ ชีวิตเราเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน และตอนนั้นน้องนนนี่ยังเด็ก 7-8 ขวบ ถามว่าเข้ากันได้มั้ย ด้วยความที่เค้าก็ยังเด็ก ไม่รับรู้อะไรมาก เค้าจะเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย มีมนุษยสัมพันธ์ แต่ก็ไม่ได้เข้ากันได้ดีมากเพราะจิตเค้าอยากมีลูกของเค้า แต่แอนยังรู้สึกเหนื่อย ไม่อยากมีแล้ว มันรับผิดชอบสูงมาก"

    "ใช้ชีวิตคู่กันมาประมาณไม่กี่ปีค่ะ น่าจะ 2-3 ปีมั้งคะ สุดท้ายก็เกิดปัญหาที่บอกว่ามันสั้นๆ ไม่ยาวเท่าไหร่ จนรู้สึกว่าเราอย่าอยู่ด้วยกันดีกว่า คือเราเลิกกันได้ดีนะคะ เลิกกันด้วยความเข้าใจว่าทางใครทางมันดีกว่า ด้วยความที่เค้าเป็นผู้กำกับเค้าจะชินไปซะทุกอย่าง กำกับภรรยาด้วย กำกับชีวิตด้วยค่ะ

    พออยู่กันไปเรามีความรู้สึกว่าเราโตกว่า ผู้ชายความมีความรู้สึกว่าไปซิ่งไปโน่นด้วย ด้วยความที่เรามีลูกเราจะแก่ๆ หน่อยๆ อีกอย่างเรื่องงานบ้านด้วย เราทำไม่ได้อ่ะ ผลไม้ก็ต้องคว้าน เราพยายามนะไม่ใช่ไม่พยายาม เราอดทน พยายามทำให้ได้ แล้วก็คิดว่าเราไม่ใช่คนที่ใช่ของเค้าแล้ว ให้เค้าหาคนที่ใช่ดีกว่า

    แอนเปลี่ยนมาตลอดเพื่อทุกคนแล้วค่ะ แต่ในวันนี้เราไม่เปลี่ยนแล้ว เรารู้สึกอยากทำให้เค้ามีความสุข ทำได้ทุกอย่าง แต่อยากจะบอกว่ามันไม่ใช่ตลอดไป ถ้ามันเปลี่ยนได้มันก็โอเค แต่เราเปลี่ยนไม่ได้ เพราะรู้สึกไม่มีความสุข อีกอย่างเรารู้จักกันน้อยด้วยค่ะ วิธีคิดมันเลยไม่เหมือนกัน

    อีกอย่างเค้าอยากให้เราไปไหนมาไหนด้วย แต่เราไม่ไป เราขออยู่บ้านสอนการบ้านลูกดีกว่า แล้วก็ให้เค้าไปคนเดียว มันกลายเป็นว่าต่างคนต่างอยู่ ก็เลยบ๊ายบายกันดีกว่า ตอนแยกกันก็เข้าใจกันด้วยดีค่ะ"

    คิดหนักมั้ยมันเป็นครั้งที่สองแล้ว? "อันนี้ยอมรับว่าก็เครียดนะคะ และกดดันพอสมควร เพราะรู้สึกว่าสังคมคงจะไม่ยอมรับเนอะ อีกแล้วเหรอ เราเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จด้านนี้ แต่ทำยังไงได้มันเป็นความจริง ถ้าให้อยู่เราก็อยู่ไม่ได้อ่ะค่ะ ในเมื่อมันไปต่อไม่ได้เราก็ยอมรับความจริง เอาที่ผ่านมาไปปรับปรุงตัวเองดีกว่า ก็คิดว่าจากแต่นี้ไปจะไม่แต่งงานอีกแล้ว"

    ตอนนั้นถือว่าปิดประตูไหม? "คิดอย่างนี้จริงๆ นะคะ พอกันที จะไม่แต่งงานแล้ว พูดกับตัวเองว่าไม่เอาแล้ว ถ้ามีใครจะอยู่กันเหมือนเพื่อนมากกว่า"

    "ตอนที่ส่งลูกไปอยู่ต่างประเทศ แอนยอมรับว่าคิดผิดมาก เพราะในใจเราคิดว่าเราให้ลูกมากพอแล้ว แต่ความจริงมันไม่ใช่เลย เค้าเหงามาก เค้าไม่มีความสุข คือเด็กในวัยนี้ต้องการความใกล้ชิดจากคนเป็นพ่อเป็นแม่มาก เหมือนเค้าขาดพ่อแล้วใช่มั้ยคะ แม่ก็เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง จนกระทั่งเกิดปัญหาที่ลูกต่อต้านในการที่เราอยากให้เค้าไปอยู่เมืองนอก

    สุดท้ายก็คืองั้นเราต้องไปอยู่กับเค้าด้วย เราก็คิดว่าเราไม่ทำงานที่นี่แล้วก็ได้ เพราะเราก็พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง และคิดว่าจะไปช่วยพี่สาวทำร้านอาหารที่นั่น ก็โอเค เอาลูกไปอยู่ที่นั่น เหมือนเราเริ่มต้นชีวิตใหม่ ค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากัน เราก็ใกล้ชิดกันกว่าเดิม ทุกอย่างค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ จนน้องนนนี่เค้าพูดว่า ไม่มีใครรักเค้าเท่าแม่ จะได้ชีวิตครอบครัวแบบที่เค้าไม่เคยได้รับ"

    ความรักครั้งใหม่ก็เข้ามา? "คือเคยเจอกันก่อนที่รีสอร์ตเค้านะคะ ที่บางเสร่ เราพาลูกไปเที่ยว เค้าเป็นเจ้าของ เค้าก็มาแนะนำตัวเอง เป็นฝรั่ง ในใจเราก็โคตรไม่ชอบฝรั่งเลย เค้าก็เขียนอีเมลมาจีบ จนกระทั่งแอนมาเจอเค้าอีกทีที่ลอนดอนหลังจากนั้น 7-8 เดือน เค้าไปจ๊อกกิ้ง แต่แอนไปเดินเล่นเฉยๆ

    เค้าก็จำเราได้ เข้ามาทัก ก็เลยได้คุยกัน เค้าเป็นหนุ่มโสดค่ะ อยู่มาจนอายุ 50 กว่า เค้าแก่กว่าแอน 11 ปี แล้วเค้าก็ขอเบอร์เรา เราก็ให้ไปเพราะคิดว่าจะได้มีเพื่อนฝรั่ง ฝึกภาษากัน จนมาได้แชตกัน ก็นัดทานข้าวกัน พอได้มาคุยกันจริงๆ เค้าไม่ใช่ฝรั่งแบบฝรั่งจ๋า แต่เค้าเป็นฝรั่งที่นิสัยเอเชีย เค้าจะเข้าใจคนเอเชียมาประมาณนึง"

    ทำไมถึงยอมเปิดใจ? "คิดหนักนะ เค้าก็พูดมาคำนึงว่า มันไม่แฟร์นะถ้าเธอเคยแต่งงานมาแล้ว แต่เค้ายังไม่เคยแต่ง ซึ่งฝรั่งถ้าเค้าตัดสินใจจะแต่งงานกับใครแล้ว เหมือนว่ากับว่าเค้าจะต้องอยู่จนตายไปจากกัน เราก็ซึ้งค่ะ รู้สึกเหมือนความเสมอต้นเสมอปลาย เวลาเค้ามารับก็จะเปิดประตูให้ขึ้นนั่งตลอด จนมาทุกวันนี้ เวลาไปร้านอาหารเค้าจะเลื่อนเก้าอี้ให้นั่งตลอด เค้าทำมาจากใจ เราสัมผัสได้

    ก็ดูๆ กันมา 2 ปีกว่าเกือบ 3 ปีค่ะ ถึงจะแต่งงาน เราถามลูกด้วยนะคะ ลูกก็บอกว่า เค้าชอบจัสติน พอแต่งงานกันไปตัวจัสตินจะเป็นตัวเชื่อมเวลาแม่ลูกทะเลาะกัน กว่าจะได้แต่งงานเค้าก็พาเราไปให้ครอบครัวเค้าดูนะคะ เพราะเค้าเป็นอังกฤษดั้งเดิมไงคะ"

    มีกระแสออกมาว่า แอน สิเรียม แต่งงานเพราะเค้ารวย? "เค้าก็ไม่ได้ถึงกับจนค่ะ เค้าก็จบจากอ๊อกฟอร์ด การศึกษาดี มีระบบความคิด การเก็บเงินออมที่จะดูแลครอบครัวได้ เค้าก็พอมีพอกินที่ให้เรามีชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างสุขสบายได้".

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    แอน สิเรียมแอน สิเรียม สามีฝรั่งแอน สิเรียม บิลลี่แอน สิเรียม น้องนนนี่แอน สิเรียม ราจิตดารา

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 22:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์