เป็นคำถามที่มีนักข่าวโทรเข้ามาถามรวมทั้งบรรดาคนติดตามข่าวดาราทั้งหลายก็ถามมากมาย แม้ว่าตัวบุ๋มจะอยู่ต่างประเทศก็ตาม เนื่องจากประเด็นข่าวที่มีสินค้าชื่อดังโดนจับและดาราดัง เน็ตไอดอลรวม 40 คน มีรายชื่อจากการรีวิวสินค้าตัวนี้ เลยทำให้มีการสอบสวนอย่างอึกทึกครึกโครม และตัวดาราเองก็ต้องออกมาแถลงข่าวขอโทษ ซึ่งพอสำรวจรายชื่อแล้วมีดาราดังมากมาย ส่วนเน็ตไอดอลไม่อยากพูดถึงเพราะกลุ่มนั้นรับจ้างรีวิวสินค้าเป็นอาชีพกันส่วนมาก หนึ่งในนั้นทำไมไม่มีชื่อ บุ๋ม ปนัดดา?? ทั้งๆ ที่อิชั้นก็เจ้าแม่พรีเซ็นเตอร์เช่นกัน และก็มีรับจ้างรีวิวสินค้าบ้าง บางทีก็รีวิวให้ฟรีแล้วแต่อารมณ์ แล้วทำไมคราวนี้ถึงรอด? บางคนก็ช่วยคิดเข้าข้างว่า เพราะคุณบุ๋มเป็นถึง ดร. เป็นประธานองค์กรทำดี เลยรู้เท่าทัน ไม่ยอมหลงกลสินค้าตัวนี้ ซึ่งขอตอบตามตรงว่า ไม่จริงค่ะ! ต่อให้เป็นด็อกเตอร์เรียนจบปริญญาเอกมาสามใบก็ไม่มีทางรู้เท่าทันกลโกงของคนที่ตั้งใจจะโกงเอารัดเอาเปรียบหรอกค่ะ เพราะในโรงเรียนไม่ได้สอนเรื่องพวกนี้เลย สอนแต่ว่าเราไม่ควรทำเลวและเอาเปรียบผู้อื่น ในความเป็นจริงตัวบุ๋มเองก็ได้รับการติดต่อมาจากสินค้าตัวนี้ แต่เนื่องจากว่าเลขาฯได้ขอรายละเอียดสินค้าขอใบจดแจ้งแต่ทางนั้นไม่ยอมส่งข้อมูลมาให้ก็เลยไม่ได้รับ ไม่ได้ฉลาดแต่แค่โชคดีเท่านั้นค่ะ!

พูดกันตามตรงตัวดาราหรือคนมีชื่อเสียงหรือเน็ตไอดอลเมื่อมีโอกาสใช้ชื่อเสียงที่มีอยู่ในการหาเงิน หารายได้เลี้ยงครอบครัวเลี้ยงตัวเองมันก็ทำกันทุกคนนั่นแหละค่ะ เพียงแต่ว่าจะมีจรรยาบรรณอยู่ในตัวมากน้อยแค่ไหน บางคนก็ยอมพูดว่าตัวเองได้กินได้ใช้จริง ทั้งๆ ที่แตะสินค้าครั้งแรกก็ตอนที่ถ่ายภาพนั่นแหละ มีหลายคนหลายคอมเมนต์ที่บอกว่า ดาราที่รีวิวสินค้าต้องรับผิดชอบเพราะถือว่าเป็นคนของประชาชนเป็นคนมีชื่อเสียงไม่ควรใช้ชื่อเสียงหลอกลวงคนอื่นแบบนี้ ซึ่งมันก็จริงในมุมที่ว่าการที่คุณมาซื้อสินค้าเป็นเพราะว่าคุณเชื่อใจดาราคนนั้น เพราะโดยหลักการตลาดแล้วสินค้าดีแต่ไม่มีคนสนใจมันก็คือจบ เค้าก็เลยต้องอาศัยคนมีชื่อเสียงมาช่วยทำให้สินค้านั้นดูน่าเชื่อถือ เป็นที่รู้จักและดูน่าสนใจมากขึ้น อย่างน้อยจากนี้ไปก็เป็นบทเรียนให้กับดาราอีกหลายคนว่าจะรีวิวสินค้าอะไรก็ต้องระมัดระวังให้มากขึ้นและต้องตรวจสอบให้ดี

...

แต่การจะตรวจสอบให้ดีนั้นทำได้ยากมาก ถามกันตามความเป็นจริง คุณเคยเช็ก อย. ของสินค้าที่คุณบริโภคกี่ครั้งในชีวิต? อันนี้พูดกันตามเนื้อผ้านะคะไม่ได้เข้าข้างดาราด้วยกัน แต่อยากให้มองกันหลายมุม ลองนึกภาพตามนะคะ ข้อมูลและภาพต่างๆ คุณเห็นว่า ดาราด้วยแถมบางคนดังกว่าเรายังรีวิว แล้วเราจะเยอะทำไม? ก็รับสิคะ ตรวจสอบ อย. เบื้องต้นแล้ว ชื่อมันก็ขึ้น แต่ตอนหลังมันเปลี่ยนหรือไม่ก็ส่วนผสมเปลี่ยนไป ถามตรงๆ ก่อนกินอะไร ใครเคยนั่งแยกส่วนผสมบ้าง บ้านนะไม่ใช่แล็บ จะได้ตรวจสอบสิ่งเจือปนได้ บางคนคงกินจริง (นิดหน่อย) แล้วรอด ไม่ตายไม่ป่วยไง ก็เลยบอกโอเค เห็นติดป้ายบิลบอร์ดเต็มไปหมด ใต้ทางด่วน สี่แยก หลังคาตึก ใครจะคิดว่าสินค้าที่กล้าโฆษณาตัวเองขนาดนั้นจะเป็นของปลอม

เรื่องนี้ถ้าจะให้ถูกต้องแล้วจากนี้ไปดาราและคนดังจะต้องระมัดระวังและตรวจสอบให้มากขึ้น อย. ควรทำงาน ทำรวดเร็วกว่านี้ และควรตั้งทีมตรวจสอบติดตามสินค้าต่างๆ ไม่ใช่รอจนเรื่องร้อนแรงแล้วค่อยมาเอาโทษ เพราะการทำงานที่ช้าจนเกินไป ทำให้หลายโรงงานเอาเรื่องนี้มาเป็นจุดขาย เช่น โรงงานที่รับผลิตสินค้ามากมายในไทยประกาศเลยว่า รับจดแจ้ง อย. เพราะเค้ารู้ว่าการจะจด อย. อะไรขึ้นมาสักตัวหนึ่ง มีความยุ่งยากและใช้เวลานานมาก เค้าถึงใช้จุดนี้เป็นคนดำเนินการให้ และนั่นคือที่มาของกลโกงจากโรงงาน หลายโรงงานบอกว่าใช้เวลาไม่นาน (มีเหรอที่ไม่นาน?) เค้าก็จะใช้เลขจดแจ้ง อย. ที่ตัวเองมีอยู่แล้วมาสวมให้กับสินค้าที่ผลิตใหม่เพื่อลดเวลาการขอใบอนุญาต อย. ขอแฉตามตรงว่า สินค้าในท้องตลาด ณ ปัจจุบัน เพียบที่ทำแบบนี้ ไปเช็กเหอะ แต่การที่ดิฉันออกมาแฉแบบนี้ถ้ามีใครเอาปืนมายิงดิฉัน ฝากเลี้ยงดูครอบครัวดิฉันด้วย ฮือๆๆ

สคบ. และ อย. ควรคิดใหม่ทำใหม่ มีอย่างที่ไหน บังคับสินค้าไทยที่เขาตั้งใจทำให้ถูกต้องมากมาย คำว่า ขาว ผอม ใช้ไม่ได้ แต่ขอโทษนะคะ ในเฟซในไอจี เขียนขายกันโครมๆ สรรพคุณเว่อร์วังอลังการ เม็ดนี้ลดพุงเม็ดนี้ลดแขน มันจะทำได้ยังไง ยานะไม่ใช่ขีปนาวุธจะได้พุ่งเข้าสู่เป้าหมายได้ เคยคิดในใจว่าใครนะโง่จังที่ซื้อตาม แต่ดูจากการลงโฆษณาแล้วมันต้องขายได้แน่นอน ไอ้ที่แบบเนี่ยทำไมไม่ไปจับสักที

ในอดีตบุ๋มเคยทำเครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่ง บุ๋มต้องการใส่สารตัวหนึ่งในน้ำหอมซึ่งเหมือนคล้ายกับฟีโรโมน และเป็นสารสกัดที่นักวิทยาศาสตร์ทำมา บุ๋มส่งเรื่องไป อย. ไม่ให้ใช้ บอกว่า มันเป็นชื่อสามัญทั่วไป ห้ามใช้ แต่ขอโทษนะคะ เครื่องสำอางแบรนด์ดังจากเมืองนอกกลับใช้ชื่อนี้ได้ขายในเคาน์เตอร์ห้างดังในเมืองไทย คุณกลับอนุญาต (หรือไม่เคยตรวจสอบกันแน่) อีกครั้ง จะทำกลิตเตอร์ไลเนอร์ ก็ไม่ให้ผ่าน เหตุผลคือกลัวจะเข้าตาตอนนอน (เฮ้ย! โดยสามัญสำนึกแล้วคนเราต้องล้างเครื่องสำอางก่อนนอนไม่ใช่หรือ? หรือว่า.... อุ๊ต่ะ! ไม่พูดดีกว่า) และหลังจากนั้นไม่นานบุ๋มก็เห็นเครื่องสำอางจากต่างประเทศนำเข้าอีตัวนี้เหมือนกันขายจนถึงทุกวันนี้ สรุปหน่วยงานนี้มีเพื่อหยุดยั้งสินค้าไทยที่ทำดีไม่ให้ขายดีสู้ต่างชาติใช่ไหม?

บอกตามตรงว่าคุณควรมีหน่วยงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่สามารถเข้าถึงโลกโซเชียลและช่วยตรวจสอบความถูกต้องให้กับคุณได้แล้ว ส่วนดาราทั้งหลายจากนี้ไปพวกเราต้องระมัดระวังตัวเองกันมากขึ้นแล้วค่ะ บ๊ายบาย