หลังจากที่สาวเป้ย ปานวาด ได้ลงรูปกอดกันร้องไห้ หลังปรับความเข้าใจกันกับ เอ๋ พรทิพย์ 1 ในหุ้นส่วนธุรกิจความงามที่ทั้งคู่ร่วมทำด้วยกัน และล่าสุด ได้เจอสาวเอ๋ที่งานแถลงข่าว เปิดโครงการ “Family Fun in Amazing Thailand 2018” ณ ห้องฉัตราบอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ จึงไม่พลาดที่จะสอบถามเรื่องราวที่ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า
เรื่องธุรกิจที่ทำกับ เป้ย ปานวาด เป็นไงบ้าง?
"ตอนนี้ก็เป็นไปด้วยดีนะคะ แล้วก็มีออกสินค้าตัวใหม่อย่างครีมกันแดด ที่ น้องครีม เปรมสินีย์ เป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลตอบรับก็ดีมากด้วยค่ะ"
ระหว่างที่ทำมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เห็นลงรูปไอจีกอดกับเป้ยร้องไห้?
"คือจะบอกว่าทุกครั้งที่เราประชุมกัน เราจะเอาหุ้นส่วนมานั่งคุยกัน ใครมีอะไรติดค้างในใจ เพราะการที่เราทำธุรกิจ มันก็เสี่ยงกับการที่ต้องทะเลาะกัน หรือไม่เข้าใจ หรือไม่เคลียร์ใจกัน ก็อยากจะให้ทุกคนพูด
พอทุกคนพูดปุ๊บเราก็รู้สึกโล่ง เพราะบางทีเราคิดว่าเราคิดแบบนี้ เขาจะคิดอีกแบบนึง หรือเขาจะคิดแบบเดียวกับเราหรือเปล่า เราก็ต้องปรับความเข้าใจให้มันตรงกัน แต่ไม่ได้ทะเลาะกันค่ะ"
...
วันนั้นเกิดอะไรขึ้น?
"หุ้นส่วนทุกคนก็ร้องกันหมด เพราะมันเป็นความอึดอัดของแต่ละคนที่มันอยู่ในใจ หุ้นส่วนก็กลัวว่าจะให้เราทำอะไรเยอะเกินไป เขาก็กลัวว่าเดี๋ยวเราจะรู้สึกไม่ดีกับเขา อย่าง เอ๋ กับ เป้ย คือพูดกันน้อยเกินไป ก็มาเคลียร์และปรับความเข้าใจกัน บวกกับตอนนี้เป้ยท้องด้วย
พอท้องก็จะเซนซิทีฟ แต่ก็ดีนะ พอพูดไปก็เคลียร์เลย ก็บอกว่าถ้ามีอะไรอย่าเก็บ ให้พูดกันเลย ให้เข้าใจกัน ไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ ถ้ามีก็คงเดินหน้าต่อไม่ได้
แต่นี่คือสิ่งที่เราคิดกันว่าต้องพูด และต้องเคลียร์ทุกครั้ง แต่ก่อนจะทำธุรกิจเรากลัวอยู่แล้วล่ะว่าจะมีปัญหากับเพื่อนหรือเปล่า พูดเลยว่าต้องมีแน่ๆ เพราะขนาดพี่น้องหรือคนในครอบครัวทำงานด้วยกันก็ยังมีปัญหา เราก็รู้สึกว่ามีอะไรต้องพูด ต้องมีเส้นกลางระหว่างเพื่อนและระหว่างผู้ร่วมงาน
ทุกคนจะต้องมีความเกรงใจซึ่งกันและกัน และต้องมีความเข้าใจทุกๆ คนด้วย พอเรามาเคลียร์กันแบบนี้เราจะได้เดินหน้ากันต่อไปโดยที่ไม่มีอะไรมาตะขิดตะขวงใจ"
เรื่องเงินไม่มีปัญหาใช่มั้ย?
"เงินไม่เกี่ยวเลย เพราะเราทำงานเป็นรูปแบบบริษัทที่ทุกคนสามารถเช็กได้หมด เรื่องเงินไม่เป็นปัญหาสำหรับบริษัทเราเลย แต่ปัญหาที่เกิดมันก็ไม่ใช่ปัญหาความคิดนะคะ จริงๆ มันเป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้พูดออกมา เอ๋ว่าทุกบริษัทมีปัญหาหมดแหละ
เรามองว่าบริษัทอื่น ถ้าเขามีปัญหาแล้วเขาไม่เคลียร์กัน อันนี้น่ากลัว แต่สำหรับเราพูดเลยว่าเราเคลียร์ทุกเรื่อง เราก็เลยเดินหน้าต่อไปได้ ก็อาจจะมี 3-4 เดือนมาคุยกันเรื่องฟีดแบ็กต่างๆ กระแสต่างๆ ว่าผลตอบรับเป็นยังไง คือคุยกันทุกเรื่องทุกแผนก"
ตอนนี้เป้ยท้อง ได้มาดูแลธุรกิจเหมือนเดิมมั้ย?
"ก็จะเข้าใจกันค่ะ อย่างตอนที่เอ๋ท้อง เราแพ้ท้อง เราเหนื่อย หรือเราออกงานไม่ได้ เป้ยก็จะช่วยทำในสิ่งที่เราทำไม่ได้ อย่างตอนนี้เป้ยแพ้ท้อง ออกงานไม่ได้ ไปออกรายการไม่ได้ก็จะเป็นหน้าที่เรา ก็ไม่เป็นไร เราเข้าใจ อันไหนที่เราทำได้เราก็ทำ อันไหนที่เป้ยไหวเป้ยทำ".