เรียกว่าฮอตตั้งแต่ยังแบเบาะจริงๆ สำหรับ น้องสายฟ้า-น้องพายุ ลูกชายฝาแฝดของคู่เลิฟดัง ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ เพราะนอกจากจะเป็นขวัญใจพี่ป้าน้าอาทั้งหลายแล้ว ล่าสุดยังคว้างานพรีเซ็นเตอร์โฆษณาผ้าอ้อมเด็ก “เบบี้เลิฟ พรีเมี่ยมโกลด์” ซึ่งเป็นงานโฆษณาชิ้นแรกในชีวิตของ 2 หนุ่มน้อย

และเมื่อ ชมพู่-น็อต พาลูกๆ มาร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี เลยถาม ชมพู่ ถึงเบื้องหลังการทำงานครั้งแรกของลูกชายฝาแฝดตัวน้อย รวมไปถึงเรื่องที่เจ้าตัวไปแจ้งความสมุดบัญชีหายด้วย

...

ถามถึงการถ่ายทำโฆษณากับน้องสายฟ้าและน้องพายุ?
“วันที่ไปถ่ายมีโอกาสได้เห็นสตอรี่บอร์ด ก็ชอบนะเพราะว่าถือว่าค่อนข้างฉีกกฎสำหรับโฆษณาผ้าอ้อม รู้สึกว่าสะท้อนอะไรที่เป็นตัวตนของเรา มันโดนน่ะ มันใช่ เรารู้สึกเชื่อในสตอรี่บอร์ด คิดว่าคนดูก็น่าจะเชื่อเหมือนกัน ถามว่าตอนถ่ายน้องร่วมมือยังไงบ้าง ถือว่าโอเคเลยนะ ทีมงานทุกคนบอกว่าเขาก็ใช้ได้ เพียงแต่ว่าก็ต้องมีหยุดพักเพื่อให้เขานอน ซึ่งตอนที่เขานอน ทั้งกองคือทำอะไรไม่ได้ ต้องรอน้องนอน ไม่งั้นเขาก็งอแงค่ะ”

ดูมีแววเป็นนักแสดงเหมือนคุณแม่ไหม?
“อันนี้แววยังไม่ออกนะ (ยิ้ม) ต้องดูกันต่อไปค่ะ จริงๆ เขาไม่ค่อยกลัวคนมากนะคะ แต่วันนี้ก็น่าจะเจอคนเยอะที่สุดแล้วล่ะค่ะ แต่ว่าก็พยายามพาเขาไปเจอคนตลอดเวลา ไม่อยากให้กลัวคน”

ตอนถ่ายเรากังวลอะไรไหม?
“จริงๆ ในฐานะที่เราอยู่ในวงการตรงนี้มาก่อน เราจะกลัวเรื่องความลำบาก กลัวร้อน แต่ทีมงานก็น่ารัก คือลูกค้าก็เคยถ่ายเด็กมา ทางผู้กำกับ พี่โอเปิ้ล ก็น่ารัก ถ่ายเด็กก็ต้องเอาเด็กเป็นหลักอยู่แล้ว”

ดูสีหน้าเรามีความเป็นกังวลมาก เครียดกว่าทุกครั้ง?
“ใช่ เราก็ไม่อยากให้ลูกร้อง ก่อนมาวันนี้ก็หลับไปแล้ว 3 รอบ (หัวเราะ)”

ได้บอกน้องไหมว่าวันนี้พาออกงาน?
“ก็บอกว่าอย่าทำงามหน้านะลูก (ยิ้ม) แต่ตั้งแต่เช้าก็ปกติค่ะ เมื่อคืนก็หลับ ตื่นตามเวลาเขา หลับมาเต็มที่”

เห็นว่าที่เลื่อนงานมาเป็นวันนี้เพราะป่วย?
“ใช่ค่ะ แม่ก็ป่วย ลูกก็ติดแม่ พี่เลี้ยงก็ติดลูก ยายก็ติดหลาน เป็นกันทั้งบ้านเลยค่ะ ตอนนี้ดีขึ้นแต่คนสุดท้ายที่ยังไม่หายคือชม (หัวเราะ) เขาหายกันหมดแล้วค่ะ”

งานนี้น้องๆ สอบผ่านฉลุย งานหน้าจะได้เห็นอีกไหม?
“อันนี้ก็ต้องแล้วแต่แหละค่ะ ต้องดูความเหมาะสมไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้ามันก็ต้องตรงกับไลฟ์สไตล์จริงๆ เราก็ต้องเชื่อ ไม่งั้นคนดูจะเชื่อได้ยังไงถูกไหมคะ ชมว่าวิธีการสื่อสารอย่างโฆษณานี้มันใช่เลยค่ะ ดูหนังดูสตอรี่บอร์ดแล้วมันใช่เราอะ”

...

คิดนานไหมกว่าจะรับ?
“จริงๆ คุยกันมาสักพักนึงแล้วค่ะ แต่เรื่องการถ่ายทำคงต้องรอเขาโตหน่อย อย่างอันนี้ถ่ายตอนประมาณ 4-5 เดือน เขาก็โอเคประมาณนึงแล้ว แต่ว่าเด็ก 4-5 เดือนก็จะมีข้อจำกัด เช่น ยังคลานไม่ได้ นั่งไม่ได้ เพราะฉะนั้นเวลาถ่ายจะมีข้อจำกัดของเขา ก็จะได้ประมาณนึง เพราะฉะนั้นแต่ละงานก็จะมีเนื้องานของมัน”

น็อตมีส่วนร่วมในการตัดสินใจไหม?
“พี่น็อตเขาแล้วแต่เรามากกว่าค่ะ”

เรื่องค่าตัวล่ะ?
“เอาเป็นว่าเหมาะสม ขอใช้คำเดิมค่ะ (ยิ้ม)”

...

มีข่าวว่าค่าตัวสูงถึง 15 ล้าน?
“เอาเป็นว่ารู้กันระหว่างเรากับลูกค้าแล้วกันนะคะ แต่ว่าเป็นอะไรที่เหมาะสมแหละ”

ตั้งใจเก็บเงินก้อนนี้ให้น้อง?
“คือจริงๆ ตอนแรกแม่กะจะอมนิดนึง (ยิ้ม) แต่ว่าพอวันที่ถ่ายแล้วก็เห็นว่างานมันไม่ถึงกับชิลนะ แต่ก็ไม่ถึงกับเอาเด็กไปทรมาน เราก็มีความรู้สึกว่าเออ ลูกต้องมาเอาต์ดอร์ ก็ให้เขาหมดแล้วกัน ซึ่งจริงๆ มันควรจะให้เขาหมดน่ะแหละ”

ต้องเก็บประสบการณ์ไปเล่าให้ฟังตอนโตไหม?
“จริงๆ ชมว่าเราอยู่ในยุคที่ค่อนข้างจะเก็บเรื่องราวได้ง่ายพอสมควร มันมีไฟล์ที่เราเก็บได้ ก็คิดว่ามันคงเป็นอะไรที่มีคุณค่าทางจิตใจกับเขาเวลาเขาโตขึ้น”

มีงานอื่นให้น้องบ้างรึยัง?
“มีคุยๆ บ้างค่ะ แต่ยังไม่ได้ปิดเคสค่ะ ถามว่าคุยไว้เยอะไหมก็ไม่ถึงกับเยอะมาก ปานกลางค่ะ”

วางแผนเรื่องงานในวงการให้น้องยังไงบ้าง?
“ชมคิดว่าเอากลางๆ ดีกว่าเนอะ ก็ดูเขาไป พอเขาโตกว่านี้หน่อยเรื่องแรกก็คงเป็นเรื่องเรียนมากกว่า ให้เขาเติบโตตามวัยอย่างที่เขาควรเป็น ก็คงเป็นงานที่ทำวันสองวันจบค่ะ ตัวแม่เองยังไม่ค่อยออกอีเวนต์เลย ฉะนั้นคงเป็นลักษณะนี้มากกว่า ถ้ามีงานลูกค้าก็ไป”

...

ตัวเราเองก็ติดสัญญาของที่อื่นอยู่ด้วยใช่ไหม?
“คือจริงๆ เราก็กำหนดลักษณะข้อจำกัดมาตรฐานการรับงานเป็นประมาณนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าไม่ใช่งานลูกค้าก็ไม่ได้เจอตามอีเวนต์ค่ะ แม่ประมาณนี้ ลูกก็น่าจะประมาณนี้เหมือนกันค่ะ”

ต้องเปิดบัญชีให้น้องทั้งสองคนและแบ่งเท่ากันไหม?
“ก็ให้ทั้งคู่ ก็ต้องให้เท่ากันค่ะ”

ถามถึงเรื่องที่ไป สน.?
“ใช่ค่ะ สมุดบัญชีธนาคารหายค่ะ ชมก็อย่างนี้แหละ ชอบถ่ายรูปข้างถนนแค่นั้นเอง ถามว่าคนถามเยอะไหม เขาไม่ค่อยเข้าถึงเราหรอก แต่ว่าผู้จัดการอยู่ต่างประเทศ นางก็บอกว่าขออนุญาตอัพนะคะเพราะขี้เกียจตอบแล้ว สรุปก็หาไม่เจอค่ะ ตอนนี้ก็ออกเล่มใหม่ไปแล้วค่ะ”

ไม่ได้ไปแจ้งความเพจที่เอาชื่อเราไปอ้างขายกางเกงใช่ไหม?
“อันนี้ชมไม่ได้ทำเองอยู่แล้วไงคะ ถ้าทำก็คงมีคนทำให้ เอาจริงๆ เราไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องตรงนี้ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดอ่อนที่คนคิดว่าดาราไม่มานั่งเสียเวลาอะไรแบบนี้หรอกเพราะว่าเราไม่ได้ทำเอง”

คนก็เข้ามาคอมเมนต์แซวเรื่องรูป?
“พอดีเพื่อนถ่ายให้แล้วชมชอบ ภาพมันเล่าเรื่องดีอะ ชมชอบลงรูปที่มันแคนดิดๆ เป็นภาพเล่าเรื่องค่ะ”.