คำว่า คอลเซ็นเตอร์ กลายเป็นความหมายในทางอุบาทว์ไปจนได้ หลังจากมีแก๊งมิจฉาชีพทั้งต่างชาติและคนไทยบางคน ร่วมมือกันต้มตุ๋น กรรโชกทรัพย์ทางโทรศัพท์

ต่อมาสื่อมวลชนทางโทรทัศน์ ได้ตั้งฉายาโจรที่มีพฤติกรรมทำนองนี้ว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์

เพราะส่วนใหญ่จะอ้างตนว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์จากหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการเงินต่างๆ

ความจริง...เรื่องทำนองนี้ หากรัฐและสื่อมวลชนจะเอาจริงและปราบปรามแล้ว ไม่มีอะไรซับซ้อนและยุ่งยาก

เพราะคนร้ายแก๊งนี้จะใช้ยุทธวิธีอ้างชื่อหน่วยงานของรัฐ โทร.มาข่มขู่เหยื่อ สมอ้างว่าเหยื่อพัวพันกับฐานความผิดต่างๆ

หากมีเงินในบัญชีธนาคาร จะถูกอายัด ถูกสอบสวน จากนั้นก็จะนำเบอร์คอลเซ็นเตอร์ ปลอมๆของสถาบันการเงินหรือหน่วยงานด้านยาเสพติดให้เหยื่อโทร.ไปสอบถาม

ซึ่งแน่นอน ปลายสายก็จะมีทีมงานแก๊งนี้คอยรับสาย ชงลูก ตบลูกให้เข้าเป้า

คนเรานะครับ ข้อมูลข่าวสารไม่เท่ากัน บางทีก็ไม่เคยรู้ข่าวว่ามีแก๊งทำนองนี้

ก็หลงเชื่อ โดนหลอกให้โอนเงิน ถ่ายเทเงินไปเข้าบัญชีอื่น จนหมดเนื้อหมดตัวไปหลายราย

รัฐต้องใช้สปอตโฆษณาทางทีวีให้เป็นประโยชน์ครับ แทนที่จะโฆษณา ปชส.ในเรื่องที่เข้าใจยากอ่านยาก

ก็ทำสปอตออกมาสิครับว่าหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงาน ตลอดจนสถาบันการเงิน ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทร.ไปติดต่อกับผู้ต้องสงสัยทุกกรณี

ใครโทร.ไป ให้เข้าใจว่าเป็นหน่วยงานปลอม เจ้าหน้าที่เทียม!!

ถ้าอยู่ใกล้ให้ล็อกตัว ถ้าอยู่ไกลก็นำเบอร์นั้นไปแจ้งความได้ทันที

ออกเช้าสายบ่ายเย็น ให้คนรู้ทัน เชื่อว่าแก๊งจำพวกนี้จะหมดไปในไม่กี่วัน

สื่อโทรทัศน์เป็นสื่อที่แพร่หลายที่สุด รับลูกและดำเนินการด้วยครับ

พวกนี้เป็นมะเร็งระยะต้นๆ ยังจัดการทัน ฝากด้วยครับ!!

...

“สันติพงษ์ นาคประดา”

‘‘แจ๋วริมจอ’’
jaewrimjor@gmail.com