จากนักร้องร้องเพลงเปิดหมวกข้างทาง วันหนึ่งกลับโด่งดังเป็นที่รู้จักเพียงชั่วข้ามคืนจากเพลง ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน สำหรับนักร้องหนุ่ม ก้อง ห้วยไร่ หรือ อัครเดช ก้องจำปา โดยหนุ่มก้องได้เปิดเผยถึงการมีชื่อเสียงของตัวเองว่าเกิดจากเรื่องที่ตนไม่เคยเชื่อมาก่อน แต่เมื่อทำปุ๊บก็กลายเป็นที่รู้จัก งาน เงิน และชื่อเสียงก็ไหลเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งหนุ่มก้องได้เล่าเรื่องไม่น่าเชื่อนี้ให้บันเทิงไทยรัฐฟังว่า 

เป็นคนไม่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่วันนึงได้เจอกับเรื่องนี้ด้วยตัวเองจังๆ คือเรื่องอะไร?

“คือผมเป็นคนไม่เชื่อเลย มีความคิดแบบคนรุ่นใหม่เลย แต่ถ้าโยงความเชื่อเหล่านี้ เคยมีร่างทรงบอกผมให้ไปไหว้ปู่คำชะโนด ที่ จ.อุดร ซึ่งผมก็ไม่ไป

โดนทักก่อนที่จะมีเพลงไสว่าสิบ่ถิ่มกัน และชีวิตในช่วงนั้นลำบากมาก ผมกลับไปอยู่บ้านเพราะอกหัก แล้วกลับมาสู้ที่กรุงเทพฯอีกครั้ง แล้วก็มีผู้ชายนุ่งขาวห่มขาวมาเข้าฝัน บอกให้ผมไปถวายตัวที่คำชะโนด แต่ผมก็ไม่ไป เพราะไม่เชื่อ ก็เป็นคนเร่ร่อนร้องเพลงตามข้างทางแถว ม.รามฯต่อไป"

...

"จนครั้งที่สามเหมือนไม่ได้ฝัน เหมือนเจอเลย คือตอนนั้นกำลังจะนอน เขาก็เดินเข้ามาหาผม เป็นผู้ชายสูงสง่าใส่ชุดขาวมา และบอกว่าเราเสวยทุกข์ที่ติดตัวมาหมดแล้วนะ ต่อไปก็จะเป็นการมาเสวยสุขแล้ว ซึ่งผมก็งงๆ เจอทักแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้อะไร

และหลังจากนั้นก็มีคนมาทักผมอีกว่ากลางปีจะดังมาก คนจะรู้จักทั้งประเทศซึ่งตอนนั้น อีก 15 วันจะกลางปีแล้วนะ (หัวเราะ) และสถานการณ์ตอนนั้นคือผมยังขอข้าววัดกินอยู่เลย ดีดกีตาร์ข้างถนน ได้เงินจากน้องอาร์มนักฟุตบอลที่เขาไม่รู้ว่าผมเป็นใครแต่ให้เงินมาหนึ่งพันบาท ชีวิตมันวนอยู่แบบนี้แล้วใครจะเชื่อ จะบ้าเหรอ”

แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงกลายเป็น ก้อง ห้วยไร่ ที่ทุกคนรู้จักกัน?
“ผมเล่าให้แม่ฟังครับ และคนแก่แถวบ้านเขาเชื่อเรื่องพวกนี้ก็เลยได้ไปครับ พอไปกลับมาชีวิตก็เปลี่ยนในคืนนั้นเลย ก่อนไปเพลงไสว่าสิบ่ถิ่มกัน ที่ผมโพสต์ลงในเฟซบุ๊กคืนแรกมีคนรู้จักแค่กดไลค์แค่ 7 ไลค์ กับหนึ่งคอมเมนต์ของเพื่อนผมเองที่พิมพ์ว่า กาก เพราะมันเป็นเพลงที่ไม่มีใครเคยได้ยินอยู่แล้ว

แม้จะโดนเพื่อนเมนต์ว่า กาก แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสเพราะว่าไม่ได้มีอะไรจะเสียแล้ว แต่หลังจากไปไหว้ที่คำชะโนดเสร็จแล้วกลับมา เจอยอดไลค์ 60,000 ไลค์ พร้อมกับคอมเมนต์มากมาย แล้วรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ก็โทรมาให้ผมไปรายการ แล้วก็ได้ไปรายการซุปเปอร์หม่ำ

จากเป็นคนที่ไม่เชื่อมาก่อน ตอนนี้ผมเชื่อแล้วครับ แต่ก็ไม่ได้งมงาย ที่นั่นมีคำสอนให้เราเป็นคนรักษาศีล รักษาคำพูด และเป็นคนกตัญญูต่อพ่อแม่ ปฏิบัติตามชีวิตก็เจริญรุ่งเรือง”

เพราะอย่างนี้เราถึงดูแลพ่อแม่แบบเต็มที่?
“ผมก็ดูแลท่านตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนั้นเปย์ในหลักสิบทุกวันนี้มันก็ตามกำลังที่ผมมีผมหาได้ครับ และสิ่งนี้ก็ทำให้ผมยังอยู่ตรงนี้ได้ทุกวันครับ”.