สร้างความฮือฮาไม่น้อย เมื่อมีภาพของ เกรซ นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ อายุ 21 ปี ลูกสาวของ เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ประธานกรรมการ บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แต่งกายข้ามเพศหญิงเป็นเพศชายมารับปริญญา โดยเจ้าตัวสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

และเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา เกรซ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี เสี่ยเจียง ตลอดจนคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทร่วมแสดงความยินดี

เกรซ เผยถึงความรู้สึกว่า "เรื่องแต่งกายข้ามเพศ จริงๆ แล้วความตั้งใจของเราตั้งแต่ที่เราเข้าจุฬาฯ มาเราค่อนข้างรู้สึกว่าการใส่กระโปรง หรือชุดนิสิตหญิง เราทำได้นะ แต่ว่ามันไม่คล่องตัวหลายๆ อย่าง เรารู้สึกอึดอัดไม่เข้ากับเราจริงๆ ถ้าเราลองสมมติว่าเพศชายเป็นสีน้ำเงิน เพศหญิงเป็นสีชมพู เราใช้ชีวิตใกล้สีน้ำเงินมากกว่า

วันนึงที่มันมีแค่สองชุด เราต้องเลือกแล้ว และเราก็เลือกชุดที่เป็นสีน้ำเงิน ซึ่งตอนมาเรียนหนังสือเกรซก็ใส่ชุดผู้ชายในวันที่อาจารย์เขาให้เราใส่ หรือไม่ต้องสอบ เกรซก็ใส่กางเกงมาตลอด พยายามไม่ผิดระเบียบ

หรือบางทีอาจารย์เรียกชื่อเราในชั้นเรียนอาจารย์ก็จะงงๆ ว่าเป็นนางสาวไม่ใช่เหรอ ทำไมใส่กางเกง แต่อาจารย์ทุกคนเข้าใจและเกรซว่าเราก็มาไกลแล้ว และสังคมปัจจุบันก็ทำให้เกรซรู้สึกภูมิใจว่า มีคนเปิดใจรับเราเยอะมากๆ

...

อย่างตอนนี้ที่มีการแชร์ภาพเกรซใส่ชุดข้ามเพศรับปริญญาออกไป ก็มีฟีดแบ็กจากคนทั่วไปที่เข้ามาแสดงความยินดีด้วย ก็ดีใจที่ทุกคนไม่ได้เข้ามาว่าเรา อีกอย่างเราก็ทำไปแบบที่เราขออนุญาตมหาวิทยาลัย เกรซปรึกษาคณบดีและอาจารย์แล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้แต่งข้ามเพศแบบนี้

เราต้องไปปรึกษาแพทย์ก่อน พบจิตแพทย์ว่าเราไม่ได้ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เราตั้งใจอยากจะทำจริงๆ ซึ่งเราไม่ได้มีปัญหาอะไรตรงนั้นก็ใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือนกว่าจะได้รับอนุญาต ก็รอลุ้นว่าเขาจะเข้าใจเราไหม

คือที่จุฬาฯ ไม่ใช่ปีแรกที่ให้นิสิตข้ามเพศแต่งกายได้ แต่เกรซเป็นคนแรกของของจุฬาฯ ที่ผู้หญิงแต่งเป็นผู้ชาย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เราจะเห็นผู้ชายแต่งเป็นผู้หญิง ซึ่งเกรซว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่บังเอิญเป็นเกรซที่มีคนรู้จัก เราเลยใช้โอกาสนี้ทำให้คนรู้ด้วยว่า จริงๆ แล้วว่ามันมีการเปิดรับแล้ว ก็ขอให้เป็นโอกาสของรุ่นน้องต่อไปด้วย พอเราทำได้เกรซดีใจมากเพราะถ้าเราใส่ชุดนิสิตหญิงก็คงค่อนข้างลำบากใจ เพราะว่าเราได้เป็นเราแล้ว ถ้าใส่ชุดนิสิตหญิงคงไม่ภูมิใจเพราะเราใช้ชีวิตมา 20 ปี เราได้เป็นเราอีกทีก็โอเคแล้ว

จริงๆ เรื่องเพศเกรซก็อายนะ เราก็เลือกบอกคุณพ่อคนแรกเลยว่า ป๊าเกรซใส่ชุดผู้ชายนะ ท่านก็หันมาถามเล่นๆ ว่า แล้วให้ท่านใส่ชุดอะไร ตอนแรกก็คิดว่า อาจจะไม่ได้ยินเราพูด เลยพยายามอธิบาย 

ท่านก็บอกว่ามันเป็นมุกหยอกเล่น คือท่านก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องการใส่ชุดอยู่แล้ว เพราะชุดมันเป็นองค์ประกอบหนึ่ง แต่การรับปริญญามันสำคัญมากกว่า เป็นวันที่เราเรียนจบ

หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าเกรซเป็นอะไรเป็น ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ซึ่งเขาก็น่าจะเห็นเรามาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ยิ่งบางคนเห็นคุณพ่อเราอายุมากแล้วมีทะเลาะกันเรื่องนี้ แต่สิ่งที่เกรซภูมิใจอย่างหนึ่งเลยคือ คุณพ่อเข้าใจเรา ตั้งแต่เขาเลี้ยงเรามาเลย คือท่านเลี้ยงแบบลุยๆ มันไม่แปลกที่เราจะเป็นคนแบบนี้

...

วันนี้รู้สึกภูมิใจมาก ที่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในครั้งนี้ ซึ่งคุณพ่อก็มาด้วย เพราะท่านตั้งใจไว้นานแล้วว่าจะมาวันรับจริง และตั้งแต่ที่เราเข้ามาเรียนที่นี่ คุณพ่อก็บอกว่าให้เราตั้งใจเรียนให้เต็มที่ก็พอ ไม่ได้หวังอะไรมาก และตลอด 4 ปีคุณพ่อเป็นกำลังใจให้ตลอด ซึ่งเกรซไม่รู้ว่าท่านมีของขวัญอะไรพิเศษให้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆเราคงมีไปทานข้าวกันในครอบครัวปกติ

...

จริงๆ เกรซจบแบบพลาดเกียรตินิยมนิดเดียวเอง ได้เกรด 3.1 นิดๆ แต่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องเกรด เพราะเราก็ได้รับความรู้มากๆ อยู่แล้วก็ดีใจ และพอจบแล้วเกรซว่าจะขอพักผ่อนสักพักนึงก่อน แล้วค่อยดูว่าจะเรียนต่อหรือทำงานเลย แต่เราก็ยังอยากหาประสบการณ์อยู่ อยากแข็งแรงกว่านี้ก่อน แล้วค่อยมาทำงานของคุณพ่อ

ซึ่งวิชาที่เกรซเรียนก็นำมาปรับใช้กับงานของคุณพ่อได้ เพราะเราเรียนออกแบบนิเทศศิลป์ ตอนนี้ก็ทำงานฟรีแลนซ์ของตัวเองก่อน ว่าการทำงานมันเป็นยังไง ไม่อยากเข้าไปทำงานกับคุณพ่อเลยโดยที่เรายังไม่มีประสบการณ์ ซึ่งคุณพ่อก็เห็นด้วยที่เราออกไปทำที่อื่นก่อนแล้วค่อยนำวิชามาสานต่องานท่าน".