ข่าว
100 year

สืบค้นจากคุก พบความจริงที่น่าตกใจ!!! ของสังคมเสื่อม

ไทยรัฐออนไลน์1 ก.ย. 2560 07:58 น.
SHARE

ยังเม้าท์กันสนั่นเมืองไม่หายกับกรณี เจ้าพ่อเล่าข่าวชื่อดังแห่งยุค สรยุทธ สุทัศนะจินดา ต้องติดคุก และนักการเมืองคนดังคนรวยต้องติดคุก แน่นอนว่าผิดคือผิด ถูกคือถูก ดีคือดี โกงก็คือโกง ต้องแยกแยะให้ออกด้วย ต้องรับผิดกันไปตามกฎหมาย

สังคมไทยเริ่มตื่นตัวกับคุกมากขึ้นๆ ความจริงอันน่าสลดใจที่เป็นอีกปัญหาสะสมมานานของสังคมก็คือ คนล้นคุก ประเทศไทยเรามีคนเลวมากขึ้นๆๆๆ จริงเหรอ งบประมาณที่ต้องทุ่มไปกับการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มันคือวิธีการที่ถูกแล้วจริงเหรอ? มันคือวิธีการของคนฉลาดแล้วจริงเหรอ? สังคมดีๆ ไม่มีขายง่ายๆ ตาม 7-11 อยากได้อยากมีคนในสังคมทุกคนต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นกว่าเดิม

เราไม่ได้จะพาไปบุกคุกที่สรยุทธโดนขัง! แต่บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จะพาไประเบิดสมองคุยเรื่องคนคุกกับ ณ๊อบ ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง ผู้บริหารจากบริษัท ณ๊อบโปรดักชั่นส์ จำกัด Nob Productions โปรดิวเซอร์จากหนังสารคดีคุณภาพเรื่อง ปู่สมบูรณ์ ผู้กำกับหนังเรื่อง สวีตบอย Sweet Boy และยังเป็นกรรมการสมาคมผู้บริหารการผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศ เคยทำงานร่วมกับกองหนังต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทยแล้วหลายเรื่อง เคยร่วมงานกับซุป'ตาร์แอ็กชั่นฮอลลีวูดหลายคน เช่น สตีเวน ซีกัล ฯลฯ

ณ็อบ ศฐาณพงศ์ เริ่มเล่าช้าๆ ชัดๆ ถึงชีวิตคนคุกที่หลายคนอยากรู้อยากเห็น "ผมได้มีโอกาสไปเป็นผู้กำกับสารคดีสั้น ทำสื่อให้กับสำนักกิจการในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เป็นสารคดีสั้นชื่อ ผู้หญิง : อาชญากร ตัวประกันหรือเหยื่อในกระบวนการยุติธรรม ภายใต้วาทกรรมยาเสพติด ที่ผมได้ไปทำเพราะทางนั้นเขาได้รับการแนะนำมา และเห็นผมเคยทำสารคดีปู่สมบูรณ์

"ผมได้ไปทำสารคดีสั้นเรื่องชีวิตคนคุก ในช่วงปี 2557 ทำให้ต้องเข้าออกคุกหลายรอบ แม้จะเป็นแค่ช่วงเช้าจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน ก็ได้พบกับความจริงหลายอย่างที่น่าตกใจ!!! ซึ่งทำให้ผมเกิดข้อสงสัยว่า ประเทศไทยเรามีผู้ถูกพิพากษาให้จำคุกมากขนาดนี้เลยเหรอ เกิดปัญหาตามมาคือ ผู้ต้องหาล้นคุกครับ

"มันทำให้การจัดการที่จะนำคนดี กลับสู่สังคมจะมีประสิทธิภาพลดลง อย่างเรือนจำภูเก็ตที่เก่าแคบและเหม็นอับ ผู้ถูกคุมขังนอนตรงๆ แทบไม่ได้เลย ต้องนอนเบียดตะแคงซ้อนกันเป็นตับ เมื่อมองย้อนไปต้นเหตุ เราจะทำยังไงให้คนไม่ทำผิดร้ายแรง จนต้องถูกพิพากษาจำคุก เรื่องนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ท้าทายกับพวกเราทุกคน ที่เป็นเจ้าของประเทศตามรัฐธรรมนูญ กรณีที่ติดคุกฟรี! หรือแพะ! ก็เป็นอีกเรื่องนะครับ

"ประเทศไทยประสบปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ใช้เงินหลวงกันไม่คุ้มค่าก็แย่พอแล้ว ยังต้องมาสิ้นเปลืองกับงบประมาณของกระบวนการยุติธรรมที่ปลายเหตุ แทนที่จะนำเงินพวกนี้ ไปดูแลระบบสาธารณสุขให้ทั่วถึง หรือไปสร้างอะไรดีๆ ได้อีกมากมาย เช่น โรงงานผลิตและขายรถยนต์ของคนไทยเอง

"ผู้ถูกคุมขังส่วนใหญ่มากๆ เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดครับ ซึ่งจัดอยู่ในประเภทความผิดที่กฎหมายบัญญัติขึ้น (Mala Prohibita) โดยเชื่อว่าเพื่อควบคุมสังคมให้เกิดความสงบเรียบร้อย ซึ่งแตกต่างจากความผิดในกลุ่ม (Mala in Se) ที่เป็นความผิดในตัวมันเอง ขัดต่อศีลธรรมและสามัญสำนึก เช่น การฆ่า การข่มขืน การทำร้ายร่างกายผู้อื่น การยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง

"ผมได้มีโอกาสคุยกับผู้ถูกคุมขังเกือบ 50 คน เชื่อมั้ยครับว่ามีแค่ 4-5 คนเองมั้ง ที่ยอมรับว่าตัวเองทำผิด หรือบางคนยอมติดคุกเพื่อไม่ให้ตัวเองโดนเก็บตายข้างนอก! และน่าแปลกคนที่ผมเจอส่วนใหญ่จะเป็นคนชายขอบ ชนกลุ่มน้อย คนไม่รู้หนังสือ คนแก่ คนยากจน ถ้าอีกด้านหนึ่งเป็นไปได้มั้ย ที่คนเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อทางอาชญากรรม! น่าคิดมั้ยครับ

"กรณีคดียาเสพติด ผมจำได้ดี มีผู้ถูกคุมขังสาวชาวเขาวัยรุ่นคนหนึ่งที่เรือนจำเชียงราย ผมได้คุยกับเธอ ฟังเรื่องราวแล้วคิดตามเหตุและผลอีกมุม ในใจผมบอกเลยว่าเธอเป็นแพะ ถ้าผมมีเงินในกระเป๋ากี่บาทก็ตามตรงนั้น ผมคงควักให้เธอหมด (กฎทางเรือนจำห้ามนำเงินเข้าไป) แต่ถ้าเธอหลอกผมได้ขนาดนี้ เอาสุพรรณหงส์สาขานักแสดงนำหญิง หรือเอาออสการ์นำหญิงยอดเยี่ยมไปเถอะ และด้วยที่ผมต้องทำประเด็นที่มีเนื้อหาละเอียดอ่อน ผมต้องศึกษาข้อมูลเชิงลึกหลายอย่าง แม้กระทั่งคำพิพากษากับทุกคดี ที่ผมได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับผู้ถูกคุมขัง

"ผมติดใจข้อความที่ว่า ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับ ถึงพฤติการณ์คนนั้นคนนี้ทำผิด อ้าว! เฮ้ย! นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย สายลับคือใคร! ควรต้องเอาสายลับมาเบิกความสาบานตนที่ศาลด้วยมั้ย ผมไม่ได้ว่าตำรวจหรอกนะครับ เพราะตำรวจดีมีเยอะ ตำรวจที่หลายคนชอบพูดว่าไม่ดีมีแค่ 1% แต่ถ้าผู้ต้องหาพวกเขาไม่ได้ทำผิด หรือไม่มีเงินจ่ายให้คนถือกฎหมายบางคน ทำให้ต้องมาอยู่ในคุกล่ะ คงจะเป็นเรื่องของเวรกรรมหรือที่พูดกันว่าซวย! ซวยที่มาเจอตำรวจ 1% นั้น ก็แหม! ทำไมตำรวจที่หลายคนบอกว่าไม่ดี 1% นี้กระจายไปอยู่หลายที่จัง

"กรณีของนโยบายยาเสพติด และตัวบทกฎหมายที่มีการบังคับใช้และบทลงโทษที่รุนแรง ไม่ได้สัดส่วนกับความผิด อย่างกรณีคนข้ามไปเที่ยวที่ประเทศลาวและไปเสพยาไอซ์ ขากลับเข้าประเทศไทย เผลอมียาไอซ์ติดมาด้วยแค่ 0.1 กรัม เหมือนเดิมครับ สายลับแจ้งตำรวจว่า...สุดท้ายกลายเป็นผู้นำเข้ายาเสพติด จำคุกหนักไปเลย 25 ปี ทั้งที่เขาเป็นแค่ผู้เสพ ทำไมไม่ถูกนำตัวไปบำบัด หรือเพราะเขาไม่มีเงินจ่ายตำรวจไม่ดี 1% อีกรึเปล่า ซึ่งโทษไม่ต่างจากผู้ค้ายาบ้า 800,000 เม็ด

"แต่ก่อนประเทศไทยบังคับใช้กฎหมายที่รุนแรงแข็งกร้าว เพื่อต่อต้านยาเสพติดตามแนวคิด ความไม่สามารถอดทนได้ต่อปัญหายาเสพติด เหมือนพวกตำรวจอเมริกาในหนังฮอลลีวูดนั่นแหละ เพื่อสร้างโลกที่ปลอดยาเสพติด แต่พอแนวคิดนี้ได้ปลูกฝังเข้าสู่ความคิดของบุคลากร ในกระบวนการยุติธรรมมากเข้า จนกลายเป็นการถูกครอบงำด้วยวาทกรรมยาเสพติด หลายปีที่ผ่านมาเป็นที่น่ายินดีที่เห็นหน่วยงานทุกฝ่าย ซึ่งมีบทบาทโดยตรงในกระบวนการยุติธรรมได้ประสานความร่วมมือกัน เพื่อปรับปรุงกฎหมาย และแนวทางอันนำไปสู่เป้าหมายในการลดจำนวนผู้ต้องขังคดียาเสพติด

"สำหรับหลายคนที่คิดว่าผมบ้าเปล่า ที่มีแนวคิดแบบนี้ เด็กๆ ยังรู้เลยว่ายาเสพติดมันไม่ดี เราต้องเล่นกีฬาเพื่อใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติด โรงเรียนไม่ได้สอนหรือไง ผมอยากให้ลองเปิดใจดู ค่อยๆ คิดตามว่า ยาเสพติดมันก็มีขึ้นบนโลก พอมีคนไปติดอยู่กับมันมากขึ้น คนที่มีอำนาจก็ตั้งกฎว่ามันผิด จนยาเสพติดกลายเป็นของหลบซ่อน พอคนยังต้องการใช้มัน ก็ให้เครื่องมือผู้คุมกฎ เช่น การวิสามัญฆาตกรรมผู้ค้ายา การจับคนค้าคนเสพยาเข้าคุก จนเกิดปัญหาคนล้นคุก

"การล่อซื้อยาเสพติดโดยใช้ความโลภของคน ที่ต้องการมีเงินเลี้ยงปากท้อง แล้วทุกวันนี้ยาเสพติดลดลงมั้ยครับ มันมีทางที่จะหมดไปจากสังคมรึเปล่า ต้นทุนผลิตยาบ้าเม็ดหนึ่งกี่สลึงกันเชียว ไอ้ผงแป้งกับเคมีของเหลวอัดเม็ด กระบวนการอะไรถึงปั่นราคาให้พุ่งไปเป็นเม็ดละ 200-300 บาทได้ ปั่นราคากันยิ่งกว่าหุ้นอีก แล้วเงินหลวงเงินจากภาษีของพวกเราทุกคน ยังต้องหมดไปอย่างมหาศาลกับนโยบายต่อต้านยาเสพติด ประเทศต้องเข้าสู่สงครามกับยาเสพติดที่ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ เราเอาเงินตรงนี้ไปสร้างความเจริญด้านต่างๆ เช่น ไปสร้างรถไฟฟ้าในเมืองอุบลราชธานี ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ ฯลฯ ดีกว่ามั้ยครับ

"ผมจึงอยากบอกว่า ถ้าเราลองเปลี่ยนวิธีบ้างล่ะ เริ่มจากยอมรับว่ายาเสพติดจะไม่มีวันหมดไป แล้วหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกับมันในสังคมได้อย่างไร ควบคุมมันอย่างไร และสุดท้ายจะเอามันมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง เช่นทางการแพทย์ โลกที่ปราศจากยาเสพติดมันคือความฝันครับ แต่โลกที่จะมีความรุนแรงและความทุกข์ลดลง จะเป็นโลกแห่งความเป็นจริงครับ".

ณ๊อบ ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง ไปร่วมงาน เวทีประกวดสาวอ้วน Miss Fat Thailand 2017
อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ณ๊อบ ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทองสรยุทธติดคุกคนล้นคุก ณ็อบยาเสพติดติดคุกกอสซิป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้