เป็นความสูญเสียอีกครั้งของวงการเพลงลูกทุ่ง เมื่อ ครูชลธี ธารทอง ครูเพลงชื่อดัง เสียชีวิตแล้วในวัย 85 ปี เมื่อ 21 ก.ค. 2566 ณ รพ.ศิริราช หลังจากเข้ารับการรักษาตัวใน รพ. จากอาการติดเชื้อในกระแสเลือดตั้งแต่ 24 เม.ย. 2566 ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาในการรักษาตัวนานเกือบ 3 เดือน บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอย้อนประวัติครูเพลงดังที่ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ ปี 2542 มาแล้ว
สำหรับ ครูชลธี ธารทอง มีชื่อจริงว่า สมนึก ทองมา เกิดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2480 ที่ จ.ชลบุรี ด้านการศึกษา เรียนชั้นประถม 1-3 ที่โรงเรียนวัดแก้วศิลาราม จ.ชลบุรี ชั้นประถม 4-6 ที่โรงเรียนวัดโคกขี้หนอน จ.ชลบุรี ชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนประชาสงเคราะห์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี ก่อนจะย้ายมาอยู่กับญาติที่ จ.ราชบุรี ซึ่งในวัยเด็กมีชีวิตที่ยากจน โตมาทำงานหลากหลายอย่าง อาทิ ทำนา ทำไร่ ขุดดิน เผาถ่าน ช่างไม้ ก่อสร้าง นักมวย ลิเก นักพากย์หนัง หางเครื่อง กรรมกร
...
ครูชลธีสนใจการร้องเพลงลูกทุ่งตั้งแต่เด็ก เคยเป็นนักร้องเพลงเชียร์รำวงของวงดาวทอง ต่อมาสมัครเป็นนักร้องในวงดนตรีของสุรพล สมบัติเจริญ และได้ขึ้นเวทีในวันที่สมัคร แต่ครูชลธีไม่มีที่พักในกรุงเทพฯ ต้องเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ และ จ.ราชบุรี และไม่ชำนาญเส้นทางในกรุงเทพฯ ทำให้เข้าวงสายตลอด 3 วัน จนถูกไล่ออก จากนั้นก็มีผู้ชักชวนมาอยู่วงลิเกและพากย์หนัง พอบวชและสึกแล้วก็มาเป็นหางเครื่องวงของ เทียนชัย สมญาประเสริฐ ที่มี ผ่องศรี วรนุช นักร้องดัง รวมอยู่ด้วย แต่ลาออกจากวงเพราะถูกกล่าวหาว่าขโมยทองของนักร้องในวงระหว่างที่รถของคณะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ
ครูชลธีสมัครประกวดร้องเพลงซึ่งจัดโดยวงรวมดาวกระจายของครูสำเนียง ม่วงทอง โดยใช้เพลงที่เขาแต่งขึ้น และได้รางวัลชนะเลิศ ครูสำเนียงรับมาอยู่ร่วมคณะ แต่ไม่ได้ขึ้นร้องเพราะนักร้องเต็ม และครูสำเนียงเป็นคนตั้งชื่อให้เขาว่า ชลธี ธารทอง เพราะเป็นคน จ.ชลบุรี ครูชลธีได้ขึ้นร้องเพลงหลังจากอยู่วงมาปีครึ่ง ต่อมาได้อัดแผ่นเสียงรวม 4 เพลงแต่ไม่ดัง ช่วงนั้นเขาศึกษาวิชาแต่งเพลงจากครูสำเนียง และนำความรู้ความสามารถในการเขียนโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน มาใช้ในการแต่งเพลง
และเมื่อครูชลธีแต่งเพลง “พอหรือยัง” ก็ถูก ศรคีรี ศรีประจวบ นำไปร้องจนประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีใครเชื่อว่าเขาแต่ง เนื่องจากตอนแต่งเพลงนี้เขาหลงรักสาวในคณะรวมดาวกระจายและอกหัก จึงแต่งเพลงนี้ร้องแก้กลุ้ม และนักร้องนำชายในวงชอบเลยขอเอาไปร้องบนเวที ต่อมานักร้องคนนี้ถูกไล่ออกและไปอยู่วงของศรคีรี ศรคีรีที่ได้ยินเพลงนี้ก็ถามว่าใครแต่ง นักร้องคนนั้นกลับบอกว่าเขาแต่งเอง ศรคีรีจึงขอเอามาอัดเสียงโดยใช้ชื่อคนแต่งว่าศรคีรี เมื่อชลธีทักท้วง ศรคีรีจึงอธิบายจนเป็นที่เข้าใจกันทุกฝ่าย
หลังจากนั้นชลธีถูกไล่ออกจากวงรวมดาวกระจาย หลังถูกหาว่าดังแล้วแยกวง ซึ่งไม่เป็นความจริง ต่อมามีนายทุนออกเงินตั้งวง โดยตั้งชื่อวงว่า “สุรพัฒน์” แต่ก็ไปไม่รอด ส่วนเพลงของเขาก็ขายไม่ค่อยได้เพราะคนไม่รู้จักชื่อเสียง เมื่อศรคีรีขอให้ช่วยแต่งเพลงให้ แต่พอชลธีแต่งเพลงชุดนั้นเสร็จ ศรคีรีก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ชลธีตัดสินใจหันหลังให้วงการเพลง และพาครอบครัวไปช่วยพ่อตาแม่ยายทำไร่ข้าวโพดที่แก่งเสือเต้น แต่ก่อนออกจาก กทม. เขาบังเอิญพบกับ สายัณห์ สัญญา ซึ่งในเวลานั้นเป็นเด็กล้างรถที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งแถวบุคคโล และรู้สึกถูกใจในเสียงของเขา จึงได้มอบเพลง 2 เพลงที่กะจะให้ศรคีรีไปโดยไม่คิดเงิน ซึ่งก็คือเพลง "ลูกสาวผู้การ" และ "แหม่มปลาร้า"
...
เมื่อสายัณห์ สัญญา โด่งดัง ครูชลธี จึงถูกมนต์ เมืองเหนือ เรียกตัวกลับกรุงเทพฯ เพื่อให้แต่งเพลง จากนั้นลูกศิษย์คนต่อมาของครูชลธีก็คือ เสกศักดิ์ ภู่กันทอง โด่งดังจากเพลง "ทหารอากาศขาดรัก" จากนั้นครูชลธียังคงผลิตผลงานและปั้นนักร้องลูกทุ่งออกประดับวงการอยู่เรื่อยๆ และประสบความสำเร็จอย่างมาก จนได้รับฉายาจาก ยิ่งยง สะเด็ดยาด คอลัมนิสต์ นสพ.ไทยรัฐ ว่า "เทวดาเพลง" นอกจากนี้ ครูชลธีเคยหันมาจับธุรกิจทำวงดนตรีลูกทุ่งให้กับ สุริยัน ส่องแสง แต่นักร้องนำถูกยิงตายเสียก่อน ทำให้ตกเป็นหนี้ครั้งใหญ่
นอกจากนี้ ครูชลธียังมีผลงานแต่งเพลงมากมายกว่า 2,000 เพลง อาทิ ทหารอากาศขาดรัก, พอหรือยัง, แหม่มปลาร้า, ลูกสาวผู้การ, กินอะไรถึงสวย, ไอ้หนุ่มตังเก, ล่องเรือหารัก, เรียกพี่ได้ไหม, สาวผักไห่ ฯลฯ และสร้างชื่อเสียงให้กับนักร้องดังในวงการเพลงเป็นจำนวนมาก อาทิ สายัณห์ สัญญา, ยอดรัก สลักใจ, ศรเพชร ศรสุพรรณ, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, ก๊อต จักรพันธ์, เสรีย์ รุ่งสว่าง, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, ดำรง วงศ์ทอง, เอกพจน์ วงศ์นาค, แอ๊ด คาราบาว ฯลฯ
...
และจากผลงานต่างๆ มากมายในแวดวงเพลงลูกทุ่ง ทำให้ครูชลธีได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักประพันธ์เพลงลูกทุ่ง) ประจำปี 2542.
คลิกเพื่ออ่านข่าว ครูชลธี ธารทอง เพิ่มเติม