Transformers: The Last Knight
หรือในชื่อไทย ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 5 อัศวินรุ่นสุดท้าย การกลับมาครั้งที่ 5 ของ Transformers แฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่หลายคนรอคอย ซึ่งครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าระดับของหนังนั้นเว่อร์วัง อลังการ ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างมาเลย และเช่นเดิมอย่าไปสนใจอะไรกับเนื้อเรื่องมากนัก แต่ให้โฟกัสกับความมันของฉากแอ็กชั่นการแปลงร่างอันตื่นตาตื่นใจ และการต่อสู้ระหว่างหุ่นยนต์ที่ทำให้ไม่ว่าจะออกมากี่ภาค เราก็ยังไปดู!


เนื้อเรื่องของ Transformers: The Last Knight ต่อจากภาค Age of Extinction (2014) เมื่อ “ออพติมัส ไพรม์” ได้เดินทางกลับดาวไซเบอร์ตรอนเพื่อค้นหาผู้สร้างนาม “ควินเทสซ่า” ที่ทำให้เราได้รู้ว่า มนุษย์และทรานฟอร์เมอร์สเกี่ยวพันกันมาตั้งแต่ยุคสมัย “กษัตริย์อาเธอร์” และพ่อมด “เมอร์ลิน”​ จนถึงปัจจุบัน ทำให้ ออพติมัส ไพรม์ กลับสู่โลกเพื่อค้นหาวัตถุปริศนาเพื่อคืนชีพดาวไซเบอร์ตรอน นำไปสู่การเป็นศัตรูกับอดีตคู่หูอย่าง “บับเบิลบี” และมนุษย์ที่ศรัทธาในตัวเขา “เคด เยเกอร์” ที่ต้องการปกป้องโลกนี้

...

แอ็กชั่นมัน เว่อร์วัง อลังการที่สุด

ผู้กำกับ ไมเคิล เบย์ ชื่อนี้การันตีถึงความวินาศสันตะโรของฉากแอ็กชั่นอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านๆ มาเราก็คิดว่าเขาปล่อยของมาสุดแล้ว แต่ไม่ใช่เลย! ใน Transformers: The Last Knight ได้เพิ่มความโม้มันอลังการงานสร้างขึ้นไปอีก ในระดับที่อาจกล่าวได้ว่า ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภาคที่สร้างกันมา

โดยเฉพาะบนจอ IMAX 3 มิติ ที่ครั้งนี้ ไมเคิล เบย์ ใช้กล้องนี้ในการถ่ายทำเกือบ 100% ซึ่งยอมรับเลยว่างาน 3 มิติ บนจอ IMAX ของ Transformers: The Last Knight มีมิติที่ลึก สมจริง ช่วยยกระดับความมันของฉากแอ็กชั่นให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก ใครที่เคยติดใจกับการดูหนัง Transformers บนจอ IMAX ครั้งนี้ก็อย่าได้พลาดเป็นอันขาด

ขยายจักรวาล Transformers ไปไกลสุดกู่

สิ่งหนึ่งที่หนัง Transformers ถูกแฟนๆ และนักวิจารณ์ตำหนิมาตลอดตั้งแต่ภาค 2 Revenge of the Fallen (2009) ก็คือ “เนื้อเรื่อง” ที่โม้และเสริมเติมแต่งโดยไม่คำนึงถึงความสอดคล้องกับภาคอื่นๆ ซึ่งเหมือนทีมผู้สร้างก็ยังคงสนุกกับการต่อเติมเรื่องราวขยายจักรวาล Transformers ไปไกล โดยไม่สนเสียงวิจารณ์แต่อย่างใด

ซึ่งใน Transformers: The Last Knight ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น กับการโยงเรื่องราวตำนาน บุคคล และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เข้าด้วยกัน ยำใหญ่ใส่สารพัดขยายเรื่องราวชนิดที่มีวัตถุดิบในการสร้างภาคแยกหรือภาคต่อได้อีกมากมาย

เวลาหนังกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง หมดไปกับการปูรายละเอียดข้างต้น จนละเลยการพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครมนุษย์ และรวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหุ่นยนต์ ที่ใส่มาลอยๆ ให้แค่ว่า “มี” แต่ไม่สามารถทำให้เราอินไปกับความสัมพันธ์นั้นได้เลย

สรุปแล้ว Transformers: The Last Knight เป็นหนังดูเอามัน ไม่ต้องคิดอะไรมาก เหมาะสำหรับแฟนคลับทรานฟอร์เมอร์สโดยเฉพาะ ซึ่งก็คงไม่พลาดกันอยู่แล้ว แต่กับใครที่ไม่ใช่แฟน แต่อยากสัมผัสประสบการณ์การดูหนัง IMAX 3 มิติ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด นี่คือหนังที่คุ้มค่าตั๋วทุกบาททุกสตางค์

...

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ
--- ชาแมน ---
CMZMOVIE.COM
Facebook.com/cmzmovie
Twitter.com/Chamanz13