หากพูดถึงชื่อของ ปริมมี่ วิพาวีร์ พัทธ์ณศิริ  หลายคนอาจจำเธอได้จากลุคนางแบบสุดอินเตอร์ นักแสดงสาวสุดเท่จาก FAST & FEEL LOVE หรือผลงานโฆษณาและแคมเปญระดับอินเตอร์ 

แต่วันนี้เธอกำลังจะกลับมาท้าทายฝีมืออีกครั้งในบทบาท “สายทอง” จากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง "อัศจรรย์วันทอง" ที่กำลังเข้าโรงภาพยนตร์อยู่ในตอนนี้

การเดินทางของปริมมี่ บทบาทที่ถูกตีความใหม่ และมุมมองอันตรงไปตรงมาต่อวงการบันเทิงไทย ของผู้หญิงที่รักในงานแสดงสุดหัวใจ

อยากรู้จักปริมมี่?

“ปริมเป็นนักแสดง นางแบบแล้วทำงานกำกับบ้าง จริงๆ อยู่ในวงการมาสักพักแล้วค่ะ เล่นมาลีเพื่อนรักพิศดาร เป็นนางแบบตั้งแต่ 14 ตอนนี้ 29 แล้วค่ะ เกือบ 10 ปี แต่ปริมไปเรียนเมืองนอกมา ไปอยู่เมืองนอกมา 5 ปี ช่วง 19 จนถึง 25 ก็คืออยู่เมืองนอก ไปเรียนฟิล์ม ก็ได้ทำงานเยอะอยู่ เป็นพวกแคมเปญแฟชั่น ช่วงนั้นจริงๆ มีคนชวนทำงานที่ไทยด้วยแต่ว่าปริมอยากเรียนให้มันจบ ไหนๆ ก็ไปแล้วเวลากลับมาเมืองไทยมีเล่น MV บ้าง 

พอช่วงโควิดโชคดีกลับมาก็ได้เล่นหนังของ พี่เต๋อ นวพล เรื่อง FAST & FEEL LOVE (เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ) แล้วพี่เต๋อเห็นปริมจากโปสเตอร์ที่เยอรมัน เลยชวน เขาเล่าให้ปริมฟังว่าตอนนั้นเขาไป Berlin Film Festival แล้วเห็นหน้าปริมอยู่ในร้านขายแว่นตายี่ห้อ Mykita ที่ปริมไปถ่ายกับตากล้องชื่อ Marc Bolger เขาคือตากล้องรุ่นใหญ่มาก ถ่ายให้ Balenciaga สมัยก่อน แล้วเขาก็เห็นโปสเตอร์ในร้าน เขาก็เฮ้ย น้องคนนี้ที่เล่นมาลีเพื่อนรักนางพิศดาร ตอน 16-17 นี่นา แล้วเหมือนเขาจำปริมได้ พอเขาเห็นปริมกลับไทยก็ชวนไปแคสหนัง แล้วก็ได้เล่น ดีใจมาก”


ทำไมถึงอยากกลับมาทำงานที่เมืองไทย?

“อยู่ที่นู่นมันยากนะคะ หมายถึงเราเป็นคนเอเชีย ปริมชอบงานแสดงมากกว่างานแบบ ชอบงานแสดงมากๆ แล้วก็อยากกลับมาทำงานที่ไทย อาจจะในโลกของการทำหนัง ปริมว่าการแสดงพูดภาษาอังกฤษมันก็ยาก ถึงแม้ปริมจะพูดภาษาอังกฤษชัด สุดท้ายแล้วปริมว่ามันก็ยาก มันเหมือนเราไปเป็นปลาเล็กๆ ในโลกใหญ่ๆ  แต่ที่ไทยปริมว่ามันมีโอกาสได้ทำงานมากกว่า แล้วปริมว่าประเทศเราทำหนังเก่ง หมายถึงหนังไทยบ้านเราก็สนุกดี แล้วปริมก็ชอบทำงานที่ไทย จริงๆ ถึงแม้ปริมไปเรียนที่เมืองนอก ปริมก็ยังเป็นคนไทยอยู่ ปริมชอบอยู่ที่ประเทศไทย ชอบวัฒนธรรมที่ประเทศไทย อยากกลับมาอยู่”


คนส่วนใหญ่อยากไปใช้ชีวิตเมืองนอก?

“ปริมว่าถ้ามีโอกาสไป-กลับมันดี ถ้ามีโอกาส ซึ่งตอนนี้ปริมดีใจนะที่ว่าตอนนั้นไปเรียนต่อที่เมืองนอกเพราะว่าได้เจอ ได้ทำงานกับคนที่เมืองนอกเยอะมาก กับแบรนด์ต่างๆ แล้วพอปริมได้มีประสบการณ์ทำงานที่เมืองนอก พอกลับมาไทยเขาก็ยังจำเราได้ ชวนไปทำงานที่เมืองนอก บินไปทำงานแฟชั่นที่เกาหลี ที่นิวยอร์ก มันทำให้ปริมได้มีอาชีพการทำงานที่แตกต่างกัน มีโปรเจ็กต์หลายๆ แบบ เช่น ปริมเคยเป็นนักแสดงในเกมชื่อ Dead Island ตอนนี้มีหน้าอยู่ในเกมซอมบี้ 

มีหน้าปริมอยู่ในเกมซอมบี้เล่นเป็นปริมได้ สู้ฆ่าซอมบี้ อันนี้คือถ่ายเป็นตัวละครชื่อ Dead Island ค่ะ แล้วก็ได้ทำงานกับผู้กำกับ Spiderman John Watt ที่เขามาถ่ายโฆษณาที่ไทย เป็นโฆษณาเกมอีกอันหนึ่งเหมือนกัน คือเขาจำได้ว่าปริมเคยไปทำงานนี้ พอกลับมาไทยเขาจำได้ว่าเราอยู่ไทย เขาก็เรียกเราไปทำงาน ปริมรู้สึกว่าปริมโชคดีที่มีโอกาสได้ทำงานทั้งที่เมืองนอกและที่ไทย ได้ลองพัฒนาแล้วก็ฝึกตัวเอง 

เพราะการที่ปริมไปอยู่เมืองนอกมันก็ไม่ได้ง่ายเหมือนกันนะ ไปอยู่ไปทำอะไรคนเดียว แล้วพอกลับมาไทยได้มีโอกาสเล่นหนังไทยก็รู้สึกดีใจว่าเขาก็ยังให้โอกาสเรา ไม่ได้มองว่าเราเป็นแบบเด็กฝรั่ง ปริมว่าอยู่ที่นู่นก็มีโอกาสในแบบของมันแต่มันก็ยาก มันก็ยากกว่า”


แล้วที่ไทยมันยากยังไง?

“ปริมว่าปริมอาจจะแตกต่างกับตลาดที่นี่ เขามองว่าปริมค่อนข้างเฉพาะกลุ่มไม่ได้แมสขนาดนั้น หรือว่าคนไทยเขาอาจจะคิดว่าปริมฝรั่ง แต่จริงๆ แล้วปริมไม่ได้ฝรั่งขนาดนั้น ปริมแค่เรียนที่เมืองนอกเฉยๆ ชอบดูหนังฝรั่ง ปริมค่อนข้างชิลๆ บ้านๆ ด้วย การที่ถูกมองว่าแตกต่างมันอาจจะเป็นกำแพงกับคนด้วยมั้ง คนอาจจะไม่กล้า คิดว่าเป็นฝรั่ง ปริมจะรับเหรองานแบบนี้ เห็นไปทำงานที่เมืองนอกมา แต่ปริมไม่อยากให้คนคิดอย่างนั้น ปริมชอบรับงานทุกแบบ ปริมเปิดมากกับการทำงานและคิดว่ามันสำคัญที่เราจะทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกัน 

ปริมชอบเล่นหนังมากแล้วที่ปริมโฟกัสคืออยากเป็นนักแสดง ตอนนี้ปริมก็ได้พัฒนาจากการเป็นนางแบบมาเป็นนักแสดงแล้ว คนก็จำเราได้ในฐานะนักแสดงที่ไทย รู้สึกว่าอยากจะรักษาสเตตัสแบบนี้ไว้ พยายามฝึกฝนตัวเองไปเรื่อยๆ ตอนนี้ปริมทำงานที่ไทยเป็นหลัก เพิ่งไปทำงานที่ New York มาสี่เดือนระหว่างที่รอหนังออก แต่ก็มีไปแคสงานแสดงที่ต่างประเทศ ตอนได้ Artist Visa ปริมเซ็นสัญญากับเอเจนซี่ที่นู่นไว้ด้วย ไปอยู่เอง หางานเอง ไปหาคอนเนกชั่นเอง เอเจนซี่ส่งไปแคสด้วย ซึ่งมันยากมาก วันนึงไปแคส 5-6 งาน ปริมเลยคิดว่าถ้ามันมีโอกาสได้ทำงานหลายๆ แบบในแต่ละที่ มันต้องพยายามไปเรื่อยๆ 

แล้วด้วยความที่ว่าปริมอาจจะไม่ได้แมส ไม่ได้อยู่ค่าย ไม่ได้เล่น Girl Love หรืออะไรที่ไทยตอนนี้กำลังมา แต่ปริมคิดว่าการเป็นตัวของตัวเองในแบบที่ปริมเป็นก็ทำให้ปริมแตกต่างกับคนอื่นๆ แล้วอาจจะมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่าง หลายๆ แบรนด์หรือลูกค้าอาจจะมองเราในอีกมุมหนึ่ง ปริมก็หวังว่าทุกอย่างมันจะเปิดโอกาสมากขึ้น มันไม่ได้แค่ล็อคอยู่ในโลกของ Girl Love หรือว่า Boy Love อย่างเดียว อยากให้คนมองว่าคนเราก็อาจจะมีคาแรคเตอร์ที่มันแตกต่างกันได้แล้วก็เป็นตัวของตัวเองได้อะไรอย่างนี้”


หรือเราจะต้องไปอยู่ในโลกเกิร์ลเลิฟไหม?

“ก็เคยคิดนะคะ ทุกคนชอบคิดว่าปริมเป็นพลังงานแบบนั้น แต่ปริมไม่ได้เป็น คนบางคนชอบคิดว่าเป็นคนแมนๆ หรือไม่ได้เป็นผู้หญิงหวานมาก ถ้ามันมีโอกาสแล้วถ้ามันมีบทที่ปริมชอบก็สนใจ แต่ว่ายังไม่ได้ ยังไม่เจอ มีคิดบ้างนะว่าหรือเราจะต้องเข้าไปเล่นใน Girl Love เพื่อจะได้ดัง ปริมรู้สึกแบบนั้นเลยแหละ แต่ยังไม่เจอบทที่เราชอบ"


มีเสนอเข้ามาด้วยเหมือนกัน?

“ก็มีค่ะ แต่ปริมเป็นคนที่ ถ้าปริมทำงานอะไร ปริมต้องชอบมัน เพราะเป็นคนที่อินกับการทำงานมาก พอทำอะไรแล้วเราจะให้ทั้งหมด ปริมไม่อยากไปบังคับให้ตัวเองทำในสิ่งที่ตัวเองอาจจะไม่ได้สบายใจ เพราะปริมรู้สึกว่าโลก Girl Love Boy Love ก็จะเป็นโลกของเขาเลย มันไม่ใช่แค่ทำหนัง ทำซีรีส์เรื่องนึงแล้วมันจบ มันมีนู่นนี่นั่นต่อมีแบบแผนงานต่อจากนั้น แต่ส่วนตัวก็ดูได้ว่าน่าจะได้อยู่นะ มีความทรงเมะ"


กับการทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ? 

"อันนั้นเป็นหนังอาร์ตที่ปริมลองเขียนแล้วก็ฝึกกำกับเอง มีไปหาทุนกับทำงานกับพวกโปรดักชั่นที่เมืองนอก ก็แค่ฝึกทำไปเรื่อยๆ แต่มันออกมาอาร์ตเอง ปริมหมายถึงมันก็ไม่ได้แมส มันเป็นหนังเฉพาะกลุ่ม เขียนขึ้นมาเองแล้วก็ทำกับเพื่อนๆ เพราะปริมเป็นคนชอบดูหนังก็เลยไหนๆ ก็ชอบการแสดงมากๆ พอมีโอกาสได้ทำเบื้องหลังก็ลองดูไม่เสียหายอะไร ก็ฝึกฝนพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ”


แล้วเรามองวงการหนังไทยเป็นยังไงบ้าง?

“ปริมคิดว่าอยากให้คนไทยไปดูหนังในโรงหนังมากขึ้น ตอนนี้ทุกคนดูแพลตฟอร์ม อุตสาหกรรมการทำหนังบ้านเรา ปริมว่าหนังมันต้องไปดูที่ในโรง เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้มันใหญ่ขึ้น แต่ปริมว่าหลายๆ คนไม่ค่อยไปดูในโรง มันน่าเสียดายเหมือนกันนะคะ อยากเห็นหนังในรูปแบบหลายๆ แบบมากขึ้น ปริมคิดว่าคนไทยทำหนังเก่ง หลานม่า ก็ได้เข้า Oscar ติด Top 15 แล้วก็มีหนังผีใช้ได้ ก็ได้ชนะที่คานส์ รู้สึกว่าก็มีหนังอาร์ตผสมหนังไทยที่มันค่อนข้างที่จะใหญ่ขึ้นในประเทศไทย แล้วรู้สึกว่าจริงๆ คนไทยก็เก่ง อยากเห็นหนังบ้านเราพัฒนาและมีรูปแบบหลายๆ แบบมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ปริมคิดว่ามันอาจจะไม่มีเยอะมาก ส่วนมากก็เป็นหนังผี หนังแอคชั่น ปริมคิดถึงยุคสมัยหนังรัก อย่าง กวนมึนโฮ หนัง Rom-Com หนังที่คนเขาไปดูในโรงกัน”


อยากลองมาสายเป็นผู้กำกับจริงจังไหม?

“ผู้กำกับอาจจะยังค่ะ ตอนนี้อยากโฟกัสงานแสดง แต่งานกำกับปริมว่ามันเป็นระยะยาว งานกำกับมันไม่ได้มี Timestamp เหมือนงานแสดงหรือว่างานแบบ ปริมรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ฝึกฝนไปเรื่อยๆ แล้วถ้าอนาคตมีอายุมากขึ้นหรือไม่ได้เป็นนักแสดงแล้ว ก็อยากจะลองมาทำอะไรเบื้องหลังดูค่ะ ตอนนี้ก็เลยมุ่งเป้าไปที่งานแสดง"

 

เส้นทางนักแสดง แล้วมองแบบงานในวงการนักแสดงในเมืองไทยเป็นยังไงบ้าง?

“มันยาก ปริมรู้สึกว่าเป็นนักแสดงอย่างเดียวมันยากมาก แต่ปริมโชคดีที่ปริมมีงานที่ทำไปด้วยที่เมืองนอกและที่ไทย” 


มาพูดถึงงานในไทย ในเรื่องวันทองรับบทเป็นใคร?

“เป็นทาสชื่อสายทอง เป็นทาสของวันทอง ครอบครัววันทอง เป็นผู้หญิงที่พี่มุก ผู้กำกับเขียนดัดแปลงจากบทประพันธ์เดิม สายทองเป็นทาสที่โดนขุนแผนเอามาเป็นเมียคนที่สอง แต่ในเรื่องนี้เป็นพี่เลี้ยงของวันทอง ในเวอร์ชั่นออริจินอลสายทองเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายมาชอบเยอะ เป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงในสมัยอยุธยาแต่ในเรื่องของพี่มุก สายทองเป็นผู้หญิงที่เป็นพี่เลี้ยงของวันทองที่คอยอยู่ดูแลวันทองก็จริง แต่เป็นผู้หญิงที่มี Sex appeal พี่มุกจะใช้ความเป็น Sex appeal ของผู้หญิงในตัวสายทองเป็นจุดประเด็นในการเล่าเรื่อง“


แคสมายังไง?

”ตอนนั้นอยู่เมืองนอก เขาโทรมาหาตอนตีสี่ จำได้ว่ามีคนทักมาหาชวนไปเล่นหนัง ก็บอกว่าเดี๋ยวตื่นมาคุย แล้วก็ได้คุยกัน ตอนนั้นไปทำงานที่ต่างประเทศ ก็งงว่าเขาจะให้เราเล่นพีเรียดจริงเหรอ คนชอบบ่นว่าปริมมีแต่สำเนียงภาษาอังกฤษ พูดไม่รู้เรื่อง ตอนเล่นหนังปริมคิดว่ามันก็เป็นจุดที่เราเซ็งเหมือนกันนะ ไม่อยากให้เขามองเราแบบนั้น ที่ผ่านมาก็พยายามก็ฝึกพูดภาษาไทยเยอะๆ พอได้ไปแคสจริงๆ มันก็ไม่ได้เป็นพีเรียดจ๋า มันมีความแฟนตาซียังมีความสมัยใหม่อยู่ รู้สึกน่าสนใจ เรื่อง Sex appeal ไม่รู้ว่าเขาแคสยังไง แต่เขาต้องการให้คาแรคเตอร์มีความสวยความงาม มีความเซ็กซี่ในยุคสมัยนั้นต้องตัดผม ปริมไม่ได้ตัดผมแต่ใส่วิกให้ดูเป็นผู้หญิงอยุธยาผมสั้น เป็นบิวตี้ของคนยุคนั้น ที่ผมสั้นเคี้ยวหมากฟันดำ“


หลังจากได้อ่านบทแล้ว เห็นความเป็นสายทองอยู่ในตัวเราเองบ้างไหม?

“เรื่องของคาแรคเตอร์ที่ทำงานกับพี่มุกแล้วกันค่ะ การบ้านที่ทำมาก็คือคุยกันเยอะมากเลยว่าคนสายทองเป็นคนยังไง สายทองเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง สู้ชีวิต เจออะไรมาเยอะกับชีวิตมากๆ เพราะเขาเป็นทาสแล้วก็โดนซื้อตัวมาอยู่กับครอบครัวของวันทอง ก็ไต่ลำดับจากทาสมาเป็นพี่เลี้ยงของวันทอง ซึ่งอาจจะเป็นอะไรที่รีเรทกับปริม เพราะว่าปริมเป็นคนที่ชอบอิสระ เป็นตัวของตัวเองสูง เป็นผู้หญิงที่ทำงาน ดูแลตัวเอง ปริมรู้สึกว่าตัวพี่มุกก็เป็นผู้หญิงอย่างนั้นเหมือนกัน ปริมรู้สึกว่ามันมีเรื่องของทั้งปริมและพี่มุกที่รีเลทกับคาแรคเตอร์นี้ได้ในด้านนี้ค่ะ”


เส้นเรื่องมันแตกต่างจากออริจินอลมากน้อยแค่ไหน?

“เส้นเรื่องเหมือนเดิมแต่ว่าการสื่อสาร มีนนิ่งของเรื่องไม่เหมือนเดิม เพราะว่าในออริจินอล วันทองเขาโดนตัดหัวเพราะเขามีใจให้ผู้ชายสองคน แต่ว่าในเรื่องนี้มันเกี่ยวกับผู้หญิงที่เขาไม่ได้ต้องการที่จะรักใครสักคน หรือว่าเขารักทั้งคู่แหละ หรือว่ามีใจให้ทั้งคู่ แต่ว่าเขาต้องการที่จะสู้ชีวิตแล้วต้องการที่จะโฟกัสกับตัวเอง หมายถึงว่าต้องการที่จะค้นหาตัวเองแล้วก็รักตัวเอง ปริมว่าอันนั้นคือจุดประเด็นของหนังเรื่องนี้ค่ะ คือการที่บอกว่าผู้หญิงเราเลือกที่จะรักตัวเองหรือคำว่ารักมันบริสุทธิ์แค่ไหน"


แล้วสายทองในเวอร์ชันนี้เขาจะสื่อสารอะไรกับคนยุคใหม่หรือว่าผู้หญิงในตอนนี้?

“ความแข็งแกร่งของผู้หญิง ความอดทนของผู้หญิงในหน้าที่เราจะต้องเป็นคนดูแล แล้วความรักในแบบของสายทอง อันนี้บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่ความรักในแบบของสายทองมันเป็นความรักที่บริสุทธิ์มากๆ แล้วปริมว่ามันเป็นเส้นเรื่องของมันในหนัง ตอนที่อ่านบทว่าเขาเป็นคนอย่างนี้แล้วมันเป็นความรักที่อาจจะแตกต่างจากขุนแผนขุนช้าง”


การร่วมงานกับพี่ๆ เป็นไงบ้าง?

“ก็สนุกดีค่ะ ตลกดี ตอนแรกมีความเกร็ง ตอนเข้ามาใน workshop ก็คืออยู่กันคนละอยู่คนละมุม เจอกับทุกคนก็จะเขินๆ นิดนึง คือปริมก็เล่นหนังมาแต่ว่าก็ไม่ได้เป็นเบอร์ใหญ่เท่าทุกคน มันจะมีความทำตัวไม่ถูกอยู่นิดนึง ตลกดี เขาทำตัวไม่ถูก เราก็ทำตัวไม่ถูก มันก็เลยตลกเพราะทุกคนมีความเกร็งๆ“


แล้วเรากังวลกับใครมากที่สุด?

“ตอนแรกคือพี่หมากเพราะมันต้องมีฉากแนบชิดกับพี่หมาก แล้วเขาหล่อไง ปริมก็ไม่เคยแสดงก่อนในชีวิตนี้ ก็บอกพี่ หนูไม่เคยทำอะไรอย่างนี้มาก่อนเลยนะ เขาก็บอกพี่ก็ไม่เคยทำเหมือนกัน แต่ว่าพออยู่กับครูร่ม เขาก็ให้ซ้อม 

แต่พี่อิ้งค์คือกลายเป็นเหมือนเป็นพี่น้องกันไปเลย เพราะว่าเราอยู่ด้วยกันตลอด กับกลัฟเขาเงียบๆ แต่พอรู้จักไปเรื่อยๆ ก็เป็นคนตลกดี ปริมรู้จักพี่เฟยตั้งนานมากแล้ว คือรู้จักกันอยู่แล้ว เวลาทำงานเขาจริงจังมาก“


กังวลเรื่องสำเนียงการพูดอะไรไหมเพราะมันก็เป็นหนังพีเรียด พอทำงานจริงๆ มันยากอย่างที่เราคิดไหม?

“ตัวปริมเองทำการบ้านเยอะพอสมควร ก็รีเควสพี่มุกไปว่าต้องการครูฝึกภาษาไทยฝึกสำเนียงสมัยอยุธยา มันก็จะเหน่อๆ นิดนึง มันจะมีบางคำที่มันเหน่อ อันนี้พี่มุกเขาต้องการเล่นกิมมิค แล้วมันเป็นคำศัพท์แบบไทยโบราณเลย มันจะไม่ได้เป็นประโยคปกติเหมือนเราพูดกันในสมัยนี้ ปริมก็เลยต้องการฝึกการออกเสียงให้มันชัด เพราะอยากให้มันเรียลที่สุด อยากจะโชว์ให้ทุกคนเห็นว่าปริมก็ทำได้นะ 

จริงๆ ปริมว่าภาษาไทยปริมมันก็ไม่ได้ไม่ชัดมากหรอก ปริมไปเรียนเมืองนอกมาตั้งแต่เด็กๆ เลย เวลาพูดภาษาไทย สำเนียงมันเลยติดการใช้ภาษาอังกฤษ  ปริมว่าปริมก็ชัดนะคะ แต่พอทำงานเขาไม่คิดอย่างนั้น เราก็ต้องฝึก”


ทำไมต้องดูเรื่องอัศจรรย์วันทอง?

“สำหรับเวอร์ชั่นนี้ ปริมว่าเป็นการตีความเรื่องขุนช้างขุนแผนที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ เป็นในมุมมองผู้หญิง มุมมองความรัก ความสัมพันธ์ของคน มีความฮา ความแฟนตาซี ความแฟชั่น ปริมว่าเรื่องนี้มันเป็นหนังฟอร์มยักษ์ของไทยอีกเรื่องในปีนี้ ปริมว่ามันน่าจะออกมาดีเลยค่ะ ทุกคนตื่นเต้นมากที่จะดู ตัวปริมเป็นนักแสดงเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน 2 ปีแล้วนะที่ทำมา เพราะ CG มันเยอะมาก เรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำ 4-5 เดือน ถ่ายเสร็จเอาคลิปไปทำ CG ที่เกาหลีต่อ ฝากหนังเรื่องอัศจรรย์วันทองด้วยนะคะ เข้าวันที่ 3 กันยายน ทุกโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยมันน่าจะเป็นหนังที่สนุกแล้วก็น่าจะมีทั้งน้ำตา ทั้งตลก ทั้งแอคชั่น ฝากเอ็นดูสายทองด้วยนะคะ หวังว่าทุกคนจะชอบ”