เคยชินแต่ป้ายประกาศ Recruit หาคนมาทำงานด้วย แต่ “Broker” มาเหนือค่ะ เพราะเป็นการ Recruit หาครอบครัวให้เด็กคนหนึ่ง และที่พีกไปกว่านั้นคนเลือกก็คือแม่แท้ๆ ของเด็กคนนั้นนั่นเอง

ใช่แล้ว...อ่านไม่ผิดหรอก พล็อตเรื่องคร่าวๆ มันก็ประมาณนี้ แวบแรกเหมือนไม่น่าดูเลย เข้าถึงยาก และแทบจะไม่มีอะไร Common สำหรับคนทั่วไปด้วยซ้ำ แต่ขอบอกว่าผู้กำกับ “โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ” ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นที่เคยคว้ารางวัลปาล์มทองคำจากภาพยนตร์ “Shoplifters” (ครอบครัวที่ลัก) ทำออกมาได้สะเทือนอารมณ์และบีบหัวใจเรามาก และทำให้ประเด็นปัญหาชวนถกที่เราเกือบลืมไปแล้วกลับมาในหัวของเราอีกครั้ง

ประเด็นที่ว่าคือสิทธิในการเลือกครอบครัวว่าควรเลือกโดยสายเลือดหรือด้วยความสมัครใจ นอกจากนี้หนังยังขยายไปพูดเรื่องปัญหาสวัสดิการสังคมที่บกพร่องในประเทศหรือสังคมที่พัฒนาแล้ว รวมถึงเรื่องระบบการอุปถัมภ์บุตรบุญธรรมที่ยังเต็มไปด้วยช่องโหว่ ทำให้หลายครั้งหลักการและเหตุผลที่มีก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้คนที่ประสบปัญหาจริงๆ ได้

...

อย่างไรก็ดี หนังดึงดูดเราให้ไปดู เพราะเราเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชมการแสดงของ “อีจีอึน” หรือที่หลายคนรู้จักเธอดีในชื่อ “IU” (ไอยู) จากซีรีส์รางวัลเมื่อหลายปีก่อน “My Mister” แล้วก็ต้องบอกเลยว่าไม่ผิดหวัง “อีจีอึน” ทำหน้าที่ของเธอได้อย่างยอดเยี่ยม และเหนือสิ่งอื่นใดทำให้เรามองปัญหาและตีความคำว่า “ครอบครัว” ในมุมที่ต่างออกไป

"อีจีอึน" (ไอยู) รับบทคุณแม่ยังสาวที่ตัดสินใจทิ้งลูกชายใน "กล่องทารก"

“Broker” หรือชื่อไทย “จัดหารัก” เป็นผลงานกำกับของ “โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ” ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นที่เคยคว้ารางวัลปาล์มทองคำจากภาพยนตร์ “Shoplifters” (ครอบครัวที่ลัก) เมื่อปี 2018 นำแสดงโดยนักแสดงเกาหลีชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น “ซงคังโฮ” ที่ผลงานจากเรื่องนี้โดดเด่นจนทำให้เขากลายเป็นนักแสดงชายเกาหลีคนแรกที่ชนะรางวัลที่เมืองคานส์ จากสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม “คังดงวอน” นักแสดงชายคนดังที่มาในบทมิจฉาชีพแก๊งค้าเด็ก “แบดูนา” กับ “อีจูยอง” กับบทตำรวจหญิงจากปูซานที่ตามล่าแก๊งค้าเด็ก และที่ขาดไม่ได้คือ “อีจีอึน” คนโปรดของเราที่ถูกเลือกมารับบทคุณแม่ยังสาวที่ตัดสินใจนำลูกตัวเองไปทิ้งไว้ที่ “กล่องทารก” ของโบสถ์แห่งหนึ่งในปูซาน แต่ดันเปลี่ยนใจอยากได้ลูกคืนในวันต่อมา

"ซงคังโฮ" รับบทมิจฉาชีพแก๊งค้าเด็ก เจ้าของรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ประจำปีนี้

...

"คังดงวอน" รับบทมิจฉาชีพหนุ่มแก๊งค้าเด็ก


ที่มาที่ไปของ “Broker” มาจากไอเดียของผู้กำกับ “โคเรเอดะ ฮิโรคาสุ” ที่รับรู้ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับระบบอุปถัมภ์บุตรบุญธรรมในเกาหลีตั้งแต่เมื่อครั้งที่เขาทำข้อมูลสำหรับหนังเรื่อง Like Father, Like Son ในปี 2013 และอยากนำมาทำต่อ โดยใช้ธีมเดียวกับ “Shoplifters” ที่ว่าด้วยเรื่องของกลุ่มคนชายขอบในสังคมที่พัฒนาแล้ว ซึ่งส่วนตัวมองว่าผู้กำกับทำได้ดีมากๆ ที่พูด Key Message เดิมในเนื้อเรื่องที่แตกต่างได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลังเหมือนเคย

"แบดูนา" และ “อีจูยอง” รับบทตำรวจหญิงที่ตามล่าแก๊งค้าเด็ก

...

จำได้ว่าเคยเขียนถึงหนัง “Shoplifters” ว่าเป็นหนังที่พูดเรื่อง “Not Common” (อย่างน้อยๆ ก็สำหรับคนไทย) ให้เข้าถึงและเห็นภาพกว้างได้ชัด “Broker” ก็มาอีหรอบเดียวกันเลยค่ะ เล่าปัญหาการมีบุตรเมื่อไม่พร้อม และระบบการอุปถัมภ์บุตรบุญธรรมในเกาหลีที่มีกฎเกณฑ์และช่องโหว่ทางกฎหมาย ทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาแก๊งค้าเด็ก รวมถึงปัญหาสังคมอื่นๆ ที่ถ้ามองแบบฉาบฉวย เราก็มักจะโยนความผิดทุกอย่างให้คนเป็นแม่เสมอ โดยไม่เคยฉุกใจคิดเลยว่าคนที่ต้องเป็นแม่ในสถานการณ์ที่ไม่พร้อมจะต้องแบกความกดดันไว้ขนาดไหน

เส้นเรื่องไม่ได้ซับซ้อน ออกจะดำเนินเรื่องด้วยความเนิบนาบตามสไตล์ของผู้กำกับด้วยซ้ำ แต่น่าประทับใจมากที่เราจะค่อยๆ ดำดิ่งไปกับปัญหาของเหล่าตัวละคร รวมทั้ง “สารหลัก” ที่ผู้กำกับต้องการนำเสนอ โดยเฉพาะเรื่องการตีความหมายคำว่าครอบครัวที่นับวันจะยิ่งจำกัดความได้ยากมากขึ้นทุกที

หนังเริ่มต้นเล่าด้วยความล่มสลายของครอบครัว เมื่อคุณแม่ยังสาว (อีจีอึน) ตัดสินใจนำลูกชายตัวน้อยไปทิ้งไว้ที่ “กล่องทารก” ในโบสถ์ ก่อนจะเปลี่ยนใจกลับมารับคืนในวันต่อมา และพบว่าลูกชายของเธออยู่กับสองมิจฉาชีพแก๊งค้าเด็ก (ซงคังโฮ และคังดงวอน)...ถ้าเป็นเรื่องอื่น คงมีเลือดตกยางออกไปแล้ว แต่เพราะเรื่องนี้ไม่ได้อยากพูดเรื่องความเลวร้ายและโหดเหี้ยมของแก๊งค้าเด็ก แต่อยากสะท้อนปัญหาและสิ่งที่คุณแม่ยังสาวต้องเผชิญหากไม่พร้อมจะเก็บลูกไว้

...

แน่นอนว่าการตัดสินใจแรกของคุณแม่ยังสาว (อีจีอึน) ทำให้หลายคนตัดสินใจเธอไปแล้วว่า “ไม่มีสามัญสำนึก” “ไม่มีความเป็นแม่” “ทิ้งลูกต้วเองได้ลงคอ” แต่วินาทีที่เธอตัดสินใจติดตามแก๊งค้าเด็ก (ซงคังโฮ และ คังดงวอน) ไปคัดเลือก “ผู้ซื้อ” ลูกชายของเธอด้วยก็ทำให้เราต้องอึ้ง #แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ ที่สำคัญ ทำให้เราต้องย้อนไปคิดว่าอันที่จริงแล้ว...ในหลายๆ เคสที่ผ่านมา มีแม่กี่คนกันที่ตั้งใจอยากจะทิ้งลูกตัวเอง หรือแม้แต่ขายลูกตัวเองไปให้คนอื่น

คุณแม่ยังสาว (อีจีอึน) จะเจอ “ผู้ซื้อ” ที่ถูกใจหรือไม่? แล้วจุดจบของ “แก๊งจัดหารัก” จะรอดตัวหรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมายข้อหาค้ามนุษย์ คุณผู้อ่านต้องไปตามดูกันเอง รับรองว่าหนังมีอะไรให้คุณได้ขบคิดมากกว่าที่เห็นในโปสเตอร์แน่นอนค่ะ

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer