• 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง คือการทำสงครามกับเวลา ที่คนทั้งโลกเอาใจช่วยสำเร็จแล้ว
  • เรื่องจริงยิ่งกว่าเหลือเชื่อ กำลังจะกลายมาเป็นหนังฮอลลีวูด ฟอร์มใหญ่มาก
  • เจาะๆ ลึกๆ Thirteen Lives หนังที่จะพลิกชีวิตดาราไทย 

ไม่ไหวจะรอ แต่ต้องรอกันไปยาวๆ เลย กลับมาฮือฮาสนั่นโลกภาพยนตร์อีกรอบ หลังจากที่มีการระบุชัดเจนไปแล้วว่า มีทีมนักแสดงไทยได้ร่วมเล่นหนังฮอลลีวูดทุนสร้างทะลุ มากกว่า 100 เหรียญสหรัฐอเมริกา หรือราว 3,000 ล้านบาท กับเรื่อง Thirteen Lives 13 ชีวิตต้องรอด ที่สร้างโดยค่ายใหญ่เงินเยอะ MGM และ Imagine Entertainment หนังที่คนทั่วโลกรอดู! หนังที่จะกลายเป็นตำนาน เพราะสร้างจากเรื่องจริงสุดอเมซิ่ง ของเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่า 13 คน ที่ติดอยู่ภายใน วนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ สเปเชียลคอนเทนต์ Special Content จะพาไปขุดลึกถึงหลายประเด็นที่ต้องรู้ น่าสนใจมากๆ เกี่ยวกับหนัง Thirteen Lives เพราะนี่คือหนังที่จะพลิกชีวิตทีมดาราไทย เป็นหนังที่แฟนหนังทั่วโลก ต้องรอดู!

...

ปังจริง! เจาะทีมนักแสดงไทย

โชคดียิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 ติดต่อกัน 10 งวด มากกว่าเงินค่าตัวที่ได้รับ คือประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง ที่ได้ร่วมงานกับทีมหนังคุณภาพระดับโลกของทีมดาราไทย บทแต่ละคนจะมากหรือน้อย ทุกๆ ตัวล้วนสำคัญหมด ขาดใครไปไม่ได้ ทีมดาราไทยที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจบแล้ว ผ่านระบบซูม ZOOM นำโดย

อั้ม ถิร ชุติกุล รับบทเป็น หัวหน้าหน่วยซีล (seal)

บอกดังๆ ย้ำๆ เลยว่าบทอั้มมีเยอะ มีแววเด่นสุดของทีมนักแสดงไทย ยังบอกละเอียดยิบไม่ได้! เพราะขีดเส้นใต้หนาๆ หนักๆ เอาไว้เลยว่า ยังต้องเป็นความลับสุดยอดอยู่ ระหว่างทีมดำน้ำไทยและทีมดำน้ำฝรั่ง รอลุ้นเลยในหนังเต็มจอ เรื่องดำนำ้ไม่ต้องห่วง เพราะอั้มรักทะเลดำน้ำเป็นประจำอยู่แล้ว มีทักษะเยี่ยมอยู่แล้ว ส่วนเรื่องฝีมือการแสดงยิ่งกว่าหายห่วง เพราะแฟนหนังตัวจริง ได้เห็นฝีมืออั้มชัดๆ ไปแล้วจากหนังไทยและอินเตอร์ เช่นในหนังไทยเรื่อง ร่าง, เพชฌฆาต, สยามยุทธ, พี่ชาย My Hero หรือ How to Win at Checkers (Every Time) ส่วนหนังอินเตอร์ เช่น Twilight over Burma, Man with iron fist 2, Hard Target 2

อั้ม ถิร รับบท หัวหน้าหน่วยซีล
อั้ม ถิร รับบท หัวหน้าหน่วยซีล

ตู่ ภพธร สุนทรญาณกิจ รับบทเป็น หมอภาคย์ โลหารชุน

ร้องเพลงก็เพราะ เล่นหนัง-ละครก็เด่น ความสามารถล้นอยู่กับ ตู่ ภพธร กับบทหมอภาคย์ จะกลายเป็นอีกบทสำคัญที่สุด ในชีวิตการแสดงของตู่ เป็นอีกบทที่น่าจะระทึกอยู่ เพราะเรื่องจริง หมอภาคย์เคยดำน้ำเข้าถ้ำหลวงไปช่วยเด็กๆ แต่ต้องติดซอกหินเกือบตาย! น่าสนใจว่าทางคนเขียนบท จะตีความใส่เข้ามามากน้อยแค่ไหนในหนัง

ตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล รับบทเป็น นาวาเอก อนันต์ สุราวรรณ์

อนันต์ สุราวรรณ์ ตำแหน่งตอนที่ไปช่วยเด็กติดถ้ำคือ ผู้บังคับกรมรบพิเศษ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ เป็นหัวหน้าทีมซีล Seal (SEA (SE), AIR (A), LAND (L) เป็นหน่วยทหาร ที่เก่งกล้ารบได้ทั้งทางบก ทะเล อากาศ สังกัดกองทัพเรือ) หลายคนอาจจะเอ๊ะๆ งงๆ ไปซ้ำซ้อนกับบทของ อั้ม ถิร ที่เป็นหัวหน้าหน่วยซีล หรือไม่อย่างไร บอกเลยว่า ยังบอกตอนนี้ไม่ได้หมด ต้องไปรอดูในหนังกันเอง

อดีต ตุ้ย ธีรภัทร์ ก็มีผลงานละครเด่นมาหลายเรื่อง เช่น เมียหลวง, ฟ้าจรดทราย, ข้ามสีทันดร, พันท้ายนรสิงห์ ฯลฯ ช่วงระยะหลังๆ หายห่างจากการแสดงไปพักใหญ่อยู่ กลับมาอีกครั้งรับบทเด่นไปอีก ไม่ต้องเคาะสนิมอะไรเยอะ เพราะเลือดนักแสดงฉีดพล่านในร่างอยู่แล้ว 

...

เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ รับบทเป็น โค้ชเอก เอกพล จันทะวงษ์

ตัวเล็กแล้วไง แต่บอกเลยว่าเจมส์จัดจ้านจริง แฟนคลับมีเยอะจริงรอกรี๊ดๆ ได้เลย บินไปถึงออสเตรเลียแล้ว เจมส์เด่นมาตั้งแต่วัยรุ่นจากซีรีส์ฮอร์โมนส์วัยว้าวุ่น ต่อด้วยหนังดัง ฉลาดเกมส์โกง,ซีรีส์ เลือดข้นคนจาง และหนังเด็ด โฮมสเตย์ Homestay ที่ต้องเล่นเป็นวิญญาณและคนเป็นได้ปังมากๆ หลังจากนั้นผันตัวเองไปเป็นนักร้อง ก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งอยู่

อย่างที่รู้กันแล้วว่าโค้ชเอก เป็นคนสำคัญมาก ที่คอยดูแลเด็กๆ ติดถ้ำ จนรอดออกมาได้ ช่วงวิกฤติรอๆ คนมาช่วย ห่วงหนักถึงขนาดกังวลว่า เด็กๆ จะกินกันเองประทังชีวิต แต่โค้ชเอกก็คอยให้กำลังใจสู้ๆ และสอนเด็กๆ ให้นั่งสมาธิก่อนนอน เพื่อให้ใจสงบด้วย ธรรมะแสนวิเศษช่วยจิตได้จริงๆ 

...

เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ รับบทเป็น จ่าแซม จ.อ.สมาน กุนัน

งานละครของเวียร์มีเยอะมากๆ เริ่มโดดเด่นกับหนังแรงไกลระดับอินเตอร์ จากหนังชายรักชายเรื่อง มะลิลา Malila The Farewell Flower ที่กำกับโดย นุชี่ อนุชา บุญยวรรธนะ เพราะหนังเรื่องนี้ได้ไปฉายโชว์ในหลายประเทศอยู่ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทีมงานเลือกจิ้มเวียร์ให้มาเล่นด้วย กับบทจ่าแซมที่ต้องเสียชีวิตไป ในหนังจะกระตุ้นต่อมน้ำตาแตกได้รุนแรงแค่ไหน รอเศร้าเสียใจล่วงหน้าได้เลย

ปู วิทยา ปานศรีงาม รับบทเป็น อนุพงษ์ เผ่าจินดา

รุ่นใหญ่ไว้ใจได้ ปู วิทยา พร้อมสุดฤทธิ์สุดเดช เตรียมบินไปออสเตรเลีย 28 มีนาคมนี้แล้ว มีผลงานหนังอินเตอร์เพียบ เป็นตัวพ่ออีกคน ที่เปิดทางโกอินเตอร์ ให้กับดาราไทยอย่างแท้จริง หนังโหดในตำนานเหี้ยมเรื่อง Only God Forgives ที่กำกับโดย นิโคลัส วินดิ้ง เรฟน์ Nicolas Winding Refn ยังตราตรึงแฟนหนังไม่เสื่อมคลาย ส่วนบทที่ ปู วิทยา ได้รับเป็น อนุพงษ์ เผ่าจินดา คนเขียนบทจะจัดบทตามจริงเลย หรือจะดัดแปลงบทนี้ ให้มีสีสันเผ็ดร้อนมากแค่ไหน น่ารอดูจริงๆ

...

(ซ้ายมือ) ปู วิทยา กับซุป'ตาร์ฮอลลีวูด ไรอัน กอสลิ่ง
(ซ้ายมือ) ปู วิทยา กับซุป'ตาร์ฮอลลีวูด ไรอัน กอสลิ่ง

ปู สหจักร บุญธนกิจ รับบทเด่นอยู่เป็น ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร

ประสบการณ์เข้มข้นไม่แพ้ใครอยู่แล้ว อีกนักแสดงคุณภาพของไทย ปู สหจักร โชว์ฝีมือเด่นจริงมาแล้ว จากหนังอินเตอร์ฟอร์มใหญ่ เดอะเลดี้ The Lady, โอนลี่ ก๊อด ฟอร์กิฟส์ Only God Forgives ฯลฯ ปู สหจักร ในบทเด่น ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการ ร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน (ผบ.ศอร.) ไม่น่าจะมีดราม่าอะไรเนอะ! เพราะบทนี้เป็นคนดี!

โอกาสต่อยอดของทีมดาราไทย

หนังถ่ายทำจบ ออกฉายไปทั่วโลก เตรียมตัวตั้งรับความดังสนั่นระดับโลกไว้เลย เชียร์ๆ อวยล่วงหน้าเลย หวังว่าทีมดาราไทยทุกคน จะมีงานหนังอินเตอร์ต่อเนื่องไปได้อีกๆ เหมือนกับที่ซุป'ตาร์นักบู๊ จา พนม ติดลมบนมีหนังอินเตอร์ต่อเนื่องหลายเรื่องไปแล้ว เชื่อว่าทีมดาราไทยไปไกลอยู่แล้ว เพราะฝีมือเก่งกาจ ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แค่ขาดโอกาสจะโชว์ฝีมือ ก็เท่านั้นเอง ซึ่งการจะมีหนังอินเตอร์ต่อเนื่องได้เรื่อยๆ อีกปัจจัยสำคัญคือ ต้องมีผู้จัดการเก่งคอนเน็กชั่นแน่นจริงที่ต่างประเทศ คอยขยันหางานให้ด้วย

เจ๋งจริง ทีมซุป'ตาร์ฮอลลีวูด

ไม่พูดถึงไม่ได้นะ กับสองพระเอกตัวพ่อดังระดับโลก นำทีมโดย โคลิน ฟาร์เรล รับบทเป็น จอห์น โวลันเธน ฮีโร่นักดำน้ำ ส่วนพระเอกห้าวแหลก วิกโก มอร์เทนเซน รับบทเป็น ริชาร์ด สแตนตัน นักดำน้ำสุดเก่ง ไม่ต้องอวยกันแล้ว พิสูจน์ชัดมานานหลายสิบปีแล้ว สองคนนี้ฝีมือเด็ดจริงจ้ะ รับบทอะไรก็ตีแตกกระจุย เป็นขวัญใจคนบ้าหนังไปนานแล้ว เรื่องนี้เชื่อว่าทั้งสองจะระเบิดฝีมือทะลุถ้ำได้อย่างแน่นอน และรอลุ้นต่อว่าจะโดนใจนักวิจารณ์มากแค่ไหน จนจะได้เข้าชิงรางวัลนำชายยอดเยี่ยม บนเวทีต่างๆ ได้หรือไม่ ต้องรอลุ้นล่วงหน้าเลย

ดังมากดังน้อย รอลุ้นเลย

แฟนหนังทั่วโลกรอดู เป็นคำไม่โม้เกินจริง เพราะเรื่องราวจริงที่สั่นสะท้านหัวใจคนทั้งโลก แฟนหนังย่อมอยากดูอีก ว่าในเวอร์ชั่นหนัง จะทำออกมาได้เจ๋งได้ลึก เด็ดขาดบาดใจแค่ไหน ทีมงานคุณภาพระดับโลกของแท้ จึงน่าจะหมดห่วงเรื่องเจ๊ง มีแววแค่ว่าจะดังมากดังน้อย

หนัง Thirteen Lives รอยาวๆ ไปเลย กว่าจะสร้างเสร็จ อย่างต่ำก็น่าจะ 2 ปีขึ้นไป อาจจะวางแผนไปเปิดตัวที่ 3 เทศกาลหนังหลักระดับโลก หรือไม่อย่างไร คือที่ คานส์ ฝรั่งเศส Cannes Film Festival, เวนิซ อิตาลี Venice Film Festival, เบอร์ลิน เยอรมัน Berlin Film Festival ต้องรอดูว่าทีมโปรโมต จะเลือกไปเปิดตัวที่ไหน หรือว่าโนแคร์ไม่หวังรางวัล ขอโกยเงินก่อน ปล่อยฉายตู้มเดียวทั่วโลกไปเลย แล้วค่อยอาจจะหวังเข้าชิงรางวัลใหญ่ๆ ทีหลัง

ถ้ากระแสแรงก็มีสิทธิ์ไปไกลในหลายเวที โดยเฉพาะจากสองเวทีใหญ่ ทั้งจากรางวัล ลูกโลกทองคำ Golden Globe Award และออสการ์ Oscar ก็มีสิทธิ์ลุ้นสูงด้วยนะ เพราะผู้กำกับ นักเขียนบท ทีมงานสร้าง ก็เคยคว้าออสการ์มาก่อน เรียกว่าบารมีล้นทะลัก แค่ปั่นกระแสโหมโปรโมตหน่อยให้หนักหน่วง ช่วงประกาศผลรางวัล ก็มีสิทธิ์ลุ้นสูง จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง และไปกวาดรางวัลมาครองได้ 

ไทยพลาดไป อย่างน่าเสียดายมากๆ

กองถ่ายหนัง Thirteen Lives น่าจะยกกองมาถ่ายทำที่ไทยเป็นหลัก เพราะสถานที่เกิดเหตุก็อยู่ที่ไทย ทีมงานเก่งๆ ก็มีเยอะ สถานที่ถ่ายทำสวยงามทั่วไทยมีเพียบ แต่น่าเสียดายมากๆ ที่ทีมงานยกกองไปถ่ายทำแถวรัฐควีนแลนด์ ออสเตรเลีย ไทยเราพลาดไปอย่างน่าเสียดาย ขอย้ำ! น่าเสียดายมากๆ หลายคนอาจจะติติงว่าทางรัฐบาลไทย ชักช้า จุกจิกในเรื่องกฎระเบียบโน่น นั่น นี่ มากเกินไปหรือเปล่า หรืออาจจะดีลไม่ลงตัวในบางเรื่อง ที่ยังเป็นความลับอยู่! 

อีกเหตุผลใหญ่ที่ดึงดูดได้ เพราะรัฐบาลออสเตรเลียเปย์หนัก กล้าจ่ายให้กองหนังมากถึง 13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 390 ล้านบาท อาจจะเป็นเงินเยอะอยู่ แต่บอกเลยว่ารัฐบาลออสเตรเลียฉลาดใช้เงิน เป็นการจ่ายที่คุ้มเกินคุ้ม สิ่งที่จะได้กลับมา มหาศาลเยอะกว่าแน่ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น สถานท่ีถ่ายทำ จะกลายเป็นที่ท่องเที่ยวระดับโลกได้ ดึงดูดแฟนหนังจากทั่วโลกมา ที่สำคัญคือระหว่างถ่ายทำ มีการจ้างทีมงานชาวออสเตรเลียด้วย มากกว่าเงินที่ได้รับ คือเป็นการถ่ายทอดวิชาระดับภาพยนตร์ฮอลลีวูด ที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะทักษะความรู้ความสามารถ จะติดตัวทีมงานออสเตรเลียไปตลอด นำไปต่อยอดกับหนังเรื่องต่อไปได้อีกเยอะแยะ 

แรงดึงดูดจากรัฐบาลไทย ยังไม่มากพอ? 

ตอนนี้มาตรการจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่หวังจะดึงทีมถ่ายหนัง ละคร ซีรีส์ ฯลฯ จากต่างประเทศ มีดังนี้ จ่ายเงินให้บุคคล หรือนิติบุคคลตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป จะมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนจากรัฐบาล เริ่มต้นที่ 15%

ถ้าจ้างคนไทยตรงตามเกณฑ์ จะได้รับเงินคืนเพิ่มอีก 3% และถ้าหนังส่งเสริมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ภาพลักษณ์ที่ดีของไทยตามเกณฑ์ จะได้รับเงินคืนเพิ่มอีก 2% ของค่าใช้จ่ายจริง

รับเพิ่มไปอีก 3% ถ้าทีมยกกองไปถ่ายทำที่จังหวัดรอง มากกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนวันถ่ายทำทั้งหมด และรับเพิ่มไปอีก 5% ถ้าถ่ายทำที่ไทยตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 ถึง 31 ธันวาคม 2565 ช่วงนี้พิเศษ หากผู้สร้างชาวต่างชาติเข้ามาถ่ายหนัง และใช้จ่ายเงินมากกว่า 100 ล้านบาท จะได้รับสิทธิ์เงินคืน 20% ไปเลย

ดูเหมือนจะได้รับเยอะแล้ว แต่ถ้าเทียบกับประเทศอื่นรัฐบาลประเทศอื่นๆ ที่ไวกว่ามองไกลกว่า เข้าถึงเข้าใจระบบการทำงานของกองหนังต่างประเทศ ที่พร้อมสนับสนุนชวนๆ ให้มาถ่ายทำ อย่างที่เรารู้ๆ กันว่า ระบบระเบียบที่ยุ่งเยอะของราชการไทย บวกกับภาวะพิษโควิด ความไม่ค่อยชัดเจนชักช้าของรัฐบาลไทย ในเรื่องวัคซีนโควิดอีกด้วย จึงทำให้ไทยเรา กลายเป็นตัวเลือกท้ายๆ ไปเลยในตอนนี้! 

(รอๆ) ดราม่าเลย

รวมพลังคิด รวมพลังทำกันเยอะๆ แก้ปัญหาได้ทุกอย่างในโลกนี้ โดยรวมหนัง Thirteen Lives น่าจะนำเสนอแก่นของความสามัคคีจากหลายฝ่าย มาร่วมด้วยช่วยกันให้เด็กๆ ออกจากถ้ำ แต่นั่นแหละหนังก็คือหนัง ถึงแม้จะอ้างอิง Based on True Story ก็ต้องมีการดัดแปลงบ้าง เพื่อให้ดูสนุกเข้มข้นขึ้น ต้องมีจุดหักมุม ไคลแมกซ์ขยี้อารมณ์คนดูให้ฟินแตกคาโรง ต้องรอดูว่าทางผู้กำกับระดับออสการ์ รอน โฮเวิร์ด และทีมเขียนบทจะดัดแปลงเรื่องราว อิงความจริงมากน้อยแค่ไหน เน้นๆ โฟกัสในมุมมองไหน ไม่ได้มองโลกในแง่ร้าย แต่มองโลกในแง่ความจริง เชื่อเลยว่าหลังหนังออกฉาย จะต้องมีดราม่าต่างๆ ตามมาอย่างแน่นอน! ชัวร์!

นักเขียน : รุ่งโรจน์เรืองรอง

กราฟิก : Sathit Chuephanngam