ไลฟ์สไตล์
100 year

รีวิวซีรีส์+รีวิวหนัง ดาบพิฆาตอสูร – เสาหลักของแอนิเมชันยุคใหม่!

ตีตั๋วชนโรง
1 ม.ค. 2564 10:01 น.
SHARE

ในปี 2563 ที่ผ่านมา ด้านความสำเร็จของแอนิเมชันคงไม่มีใครเกิน Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba หรือชื่อไทยว่า ดาบพิฆาตอสูร ที่โด่งดังทั้งซีรีส์และภาพยนตร์ ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ ที่ตอกย้ำความฮิตในแบบที่สร้างปรากฏการณ์ทำเงินถล่มทลาย แม้โควิด-19 ก็ไม่อาจขวาง

ดาบพิฆาตอสูร เริ่มต้นมาจากมังงะของ โคโยฮารุ โกโตะเกะ จำนวน 23 เล่มจบ ที่เขียนระหว่างปี 2559 และเพิ่งจบไปเมื่อกลางปี 2563 นี่เอง ส่วนแอนิเมชันก็มีออกมาแล้วหนึ่งซีซั่น จำนวน 26 ตอน และภาพยนตร์ ซึ่งดูแลงานสร้างโดยสตูดิโอ Ufotable

ข่าวแนะนำ

โดยส่วนตัวที่ไม่เคยติดตามอ่านมังงะมาก่อน พอได้เห็นกระแสความฮิตที่ถล่มถลายระดับปรากฏการณ์เช่นนี้ เลยอยู่เฉยไม่ได้ ต้องหาเวลาไล่เก็บซีรีส์ทั้ง 26 ตอนและภาพยนตร์ให้ครบ จนได้เข้าใจเสียทีว่าทำไม ดาบพิฆาตอสูร ถึงโด่งดังขนาดนี้ โดยจะขอลงรายละเอียดออกเป็น 3 ส่วน

เนื้อเรื่อง

ดาบพิฆาตอสูร เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ยุคไทโช (1912 - 1926) เมื่อครอบครัวคามาโดะได้ถูกอสูรสังหาร โดยเหลือรอดชีวิตเพียง ทันจิโร่ ลูกชายคนโต และ เนซึโกะ น้องสาวที่ถูกทำให้กลายเป็นอสูร ความต้องการที่จะหาทางช่วยเหลือน้องสาวให้กลับเป็นคนดังเดิม จึงตั้งเป้าหมายชีวิตที่จะเป็น “นักล่าอสูร” ผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก จนได้เข้า “กลุ่มพิฆาตอสูร” ได้ในที่สุด และได้พบเพื่อนคนสำคัญอย่าง เซนอิตซึ และ อิโนสุเกะ ที่ออกเดินทางทำภารกิจปราบอสูรร่วมกัน

ความน่าสนใจเริ่มต้นจากตรงนี้ แม้เรื่องจะโฟกัสที่ตัวเอกทันจิโร่ ในการล่าอสูรเพื่อช่วยน้องสาว แต่ในภาพใหญ่นี่คือการต่อสู้ระหว่าง 2 กลุ่ม ด้านหนึ่งคือ “กลุ่มพิฆาตอสูร” องค์กรนอกกฎหมายที่มี “9 เสาหลัก” ผู้ใช้วิชาดาบและพลังปราณธาตุต่างๆ ทำหน้าที่ปราบอสูรที่ทำร้ายและกินคน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ หาทางพิชิต “คิบุซึจิ มุซัน” ผู้ให้กำเนิดเหล่าอสูรต่างๆ ที่แวดล้อมด้วยกลุ่มอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในนาม “12 จันทราอสูร”

เพียงแค่นี้ก็จินตนาการถึงความมันในฉากแอ็กชันได้ไม่สิ้นสุดแล้ว ท่าไม้ตายต่างๆ มีเอกลักษณ์ ตัวละครแต่ละตัวโดดเด่น และที่สำคัญคือการออกแบบการต่อสู้ที่มีมิติ ไม่ได้ใช้แค่กำลัง ต้องใช้สมองด้วย ใครเป็นสายแนวต่อสู้ ยังไงก็ต้องชอบเรื่องนี้


แต่ที่เหนือไปกว่านั้น คือการออกแบบตัวละคร ที่มีเสน่ห์ มีความลึก และให้เวลามากพอที่จะทำให้ได้รู้จักเบื้องหน้าเบื้องหลัง ทำเข้าใจในการกระทำและเห็นใจกับสิ่งที่ตัวละครต้องเผชิญ จนเกิดความรู้สึก “รัก” ในตัวละครขึ้นมา ที่กล่าวมานั้นไม่ได้หมายถึง “กลุ่มตัวเอก” เพียงฝ่ายเดียว เพราะ “กลุ่มวายร้าย” ในเรื่องนี้ก็มีเสน่ห์และมิติที่ลึก จนอาจจะบอกว่าลึกมากกว่ากลุ่มตัวเอกด้วยซ้ำ และหากเคยได้ยินคำกล่าวว่า ดูหนัง ดูละคร แล้วย้อนดูตัว ก็ต้องขอเติมไปอีกว่า ดูดาบพิฆาตอสูร ก็ทำให้ย้อนดูตัวได้เหมือนกัน ทำให้เราได้แง่คิดดีๆ มาปรับใช้กับชีวิต

แอนิเมชัน

สตูดิโอ Ufotable ที่นับเป็นแถวหน้าของวงการ ได้รับหน้าที่ทำ ดาบพิฆาตอสูร ในฉบับแอนิเมชันซีรีส์ ซึ่งตอนนี้ออกมาแล้วหนึ่งซีซั่น จำนวน 26 ตอน ถือว่าได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาด แฟนดาบพิฆาตอสูรหลายๆ คน ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากแอนิเมชัน (รวมตัวผมด้วย)

การแปลงภาพนิ่งๆ ให้เป็นภาพเคลื่อนไหวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีเรื่องของท่าทางการเคลื่อนที่ มิติของตัวละคร ภาพและดนตรี ซึ่งทั้งหมดต้องพึ่งพาพลังจินตนาการสูงมาก แต่ด้วยต้นฉบับของ โคโยฮารุ โกโตะเกะ ที่ทำไว้ดีมากๆ อยู่แล้ว เปรียบไปก็เหมือนกับ วัตถุดิบชั้นดี ซึ่งสตูดิโอ Ufotable ก็เป็นเชฟมือหนึ่ง ที่รู้ว่าจะดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาให้ดีที่สุดอย่างไร ผลที่ได้เลยเป็นแอนิเมชันคุณภาพสูงในทุกๆ ด้าน ที่โดดเด่นที่สุด ก็คงเป็นฉากแอ็กชันที่ทำออกมาได้สนุกมากๆ

ภาพยนตร์

Demon Slayer: Mugen Train หรือในชื่อไทยว่า ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี่: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์ ซึ่งก็เป็นฝีมือของ สตูดิโอ Ufotable เช่นเดียวกัน ได้กลายเป็นหนังแอนิเมชันก็ทำรายได้แซง Spirited Away ขึ้นแท่นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในญี่ปุ่น

ฉบับภาพยนตร์นี้ ไม่ใช่ภาคพิเศษหรือมีเนื้อเรื่องพิเศษแต่อย่างใด เพราะเรื่องราวเล่าต่อจากแอนิเมชันซีรีส์ ที่กลุ่มทันจิโร่ เนซึโกะ เซนอิตซึ และ อิโนสุเกะ ต้องไปทำภารกิจสืบหาข้อเท็จจริงของการหายตัวไปของประชาชนบนขบวนรถไฟ โดยมี “เสาหลักเพลิง” เรนโงคุ ร่วมทางไปด้วย ที่เบื้องหลังนั้นมี “จันทราอสูร” เข้ามาเกี่ยวข้อง

นั่นหมายความว่าแอนิเมชันเรื่องนี้ ไม่เหมาะกับคนที่ไม่เคยสัมผัสดาบพิฆาตอสูรมาก่อนไม่ว่าจะฉบับมังงะหรือแอนิเมชัน Ufotable รู้อยู่แล้วว่ากลุ่มคนดูคือใคร เลยไม่ต้องเสียเวลาในการอธิบายที่มาที่ไป และพาเรื่องราวไปสู่ไคลแมกซ์ทันที

อาจเพราะความมั่นใจในความโด่งดังและประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่ฉบับแอนิเมชันซีรีส์ ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้จึงเป็นการงานคุณภาพสูง จัดหนัก จัดเต็ม โชว์ศักยภาพการทำแอนิเมชันในยุคนี้ แอ็กชันดุดัน ดราม่าสะเทือนใจ เต็มไปด้วยแง่งามทั้งในด้านเนื้อเรื่องและคุณภาพงานสร้างของแอนิเมชัน เป็นความยอดเยี่ยมจนหาข้อตำหนิได้ยากจริงๆ

โดยสรุป ดาบพิฆาตอสูร ทั้งซีรีส์และภาพยนตร์ ไม่ได้เป็นเพียงงานที่แฟนๆ ต่างยกย่องเท่านั้น แต่นี่ยังเป็นงานที่คนที่ชื่นชอบแอนิเมชันไม่ควรพลาดจริงๆ สำหรับซีรีส์สามารถดูแบบถูกลิขสิทธิ์ได้เลยทาง Netflix, LINE TV, AIS Play ใครสะดวกอะไรเลือกได้เลย สำหรับภาพยนตร์ตอนนี้ยังพอมีรอบอยู่ ยังไม่สายเกินไป..

อ่านรีวิวหนัง รีวิวรีซีส์ เรื่องอื่น ๆ
ชา ตีตั๋วชนโรง
Twitter @Chamanz13
Facebook: ตีตั๋วชนโรง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตีตั๋วชนโรงดาบพิฆาตอสูรรีวิวหนังรีวิวซีรีส์แอนิเมชัน

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08:54 น.