ไลฟ์สไตล์
100 year

รีวิว Project Power – ยาปลุกพลังลับ ใครก็เป็นฮีโร่ได้!

ตีตั๋วชนโรง
6 ก.ย. 2563 10:01 น.
SHARE

หนังซูเปอร์ฮีโร่ กลายเป็นแนวหนังที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ในปัจจุบัน จนหาความแปลกใหม่ไม่ค่อยได้แล้ว แต่ก็ยังมีผู้สร้างหนังที่พยายามหาแนวทางใหม่ ๆ ให้กับมันเสมอ เราเลยได้ดูหนังอย่าง Chronicle (2012), Brightburn (2019), Glass (2019) เป็นต้น และในปีนี้ก็ได้มีหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่แตกต่างอีกเรื่องเข้าฉายทาง Netflix ในชื่อ Project Power หรือในชื่อไทย โปรเจกต์ พาวเวอร์ พลังลับพลังฮีโร่

ข่าวแนะนำ


Project Power โปรเจกต์ พาวเวอร์ พลังลับพลังฮีโร่ ของ 2 ผู้กำกับ เฮนรี จูสต์ และ เอเรียล สคุลแมน (เคยกำกับ Paranormal Activity 3 และ 4 ร่วมกัน) สร้างเงื่อนไขที่น่าสนใจเกี่ยวกับการได้มาซึ่งพลังซูเปอร์ฮีโร่ ที่ไม่ได้มีมาตั้งแต่เกิดหรือมีเพราะการทดลองที่ไม่ตั้งใจ แต่เป็น “ยา” ที่สามารถมอบพลังพิเศษให้ในแบบ “เฉพาะบุคคล” ที่จะไม่รู้ว่าเราจะมีพลังพิเศษอะไรจนกว่าจะได้กินยาลงไป และพลังนั้นจะคงสภาพได้เพียง 5 นาทีเท่านั้น แน่นอนว่ามันก็มีเงื่อนไข ข้อจำกัดอยู่บ้าง ไม่ใช่ทุกคนที่กินยาแล้วจะได้รับพลังทุกคน

โดยหนังเล่าเหตุการณ์ที่เกิดในเมืองนิวออร์ลีนส์ ที่จู่ ๆ ยาลึกลับที่มอบพลังเหนือมนุษย์ก็ได้แพร่ระบาดไปทั่วเมือง กลายเป็นที่ต้องการในตลาดมืด มันถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมจนคดีในเมืองเพิ่มขึ้นอย่างมาก และยานี้ยังคอยบ่อนทำลายสังคมทางอ้อมอย่างต่อเนื่องจนยากจะควบคุม แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ยังมีกลุ่มคนที่หวังจะทำให้เมืองนี้ดีขึ้น ด้วยการสืบหาต้นตอของยาและหาทางกำจัดยานี้ให้หมดไปจากเมืองให้ได้

เมื่อพิจารณาจากเนื้อเรื่องจะเห็นว่ายาที่ปลุกพลังซูเปอร์ฮีโร่ในหนัง มีสถานะที่ไม่ได้แตกต่างอะไรกับ “ยาเสพติด” เลย พลังที่ทำให้เรากลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ กลายเป็นสิ่งเสพติดชนิดใหม่ในสังคม หนังเลยมีส่วนผสมของหนังซูเปอร์ฮีโร่ หนังยาเสพติด หนังแนวสืบสวนสอบสวน และหนังดราม่าที่ว่าด้วยเรื่องคนชายขอบ คนผิวสี ที่ถูกสังคมใหญ่หมางเมิน ทั้งหมดทำให้ Project Power กลายเป็นหนังที่มีสัดส่วนแปลกประหลาด เน้นความสมจริง แต่ก็ยังเปิดพื้นที่ให้กับจินตนาการในแบบหนังซูเปอร์ฮีโร่

เราจะได้เห็นเหตุการณ์ในเมืองนิวออร์ลีนส์ ผ่านตัวละครหลัก 3 คน แฟรงก์ ตำรวจ (โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์), โรบิน เด็กค้ายา (โดมินีค ฟิชแบ็ค) และ อาร์ต ผู้ที่ต้องการทำลายวงจรยาพลังฮีโร่ (เจมี่ ฟ็อกซ์) ที่แม้หนังจะให้เวลากับเบื้องหลังของทั้ง 3 ตัวละคร แต่ก็เพราะฝีมือทางการแสดงที่มีส่วนสำคัญ ทำให้เสน่ห์ของตัวละครทั้ง 3 มัดใจเราอยู่และติดตามภารกิจของพวกเขาไปได้ตลอด

ที่น่าสนใจอีกอย่างและเป็นส่วนงานที่เด่นชัดมากในหนัง ก็คือ อาร์ตสไตล์ กราฟฟิตี้ เพลงแร็ป การออกแบบพลังฮีโร่ การใช้สีสัน และเทคนิคพิเศษในเรื่อง ล้วนแล้วแต่ออกมาลงตัว ดูดี เป็นหนังที่เท่มากอีกเรื่อง ใครที่นิยมเสพงานที่มีสไตล์หลากหลายผสมผสานกัน น่าจะชอบหนังเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

ด้วยการนำเสนอที่เน้นความสมจริง พลังซูเปอร์ฮีโร่ในเรื่องจึงไม่ได้อลังการแบบเหาะขึ้นท้องฟ้า ควบคุมสนามแม่เหล็ก หรือทะลุมิติ ฉากแอ็กชั่นในเรื่องนี้จึงมีความดิบ ดุเดือด รุนแรง ให้ความรู้สึกแบบหมัดปะทะหมัดมากกว่าปล่อยพลังพิเศษใส่กัน ประกอบสถานการณ์ที่สร้างฉากหวาดเสียว น่ากลัว หลาย ๆ ฉาก ก็พอทำให้สนุกและตื่นเต้นไปกับฉากแอ็กชั่นได้พอสมควรเลยทีเดียว

ถ้าจะมีปัญหาอะไรใน Project Power ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ก็คงไม่พ้น “เนื้อเรื่อง” เพราะเรื่องราวนั้นไม่มีอะไรเกินคาดเดา ที่มาที่ไปของยาปลุกพลังฮีโร่ เบื้องหน้าเบื้องหลังถูกเฉลยออกมาได้อย่างเบาหวิว อย่างไร้ชั้นเชิง ดราม่าที่มีก็แอบไม่เข้มข้น ทั้งที่สภาพสังคมในเมืองนิวออร์ลีนส์ ดูไม่ได้แตกต่างจากเมืองก็อตแธม ในหนัง Batman เป็นวัตถุดิบที่น่าจะนำมาเล่นปมดราม่าทางสังคมได้มากกว่าที่เห็น

โดยสรุป Project Power โปรเจกต์ พาวเวอร์ พลังลับพลังฮีโร่ เป็นหนังที่มีไอเดียการเริ่มต้นที่น่าสนใจ ชวนติดตาม แต่ไอเดียในการหาทางออกให้กับเรื่องราวนั้น กลับแห้งแล้ง ไร้เสน่ห์ สวนทางกับสไตล์หนังที่โดดเด่นไปอย่างน่าเสียดาย แต่แม้จะเป็นแบบนั้น ก็ถือว่าเป็นหนังของ Netflix ที่ทำออกมาได้น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าหนังจะมีภาคต่อหรือไม่ แต่หากพิจารณาถึงไอเดียการได้มาซึ่งพลังซูเปอร์ฮีโร่ที่น่าจะไปต่อยอดอะไรได้อีกเยอะ ก็แอบเชียร์ให้หนังมีภาคต่อในอนาคต


อ่านรีวิวหนัง ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่น ๆ 

ชา ตีตั๋วชนโรง
Twitter @Chamanz13 
Facebook: ตีตั๋วชนโรง 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตีตั๋วชนโรงProject Powerโปรเจกต์ พาวเวอร์ พลังลับพลังฮีโร่Netflix

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 4 สิงหาคม 2564 เวลา 11:41 น.