ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    มาดูกับมาดาม: ‘It’s Okay to Not be Okay’ ยกระดับสู่ความเป็นสากล

    มาดามอองทัวร์1 ก.ค. 2563 17:38 น.
    SHARE

    “ถ้าเราอยากเอาชนะบาดแผลในจิตใจ จงเผชิญหน้า...อย่าหนี!”

    เรียกว่าแซงคิวแหกโค้งกันเลยทีเดียว จากที่ตั้งใจจะเขียนซีรีส์เกาหลีที่ไม่ควรพลาด ภาค 2 เสียงอวย...เอ๊ย...เสียงลือเสียงเล่าอ้างความดีงามระดับมงกุฎเพชรของ ‘It’s Okay to Not be Okay’ ซีรีส์ชุดใหม่จาก Netflix ก็ทำให้เราต้องกดปุ่ม pause งานเขียนภาคต่อมาเกาะกระแสเรื่องนี้ก่อน

    "ซอเยจี" รับบท "โกมุนยอง" นักเขียนวรรณกรรมเด็กผู้โด่งดังแต่มีปัญหา...เป็นพวกต่อต้านสังคม

    หลังลองดู 2-3 ตอน เราก็ค้นพบว่าซีรีส์พี่เกาเรื่องนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่พี่เขามาแบบโกอินเตอร์ ยกระดับจากซีรีส์เกาหลีที่เอาใจแฟนๆ ชาวเอเชียหรือติ่งที่รู้ทางกันดีเป็นซีรีส์ที่เอาใจแฟนๆ กลุ่มอื่นบ้าง ขยายกลุ่มคนดูด้วยการสร้างเรื่องราวที่มีปมหลักเป็นประเด็นสังคมที่ผู้คนทั่วโลกสนใจ วิธีเล่าเรื่องที่ใช้เทคนิคพิเศษต่างๆ สร้างสีสันและอรรถรส รวมทั้งเพลงประกอบที่เลือกใช้ภาษาอังกฤษทำให้ผู้ชมต่างชาติต่างภาษาได้รับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตัวละครมากขึ้น

    "คิมซูฮยอน" รับบท "มุนคังแท" เจ้าหน้าที่แผนกจิตเวช ชายหนุ่มสายละมุน เจ้าของ "อ้อมกอดผีเสื้อ"

    เอาเป็นว่าพี่เขาตั้งใจโกอินเตอร์อย่างจริงจัง จะว่าไปหลังความสำเร็จของ Parasite (2019) ที่กวาดรางวัลใหญ่ๆ บนเวทีออสการ์ครั้งล่าสุดถึง 4 รางวัล พี่เกาก็มีความฮึกเหิมขึ้นเยอะ และซีรีส์ ‘It’s Okay to Not be Okay’ ก็น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เราเห็นภาพนั้นได้

    "โอซองเซ" รับบท "มุนซังแท" พี่ชายพระเอกผู้เป็นออทิสติก

    องค์ประกอบแรกที่เห็นได้ชัดคือปมหลักของเรื่องที่เป็นประเด็นจิตวิทยาเด็กและการรับมือกับความเศร้า เอาจริงๆ ประเด็นนี้ได้รับการพูดถึงอย่างมากเมื่อหลายปีก่อน หนังดังจากฮอลลีวูดหลายเรื่องรวมทั้งแอนิเมชันจากดิสนีย์ก็พูดถึงเรื่องนี้ ถือเป็นปมปัญหาระดับสากลที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ และพี่เกาก็หยิบยกปมนี้มาสร้างเป็นซีรีส์ ซึ่งแม้จะแปลกใหม่สำหรับแฟนซีรีส์เกาหลีแต่ก็ถือเป็นการยกระดับและเป็นความท้าทายที่น่าจับตามอง

    องค์ประกอบต่อมาที่เราประทับใจเป็นพิเศษก็คือวิธีเล่าเรื่องที่เลือกใช้เทคนิคพิเศษต่างๆ มาเล่าเรื่องให้น่าสนใจและเข้าใจง่ายขึ้น หลายคนอาจจะ เอ๊ะ...เพราะปกติพี่เกาก็ใช้เทคนิคพิเศษช่วยเล่าเรื่องอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้มันโดดเด่นจริงๆ ค่ะ และมาถูกจังหวะเสียด้วย ที่เราชอบที่สุดคงเป็นตอนที่เขาพยายามจะอธิบายอารมณ์ ความคิดและจินตนาการของพี่ชายพระเอก “มุนซังแท” (รับบทโดย โอจองเซ) ซึ่งเป็นออทิสติก การมองโลกและปฏิกิริยาต่างๆ ของเขาเป็นสิ่งที่หลายคนอาจนึกภาพไม่ออก แต่ซีรีส์ชุดนี้ก็ “เข้าใจทำ” ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การเล่าเรื่องมีสีสันยังทำให้เราเข้าใจตัวละคร “มุนแทซัง” มากขึ้นด้วย

    อีกองค์ประกอบที่มองข้ามไม่ได้เพราะเห็นได้ชัดในซีรีส์ชุดนี้...คือเพลงและดนตรีประกอบที่เกือบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเราว่าแปลกใหม่สำหรับซีรีส์เกาหลี เพราะโดยปกติเขาจะเลือกใช้เพลงภาษาเกาหลีเพื่อเล่าเรื่องและบิ้วความรู้สึกคนดูให้ฟีลร่วมไปกับตัวละคร (ซึ่งก็มักจะทำสำเร็จนะ แม้เราจะไม่เข้าใจภาษาเกาหลีเลยก็ตาม) แต่สำหรับ ‘It’s Okay to Not be Okay’ นั้นมาเหนือค่ะ นอกจากดนตรีจะช่วยบิ้วแล้ว ถ้าเราฟังภาษาอังกฤษออกเราก็จะเข้าใจเรื่อง และรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครตามไปด้วย

    ในส่วนของตัวละครซึ่งส่วนตัวเราคิดว่ามักเป็น “จุดแข็ง” ของซีรีส์เกาหลีเสมอ เรื่องนี้ก็งานดีไม่มีตกค่ะ บวกกับฝีมือการแสดงที่ “จับใจ” เราเสมอก็ทำให้ซีรีส์โกอินเตอร์เรื่องนี้เข้มแข็งขึ้นอีกเท่าตัว โดยเฉพาะตัวพระเอก “มุนคังแท” (รับบทโดย คิมซูฮยอน) เจ้าหน้าที่แผนกจิตเวชที่ต้องรับมือกับนางร้าย...เอ๊ย...นางเอกแหกขนบอย่าง “โกมุนยอง” (รับบทโดย ซอเยจี) นักเขียนวรรณกรรมเด็กชื่อดังที่มีอาการ “ต่อต้านสังคม”

    เคมีของสองพระนางทำให้เราอดคิดถึงซีรีส์ ‘My Love from the Star’ (2013) ไม่ได้ ตอนนั้น “โทมินจุน” (รับบทโดย คิมซูฮยอน) ผู้จัดการที่เป็นมนุษย์ต่างดาวก็ต้องรับมือความเจ้าอารมณ์ของนางเอกนิสัยเสียอย่าง “ชอนซงอี” (รับบทโดย จอนจีฮยอน) เรื่องนี้ “มุนคังแท” (รับบทโดย คิมซูฮยอน) ก็ต้องรับมือกับความคาดไม่ถึงของ “โกมุนยอง” (รับบทโดย ซอเยจี) เช่นกัน

    โถววว...เวรกรรมอันใดของคิมซูฮยอนที่ต้องมารับมือความร้ายกาจของนางเอกอีกครั้ง และครั้งนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะบทของ “โกมุนยอง” นางไม่ได้ร้ายแบบเล่นๆ แต่จะว่ายังไงดี...นอกจากจะแหกขนบนางเอกแทบทุกข้อ (ยกเว้นความสวยเป๊ะที่แทบละสายตาไม่ได้) นางยังมี “ความร้ายกาจอันคาดไม่ถึง” ทั้งความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมของนางที่เซอร์ไพรส์คนดูอย่างเราอย่างไม่หยุดหย่อน เรียกว่าทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลาว่านางจะมาไม้ไหน ซึ่งเอาจริงๆ เราก็ยังตอบไม่ได้(เต็มปาก) ว่าชอบการแสดงของ “ซอเยจี” หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ....เราหมั่นไส้นางมาก เพราะแม้นางจะร้ายจนทำให้เราอ้าปากค้างหลายต่อหลายครั้ง แต่เราก็เกลียดนางไม่ลง

    อีกตัวละครที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ “มุนซังแท” (รับบทโดย โอจองเซ) พี่ชายแท้ๆ ของ “มุนคังแท” ตัวละครออทิสติกที่เป็น “พยาน” สำคัญในเหตุการณ์อดีต ส่วนตัวเราคิดว่าพี่เกาออกแบบตัวละครนี้ได้น่าสนใจดี เราเคยประทับใจคาแรกเตอร์คุณหมอที่เป็นออทิสติกจากซีรีส์ยอดฮิตอย่าง ‘Good Doctor’ (2013) มาแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่น้อยหน้าค่ะ เราว่าเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์ทีเดียว ที่สำคัญเป็นตัวละครที่จะทำให้เรารู้จักตัวตนของ “มุนคังแท” ผู้เป็นน้องชายมากขึ้นด้วย

    เอาเป็นว่างานเขาดีแหละ ควรค่าแก่การอวยของเหล่าบรรดาผู้ชมและนักรีวิวท้ังหลาย แม้จะยังมาไม่ครบแต่แค่ 2 ตอนแรกก็ทำให้เราทึ่งได้หลายฉาก แต่ส่วนตัวคิดว่าเรื่องเริ่มจะสนุกคือตอนที่ 2 เพราะตอนแรกจะเน้นไปที่การแนะนำตัวละครหลักและปมหลักๆ ของเรื่อง แต่ตอน 2 นี่เคมีพระนางเริ่มทำงานแล้ว แถมเป็นการเปิดตัว “รุก” หรือ “จีบ” อย่างเป็นทางการของนางเอกวายร้ายอย่าง “โกมุนยอง” ด้วย

    นางเอกแหกขนบของเราจะทำสำเร็จหรือไม่ พระเอกสายละมุนผู้รับมือความร้ายกาจด้วย “อ้อมกอดผีเสื้อ” จะต้านทานเสน่ห์ (แบบแปลกๆ) ของนางได้หรือเปล่า เชิญไปกดดูกันได้เลยทาง Netflix นะจ๊ะ

    มาดามอองทัวร์
    @MadamAutuer

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    It's Okay to Not be Okayซีรีส์เกาหลีNetflixมาดูกับมาดามมาดามอองทัวร์คิมซูฮยอนซอเยจี

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้