หนังเรื่องเยอะมาก ต้องตั้งใจดู
แต่ก็เล่าได้น่าทึ่ง
ชวนติดตามและต้องยกมือปิดปากเป็นระยะๆ
โดยเฉพาะตอนจบ

ต้องบอกว่าแอบเกร็งไม่น้อยที่ต้องดูหนังของ “เควนติน ทาแรนติโน่” กลัวตามไม่ทันเพราะโดยปกติ (เรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องที่ 9 ของเขาค่ะ) หนังของเขาจะพูดมากและเรื่องเยอะ แถมเป็นหนังพีเรียดอีก คือเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแวดวงฮอลลีวูดในปี 1969 ทำให้เรายิ่งหวั่นแต่เมื่อได้ดูก็อยากบอกว่าเป็นโชคมากกว่า เพราะหนังดูไม่ยากอย่างที่คิด (แต่ต้องตั้งใจดูมากๆ) แถมเนื้อหาส่วนใหญ่ก็เกิดขึ้นในเมืองลอสแอนเจลิส เมืองใหญ่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา หนึ่งในศูนย์กลางของวงการบันเทิงสหรัฐฯ ฝั่งตะวันตก...สถานที่ที่เราเคยมีโอกาสไปเรียนหนังสืออยู่หลายปี

สองนักแสดงนำของเรื่อง
สองนักแสดงนำของเรื่อง "แบรด พิตต์" และ "ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ"

...

ออกตัวไว้ก่อนว่า รีวิวรอบนี้อาจจะส่วนตัวสักเล็กน้อยตามเหตุผลข้างต้น แต่แค่อยากแชร์ความรู้สึกอันน่าทึ่งจากการดูหนังที่ทำให้เราอดคิดถึงบ้านหลังที่สองของเราไม่ได้ (แม้จะเป็นบ้านหลังที่สองเมื่อหลายสิบปีก่อนก็ตาม)


Once Upon a Time in Hollywood
เป็นเรื่องราวของผู้คนแวดวงฮอลลีวูดยุค 60s ถึง 70s ถ้าใครเคยเรียนประวัติศาสตร์ภาพยนตร์มาบ้างคงพอนึกภาพออกว่าช่วงนี้จัดว่าเป็นยุคทองยุคหนึ่งของวงการนี้ทีเดียว และหนึ่งในนั้นก็คือตัวเอกของเรา “ริค ดาลตัน” (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ)

"ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ" กับบท "ริค ดาลตัน" นักแสดงซีรีส์หนุ่มขาลง

 

“ริค ดาลตัน” เป็นดาราทีวีซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จในยุคหนึ่ง กระทั่งเส้นทางในวงการเริ่มถึงขาลงเมื่อวันเวลาผ่านไป ทั้งด้วยอายุที่มากขึ้นและเขาก็ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นในช่วงปีหลังๆ ทำให้เราต้องปรับตัวเองเพื่อความอยู่รอด

สองนักแสดงนำของเรื่อง
สองนักแสดงนำของเรื่อง "แบรด พิตต์" และ "ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ"

นอกจาก “ริค” ตัวเอกอีกคนก็คือ “คลิฟฟ์ บูธ” (แบรด พิตต์) สตันต์แมนคู่ใจของ “ริค” ที่ร่วมงานกับเขามานานเกือบสิบปี ในทางตรงกันข้าม “คลิฟฟ์” ไม่ได้โด่งดังเป็นที่จดจำของผู้คนเหมือน “ริค” (รวยไม่เท่าด้วย) แต่เมื่อชีวิตของเจ้านายอย่าง “ริค” ถึงขาลง เขาเองเริ่มขาดเงินและงานขาดมือเช่นกัน

...

"คลิฟฟ์ บูธ" (แบรด พิตต์) กับมาดสุดเท่ในดงฮิปปี้

การเล่าเรื่องชีวิตของ “ริค” และ “คลิฟฟ์” ทำให้เราได้เห็นวัฏจักรผู้คนในวงการฯ ว่าต้องดิ้นรนและต้องพึ่งพาอาศัยกันขนาดไหนเพื่อความอยู่รอดในอุตสาหกรรมบันเทิงยุคนี้ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเควนตินก็ทำได้เนียนดี ถ้าตั้งใจดูมากๆ เราจะเห็นรายละเอียดที่เขาพยายามแฝงไว้ แม้บางสถานการณ์จะกึ่งๆ เสียดสีหรือแดกดันแต่ก็ทำให้เราเข้าใจความเป็นไปในยุคนั้นได้ไม่ยาก

"แบรด พิตต์" และ "ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ"และ "อัล ปาชิโน่" (ขวา) กับบทนายทุนหน้าเลือด

...

นอกจากดาราขาลงอย่าง “ริค” เควนตินก็เล่าเรื่องราวอีกมุมในวงการผ่านการต่อสู้ของนักแสดงสาวอย่าง “ชารอน เทต” (มาร์โก ร็อบบี้) ที่พยายามอย่างมากจะเป็นที่จดจำของผู้ชม

"มาร์โก ร็อบบี้" กับบท "ชารอน เทต" นักแสดงสาวที่พยายามจะมีชื่อเสียงและพื้นที่ในใจผู้ชม

ชีวิตของนักแสดงสาวอย่าง “ชารอน” เป็นเนื้อเรื่องอีกส่วนที่น่าสนใจ ในขณะที่ “ริค” ต้องดิ้นรนเพื่อรักษาชื่อเสียงและสถานะความเป็นดาราดังในวงการ (แม้แต่การรับเล่นบทที่ตัวเองไม่ชอบหรือเต็มใจ) “ชารอน” กลับยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับการยอมรับและเป็นที่จดจำในใจผู้ชม

...

"ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ" กับบท "ริค ดาลตัน" นักแสดงซีรีส์หนุ่มขาลง

ชีวิตของ “ริค” “คลิฟฟ์” และ “ชารอน” จัดว่าเป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ เพื่อเล่าเรื่องในวงการเท่านั้น ทั้งสถานที่ที่พวกเขาเหล่านั้นไปสังสรรค์หรือเข้าไปทำงาน ต่างก็เป็นสถานที่ในประวัติศาสตร์ที่ปัจจุบันนี้หลายต่อหลายแห่งก็ยังมีอยู่ (ไม่อยากจะอวดเลย แต่ก็ขอนิดนึงว่าหลายแห่งเราก็เคยมีโอกาสไปเยือนมาแล้ว)

"คลิฟฟ์ บูธ" (แบรด พิตต์) กับ "บรูซ ลี" ในตำนาน (ขวา)

ครึ่งเรื่องแรกเป็นอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนตัวรู้สึกดีเพราะเหมือนได้กลับไปเยือนสถานที่ที่เราเคยไปอีกครั้ง แต่ครึ่งหลังเนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้น เส้นทางของแต่ละตัวละครเริ่มพลิกผัน โดยเฉพาะ “ริค” กับ “คลิฟฟ์” กระทั่งถึงช่วงท้ายๆ ของเรื่องที่เต็มไปด้วยเรื่องไม่คาดฝันจนเราต้องยกมือปิดปาก #แบบนี้ก็ได้เหรอ

"คลิฟฟ์ บูธ" (แบรด พิตต์) กับ "พุซซี่แคท" ฮิปปี้สาวสายอ้อยของเรื่อง

 

เอาเป็นว่าฉากจบถือเป็นไฮไลต์ สมการรอคอยถึงเกือบสามชั่วโมงที่ลากเรื่องมาถึงจุดนี้ (ใช่แล้วค่ะ...หนังค่อนข้างยาวและพูดมาก ใครอยากดูก็ต้องเตรียมตัวและเตรียมใจมานิดนึงนะคะ) ถ้าครึ่งเรื่องแรกจะทำให้หัวใจของคุณเต้นเป็นอัตราธรรมดา ขอบอกว่าตอนจบนี่จะทำให้หัวใจของคุณเต้นแรงทีเดียว แต่จะด้วยเพราะอะไรนั้นเราจะขอทิ้งไว้ให้ไปเกาะขอบจอชมกันเอาเอง

สรุปก็คือหนังดูไม่ยากและดูสนุกมากกว่าที่คิด แม้จะค่อนข้างยาวและพูดมากแต่ก็เล่าได้น่าติดตามทีเดียว ที่สำคัญเราจะได้เห็นฝีมือการแสดงขั้นเทพของ “ลีโอนาร์โด” และ “แบรด พิตต์” ในแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน โดยเฉพาะลีโอนาร์โด...ที่ฝีมือไม่ได้หย่อนคล้อยไปตามวัยเลยจริงๆ

อ้อ...กล้ามพี่แบรดเราก็จะได้เห็นกันในเรื่องนี้ด้วย ขอบอกว่าแซ่บมากๆ #ไม่น่าพลาด

มาดามอองทัวร์

@MadamAutuer