การพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ “พัค ซอจุน”

ลืมภาพท่านประธานขี้เก๊กไปได้เลย!!!

เรียกว่าเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ “พัค ซอจุน” ที่มารับบทนักสู้ MMA ที่ต้องกลายมาเป็นมือปราบปิศาจของศาสนจักร หลังจากที่เคยโด่งดังมาแล้วกับบทท่านประธานขี้เก๊กจากซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ “What’s Wrong With Secretary Kim”...ทำเอาเราลืมภาพจำของฮีไปเลย

"พัค ซอจุน" กับบท "ยองฮู" นักสู้ MMA ไร้พ่าย ที่กลายมาเป็นมือปราบปิศาจ


เชื่อว่าสายโอปป้าคงไม่พลาดเพราะ “The Divine Fury” หรือชื่อไทย “มือนรกพระเจ้าคลั่ง” ได้รวบรวมโอปป้า...ดาราชายยอดฝีมือและนักแสดงดาวรุ่งไว้คับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น “พัค ซอจุน” กับบท “ยองฮู” มือปราบปิศาจผู้ไร้ศรัทธา “อู โดฮวาน” กับบท “จอมมารจีชิน” บาทหลวงสายดาร์กที่บูชาปิศาจ ร่วมด้วยนักแสดงฝีมือขั้นเทพอย่าง “อัน ซองกิ” กับบท “บาทหลวงอัน” นักบวชปราบปิศาจมือฉมัง และที่ขาดไม่ได้เพราะกำลังมาแรงอย่าง “ชเว อูชิก” กับบท “บาทหลวงชเว” นักบวชปราบปิศาจฝึกหัด...คนนี้ก็ทำเราลืมภาพหนุ่มนักตุ๋นจาก Parasite ไปเลยยย

...


นอกจากจะเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของเหล่านักแสดงนำ เรื่องนี้ก็ถือเป็นการเปิดจักรวาลมือปราบปิศาจสไตล์เกาหลีตามความตั้งใจของผู้กำกับ “คิม จูฮวาน” หลังจากที่ปล่อยฝั่งฮอลลีวูดทำคะแนนนำไปพักใหญ่ ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะการสร้างตัวละครให้มีที่มาที่ไป...ว่ากว่าจะได้มาเป็นมือปราบปิศาจมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

3 นักแสดงนำของเรื่อง (จากซ้ายไปขวา)
3 นักแสดงนำของเรื่อง (จากซ้ายไปขวา) "อู โดฮวาน" "พัค ซอจุน" และ "อัน ซองกิ"

ในส่วนของงานภาพ CG และเทคนิคพิเศษต่างๆ ก็อลังการงานสร้างไม่แพ้ฝั่งฮอลลีวูด เพราะขนทีมงานชุดเดียวกับที่เคยสร้างฉากนรกอันตระการตามาแล้วจาก Along With The Gods มาสร้างความประทับใจแบบสะพรึงๆ กันอีกครั้ง โดยเฉพาะฉากปล่อยพลังของเหล่าตัวเอกก็ทำได้ดีทีเดียว...ในความน่ากลัวแต่กลับไม่น่าขยะแขยงเหมือนหนังผีเล่นของทั่วๆ ไป

"อู โดฮวาน" กับบท "จอมมารจีชิน" บาทหลวงสายดาร์กที่บูชาปิศาจ

"ชเว อูชิก" นักแสดงดาวรุ่งที่กำลังมาแรง มาในบท "บาทหลวงชเว" บาทหลวงปราบปิศาจฝึกหัด

...

"อัน ซองกิ" นักแสดงชายฝีมือขั้นเทพกับบท "บาทหลวงอัน" มือปราบปิศาจชั้นเซียน

ส่วนตัวเราว่าหนังดูสนุก มีความตื่นตาตื่นใจตามสไตล์แอ็กชั่นแฟนตาซียี่ห้อเกาหลี โดยเฉพาะจินตนาการของ “ปิศาจ” และวิธีการที่ใช้ปราบ เราว่ามันมีรายละเอียดและความคมชัดต่างจากหนังแนวเดียวกันจากฝั่งฮอลลีวูด ซึ่งจะเน้นฉากแอ็กชั่นอันดุดันและถึงอกถึงใจมากกว่า

"พัค ซอจุน" (ขวา) กับมือที่มีบาดแผลศักดิ์สิทธิ์

...

แต่ที่ชอบสุดคือการขยี้ปมดราม่าตัวละคร การผสานเคมีตัวละครให้ร่วมมือกันได้ลงตัวเหลือเชื่อ ส่วนตัวคิดว่าตัวละครสัญชาติเกาหลีมักมีความซับซ้อน (ไม่ว่าจะหนังแนวไหน) แต่ก็เข้าใจหรือเข้าถึงไม่ยาก ตัวละครเอกอย่าง “ยองฮู” (พัค ซอจุน) และ “บาทหลวงอัน” (อัน ซองกิ) ก็เช่นกัน ต่างคนต่างมีปม แต่เราในฐานะคนดูก็เข้าใจการกระทำลามไปถึงเอาใจช่วยในความสัมพันธ์ที่ Bonding กันได้ไม่ยากเย็นนัก ไม่แปลกที่หนังจะดูสนุกและชวนติดตามมากกว่าหนังปราบผีเรื่องอื่นๆ

"อัน ซองกิ" กับ "พัค ซอจุน" คู่หูมือปราบเฉพาะกิจ

อย่างไรก็ดี...หนังมีจุดเอื่อยและค่อนข้างยาว (ตามสไตล์หนังเกาหลี) มีความเอ้อระเหยแบบไม่จำเป็นในบางจุด กระนั้นก็ไม่ถึงกับเลวร้ายหรือรับไม่ได้ เพราะรวมๆ แล้วหนังค่อนข้างดูง่ายและน่าจะถูกจริตคนไทยที่ชอบหนังเนื้อหาประมาณนี้ จะผิดกันนิดหน่อยก็แค่เรื่องนี้เป็นความเชื่อจากฝั่งศาสนาคริสต์ อาวุธที่ใช้ก็จะไม่ใช่พระห้อยคอ น้ำมนต์ และสายสิญจน์ แต่จะเป็นไม้กางเขนและสารพัดอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการทำพิธีมาแล้ว

...

อุปกรณ์ปราบปิศาจ
อุปกรณ์ปราบปิศาจ

ที่สำคัญมือปราบของเราก็ไม่ได้หน้าตาไก่กา แต่เป็นโอปป้ามาแรงจากเกาหลีที่น่าจะทำให้หลายคนระทวยทุกครั้งที่ออกปราบผี กระทั่งตัวร้ายก็ยังมีออร่าเปล่งประกายความหล่อ น่าจะทำให้การดูหนังมีอรรถรสมากขึ้น...อย่างน้อยๆ ผีก็น่าเกลียด แต่ก็น่าดูไปในคราวเดียวกัน นับว่าหาไม่ได้ง่ายๆ ในหนังประเภทนี้...เพราะส่วนมากจะ(ทน)ดูไม่ได้ซะมากกว่า

รักใครชอบใครก็ไปตามเกาะขอบจอกันนะจ๊ะ อ้อ...หนังเขามีภาคต่อด้วยนะ ต้องไปลุ้นว่าใครจะเป็นมือปราบคนต่อไป...

มาดามอองทัวร์

@MadamAutuer